Category: Desktop Computer (PC, linux, windows, mac)

  • การนับจำนวนข้อมูลโดยใช้ Pivot Table

    ตามปกติหากเราต้องการนับจำนวนข้อมูลที่ซ้ำๆ กัน ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ใน Excel หลาย ๆคนคงใช้ฟังก์ชัน COUNTIF ในการนับจำนวนกัน แต่วันนี้มีอีกวิธีที่จะมานำเสนอนั้นคือการใช้ Pivot Table ในการนับจำนวน ซึ่งใช้งานง่ายและไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ ลองมาดูวิธีกันเลยนะคะ

    1. ใน excel ที่เรามีข้อมูลซ้ำ ๆ กันหน้าตาแบบนี้

    2. ไปที่เมนู Insert เลือก Pivot Table

    3. ปรากฏหน้าจอ Create PivotTable เพื่อให้เลือกกลุ่มของข้อมูลที่ต้องการนับจำนวน ให้เลือกคอลัมน์ที่ต้องการนับจำนวน  แล้วกดปุ่ม OK  ดังรูป

    4. ปรากฏหน้าจอการทำงานของ Pivot Table ให้เลือกลากข้อมูลชื่อ-สกุล มาไว้ในช่อง  Rows และ Values สังเกตุว่าในช่อง Values ใน Excel จะใช้ฟังก์ชัน Count ให้เราโดยอัตโนมัติ ดังรูป

    5. แสดงข้อมูลผลลัพธ์ของการนับจำนวนโดยใช้ Pivot Table ดังรูป

             

    เป็นไงบ้างคะ ยังไงก็ลองดูเอาไว้เป็นทางเลือกนะคะ เพราะบางคนอาจจะไม่ถนัดในการใช้สูตร คิดว่าวิธีนี้ก็น่าจะเป็นอีกวิธีที่น่าสนในค่ะ ^^

  • การนำรูป SVG มาใช้ใน PowerPoint แล้วเป็น animation

    สำหรับวันนี้จะมาแนะนำการสร้าง animation ใน powerpoint ด้วยรูป SVG กันค่ะ มาดูกันเลย

    1.เปิด power point ขึ้นมา แล้วคลิก Blank  Presentation

    2.เตรียมไฟล์ SVG ไว้ หรือหาใน google เอา หรือลิงค์ https://storyset.com เมื่อเลือกรูปได้แล้วให้ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ SVG

    3.กลับมาที่ Power point ไปที่เมนู Insert > Picture > This Device เลือกไฟล์ SVG ที่เราเพิ่งดาวน์โหลดมา

    4.จากนั้นเราจะทำการ Convert รูป SVG นี้ให้เป็นรูปร่างก่อน วิธีการแปลง ไปที่เมนู Graphics Format > Convert to Shape

    5.จากนั้น คลิกเมาส์ขวา Group > Ungroup

    จากนั้นเราจะมาทำ animation ให้แต่ละรูป เนื่องจากทุกรูปแยกออกจากกันแล้ว เวลาเรารัน slide แล้วให้แต่ละรูปเล่น animation อยู่ตลอดเวลา มาดูกันว่าทำยังไง

    • เลือกรูปคนกลาง ไปที่เมนู Animations > Animation Pane เพื่อให้โชว์หน้าต่างภาพเคลื่อนไหวขึ้นมา เลือก More
    • Motion Paths > Lines รูปมันจะเลื่อนลง จากนั้นคลิกที่ Effect Options > Up เพื่อให้เด็กกระโดดขึ้นไป
    • จากนั้นคลิกที่ลูกศรที่ Animation Pane > With Previous
    • จากนั้นคลิกที่ลูกศรที่ Animation Pane > Effect Options
    • แท็บ Effect ติ๊กถูก Auto-reverse เพื่อให้กระโดดขึ้นกระโดดลงอยู่ตลอดเวลา แท็บ Timing ที่ Repeat เลือก Until End of Slide เพื่อให้ทำซ้ำ ๆ จนสิ้นสุด Slide แล้วคลิกปุ่ม “OK”
    • ทีนี้จะให้กระโดดขึ้นสูงต่ำแค่ไหน ให้สังเกตที่จุดสีแดง คลิกที่จุดสีแดง 1 ครั้ง วงกลมสีแดงคือจุดสุดท้าย สีเขียวคือจุดเริ่มต้น เราเลื่อนลงมาต่ำสักหน่อยเพื่อไม่ให้กระโดดสูงมาก จากนั้นคลิก Preview เพื่อแสดงตัวอย่าง
    • ถ้าอยากให้เคลื่อนเร็วกว่าเดิม ที่ Duration ให้ปรับเป็น 01.00 คือ 1 วินาที แล้วลอง Preview ดูตัวอย่าง
    • ให้ทั้ง3คนนี้กระโดดเหมือนกันให้คลิกตัวที่เราทำเสร็จแล้ว > Animation Painter หมายถึงว่ามันจะคัดลอกตัวที่เราเลือกอยู่ แล้วคลิกรูปที่เราต้องการให้เป็นเหมือนรูปแบบที่เราคัดลอกมา และทำรูปที่เหลือเหมือนกัน จะได้กระโดดกันทั้ง 3 คน
    • จากนั้นค่อยมาจัดลำดับ หน่วงเวลา เพื่อให้ทั้ง 3 คนดู smooth กำหนดที่ Delay คนทางซ้าย 00:25 ทางขวา 00.50 แล้วลอง Preview ดู

    นี่คือตัวอย่างการนำรูป SVG มาทำ animation ใน powerpoint ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

  • สร้าง Bootable USB Drive ด้วยโปรแกรม Rufus for Windows

    บทความนี้แนะนำวิธีติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการด้วย USB Drive ที่ลงโปรแกรมให้สามารถ Boot ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่น 3.13 แล้ว ก็มาอัปเดตอีกสักครั้ง ตัวอย่างนี้คือทำ Bootable USB Drive Ubuntu 20.04 Desktop 64 bit ครับ

    ขั้นตอน

    1. ดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์นี้ https://rufus.ie/
    2. ได้ไฟล์ rufus-3.13.exe มา ให้คลิกเปิด (Open)
    3. จะมีถามย้ำจาก Windows ให้ยืนยัน Yes
    4. จะมีถามจากโปรแกรมว่าจะยอมให้มีการตรวจเช็คเวอร์ชั่นใหม่ ๆ หรือไม่ ให้ยืนยัน No ไม่จำเป็น
    5. จะได้หน้าต่างโปรแกรม หากเสียบ USB Drive ไว้ ก็จะแสดงรายการขึ้นมาว่า เดิมเป็นอะไร
    6. ให้คลิก SELECT เพื่อเลือก .iso file เช่น ubuntu-20.04.1-desktop-amd64.iso
    7. ให้คลิก START เพื่อทำการสร้าง Bootable USB Drive ในตัวอย่างคือ Ubuntu 20.04 Desktop 64 bit
    8. ไฟล์ rufus-3.13.exe จะอยู่ใน Downloads จะใช้ครั้งต่อไปก็แค่คลิกเปิด (Open) หรือจะย้ายไปไว้ใน Desktop ก็ได้

  • ซอฟต์แวร์สำหรับการโคลนนิ่งวินโดวส์ในห้องบริการคอมพิวเตอร์

    นำเรื่องนี้มาแนะนำกันอีกสักครั้ง เผื่อว่าใครกำลังมองหาซอฟต์แวร์ฟรีไว้ใช้ในการโคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องบริการคอมพิวเตอร์ ผมเพิ่งมีเวลาอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด มีอยุ่ 2 ตัว เอาไปทดลองใช้ดูได้ครับ

    PSU12-Sritrang Server

    ผมได้พัฒนาชุดจัดการโคลนนิ่งวินโดวส์ในห้องบริการคอมพิวเตอร์ มีคณะ/หน่วยงานในม.อ. ใช้งานชุดนี้กันอยู่ ชุดนี้มีชื่อเรียกว่า PSU12-Sritrang Server เหมาะสำหรับโคลนนิ่งเครื่องวินโดวส์แบบธรรมดาทั่วไป ใช้ BIOS MBR ควบคุมการทำงานด้วย dialog menu เป็น Text-based

    แบบที่ 1 ดาวน์โหลด .ISO มาเขียนลง USB Drive เพื่อใช้เป็นตัวติดตั้งที่ทำขั้นตอนติดตั้ง Ubuntu Server พร้อมโปรแกรม

    ขั้นตอน

    1. ดาวน์โหลดโปรแกรมชื่อ Rufus
    2. ดาวน์โหลด .ISO ชื่อ psu12-sritrang-server-latest.iso
    3. รันโปรแกรม Rufus เพื่อเขียน .ISO ลง USB Drive
    4. นำ USB Drive ไปบูตที่เครื่อง Server
    5. ทำตามคำแนะนำโปรแกรมในขณะติดตั้ง
      อ่านเพิ่มเติม

    แบบที่ 2 มีอยู่แล้วหรือต้องการติดตั้ง Ubuntu Server เอง ดาวน์โหลด shell scripts เพื่อติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม

    ขั้นตอน

    1. login และ เข้าทำงานด้วยสิทธิ root
      sudo su –
    2. ดาวน์โหลด shell script
      wget ftp.psu.ac.th/pub/psu-installer/psu12-sritrang_setup.sh
    3. เริ่มขั้นตอนติดตั้งด้วยคำสั่ง
      bash psu12-sritrang_setup.sh
      อ่านเพิ่มเติม

    PSU12-Fog Server

    ชุดที่สองนี้ ผมได้นำ FogProject มาใส่ใน Ubuntu Server และ ตั้งชื่อว่า PSU12-Fog Server เหมาะสำหรับโคลนนิ่งเครื่องวินโดวส์ได้ทุกแบบ ทั้งแบบ BIOS MBR, BIOS GPT และ UEFI GPT ควบคุมการทำงานทางหน้าเว็บเพจของ FogProject

    แบบที่ 1 ดาวน์โหลด .ISO มาเขียนลง USB Drive เพื่อใช้เป็นตัวติดตั้งที่ทำขั้นตอนติดตั้ง Ubuntu Server พร้อมโปรแกรม

    ขั้นตอน

    1. ดาวน์โหลดโปรแกรมชื่อ Rufus
    2. ดาวน์โหลด .ISO ชื่อ psu12-fog-server-latest.iso
    3. รันโปรแกรม Rufus เพื่อเขียน .ISO ลง USB Drive
    4. นำ USB Drive ไปบูตที่เครื่อง Server
    5. ทำตามคำแนะนำโปรแกรมในขณะติดตั้ง
      อ่านเพิ่มเติม

    แบบที่ 2 มีอยู่แล้วหรือต้องการติดตั้ง Ubuntu Server เอง ดาวน์โหลด shell scripts เพื่อติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม

    ขั้นตอน

    1. login และ เข้าทำงานด้วยสิทธิ root
      sudo su –
    2. ดาวน์โหลด shell script
      wget ftp.psu.ac.th/pub/psu-installer/psu12-fog_setup.sh
    3. เริ่มขั้นตอนติดตั้งด้วยคำสั่ง
      bash psu12-fog_setup.sh
      อ่านเพิ่มเติม

    References:

  • Word : การปรับรูปแบบ font สารบัญตามที่เราต้องการ

    กลับมาอีกครั้งกับเรื่อง Word สืบเนื่องมาจาก Blog ที่แล้วที่กล่าวถึงเรื่องการได้มีส่วนช่วยเพื่อนร่วมงานในการทำคู่มือ จึงได้มีโอกาสในการใช้งาน Word ซึ่งปัญหาที่พบอีกเรื่องก็คือ Font สารบัญ ไม่ใช่รูปแบบ Font ที่ต้องการคือ TH SarabunPSK ผู้เขียนจึงได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อที่ผู้อ่านจะสามารถนำไปใช้งานได้

    ตัวอย่าง ผู้เขียนได้ทำการสร้างเนื้อหาทดสอบ ใน Style Heading และใส่สารบัญเรียบร้อย ดังภาพ จะเห็นได้ว่า Font ในเนื้อหา เป็น TH SarabunPSK ตามที่ตั้งค่าใน Style Heading1 ไว้ตามที่ต้องการ แต่ส่วนสารบัญนั้นเป็น Font แปลก ๆ ไม่ใช่ Font ที่เราต้องการ

    เริ่มทำการเปลี่ยน Font โดยไปที่ที่เราเลือกสารบัญแบบอัตโนมัติมาใส่ คือไปที่ Menu References -> Table of Contents -> Custom Table of Contents…

    จะพบหน้าต่าง Modify Style ที่ส่วนล่างซ้าย เลือก Format -> Font

    ที่หน้าต่าง Table of Contents มุมล่างขวา เลือก Modify… เพื่อเข้าไปแก้ไขรูปแบบ Font

    จากนั้นหน้าต่าง Style เลือก Level สารบัญที่ต้องการแก้ไขรูปแบบ ในที่นี้เลือกแก้ไขสารบัญ Level 1 จากนั้นกดปุ่ม Modify

    เรื่องน่ารู้

    TOC ย่อมาจาก Table of Contents ซึ่งก็คือ สารบัญนั่นเอง

    จะพบหน้าต่าง Font นี่คือ Font ตั้งต้นที่เราได้ จะเป็นว่าไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แก้ไขได้เลย

    แก้ไขให้เป็น Font ที่เราต้องการทั้ง 2 จุด คือ Latin Text และ Conplext scripts จากนั้น กดปุ่ม OK ออกมาเรื่อย ๆ

    กลับออกมาจนเกือบจะถึงขั้นตอนสุดท้าย จะมีหน้าต่างถามว่า จะเปลี่ยนจริง ๆ ละนะ จะทับของเดิมละนะ ตอบ Yes ไปเล้ย

    แถ่นแท๊นนน ผลลัพธ์สุดท้าย สวยงามอย่างที่เราต้องการ เย้!

    หวังว่าเนื้อหาเรื่องนี้คงจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณค่าา 😀😍

  • Word : การใส่รูปแบบเลขหน้าที่ต่างกันในไฟล์เดียวกัน

    เคยไหมที่เวลาผู้อ่านจะสร้างคู่มือหรือเอกสารที่ต้องมีคำนำ สารบัญ ต่อด้วยเนื้อหา อาจจะจบด้วยภาคผนวก

    ซึ่งแต่ละส่วนนั้นมีการแสดงเลขหน้าที่ไม่เหมือนกัน ส่วนคำนำ สารบัญ อาจจะใช้เลขหน้าเป็นตัวอักษร เช่น ก, ข

    แต่ส่วนเนื้อหาใช้ตัวเลขอารบิค

    ในช่วงนี้ ผู้เขียนได้มีการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในเรื่องนี้ในการทำคู่มือจึงได้นำลงมาใส่ไว้ใน Blog เผื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน

    ตัวอย่าง ผู้เขียนสร้างเนื้อหามา 2 บรรทัดเพื่อเป็นเนื้อหาทดสอบในการใส่เลขหน้า

    จากนั้นทำการใส่ตัวแบ่งหน้า โดยเลือกเป็น Section Breaks -> Next Page

    จากนั้นใส่เลขหน้าเป็นเลขอารบิคปกติ เลขหน้าจะเริ่มที่หน้าที่ 1 และ 2 ไปเรื่อย ๆ

    จากนั้นผู้อ่านของดูที่แถบ Ribbon ใน Tab Header & Footer และพบเมนู Link to Previous ซึ่งจะเป็นว่าเมนูนี้ถูกไฮไลท์อยู่

    นั่นคือ เลขหน้าจะต่อเนื่องจาก Section ก่อนหน้า ให้เลือกเมนูนี้อีกครั้ง เพื่อเอาการ Link กับ Section ก่อนหน้าออก

    จากนั้นลบเลขหน้าที่หน้าที่ 2 ออก จากนั้นไปที่เมนู Page Number -> Format Page Number เพื่อทำการเลือกรูปแบบตัวเลขที่ต้องการใส่ใหม่ ในที่นี้ต้องการใส่เลขหน้าเป็นตัวอักษรภาษาไทย

    เมื่อพบหน้าต่าง Page Number Format ให้ทำการเลือกรูปแบบเลขหน้าที่ Number format จากนั้น ที่ Page numbering ในเลือกเป็น Start at โปรแกรม Word จะเลือกค่าโดยปริยายเป็น “ก” มาให้

    จากนั้นกด OK ผู้อ่านลองเลือกแผ่นกระดาษดูจะพบว่า เลขหน้าได้ทำการเปลี่ยนให้เป็นที่เรียบร้อย

    ผู้เขียนหวังว่าเนื้อหาเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย ขอบคุณค่ะ 😀😍

  • รู้ยัง? สแกนเอกสารด้วย PC หรือ NoteBook ก็ได้นะ!!! (Office Lens ภาคต่อ)

    จากบทความที่แล้ว “เปลี่ยนมือถือ เป็นเครื่องสแกนเอกสารด้วย Office Lens”

    นอกจาก Office Lens จะมี Application ที่ใช้งานบน Moblie Device ต่าง ๆ บนระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถทำงานบนเครื่องที่ลง Windows 10 ทั้ง PC และ Tablet โดยใช้งานร่วมกับเว็บแคมในการสแกนเอกสารที่ต้องการ ทั้งยัง สนับสนุนการใช้งานบัญชี Office 365 ของที่ทำงานหรือมหาวิทยาลัย

    ถึงแม้ว่าการใช้ Office Lens บนโทรศัพท์มือถือนั้นจะสะดวกสบายก็ตาม แต่ถ้าถึงคราวจำเป็นที่เรามีเพียง PC หรือ Note book เพียงเครื่องเดียวในการทำงาน ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการสแกนภาพเอกสาร

    Office Lens มีการใช้งานคล้ายๆ กับ Mobile App Cam scanner แต่ใช้งานง่ายและหลากหลายกว่า รวมทั้งไม่จำกัดรูปแบบการแชร์

    Office Lens มีขั้นตอนการใช้งานบนเครื่อง PC หรือ Notebook ดังนี้

    1. เปิด Microsoft Store ดาวน์โหลด Office Lens App ลงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ PC พร้อมติดตั้ง
    2. เปิด App Office Lens ตั้งค่ากล้องแสกนเนอร์
    3. จับภาพ และการครอบตัดรูปภาพ
    4. บันทึกภาพ สามารถเลือกเพื่อแปลงภาพเป็นไฟล์ Word (.docx), PowerPoint (.pptx) หรือ PDF (.pdf) ที่จะได้รับการบันทึกไปยัง OneDrive โดยอัตโนมัติ

    Office Lens ช่วยทำสำเนาดิจิทัลของเอกสารฉบับพิมพ์ ตัดแต่งได้อย่างแม่นยำ แม้จะวางเอกสารต้นฉบับเอียง
    และ ช่วยแก้ปัญหาการใช้งานเครื่องแสกนที่ติดตั้งไดร์เวอร์ภาษาอื่น ที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรืออังกฤษ
    หากต้องการให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้นควร “ตั้งค่า Resolution” ของภาพให้ความละเอียดมากขึ้นและ
    เวลาถ่ายภาพเอกสาร นอกจากใจนิ่ง ๆ ร่ม ๆ แล้ว “มือ ต้อง นิ่ง”นะคะ

    Download Office Lens on PC

    ขอบคุณ : Bblogdit : CCTC Tech Talk : คุยเฟื่องเรื่องเทคโนโลยีกับ สถช., www.microsoft.com,

  • เปลี่ยนมือถือ เป็นเครื่องสแกนเอกสารด้วย Office Lens

    เพียงแค่คุณมีมือถือ ก็สามารถสแกนเอกสารได้โดยไม่ต้องวิ่งหาเครื่องสแกนอีกต่อ!!!

    Office Lens เป็น Free Application จาก Microsoft Corporation สามารถใช้งานบน Mobile Device
    รองรับทั้งระบบ Windows Phone, Android และ iOS

    รูปหน้าจอสำหรับดาวน์โหลด Application Office Lens บน iOS และ Adriod

    การใช้งาน Office Lens
    ข้อดี ของตัวแอปพลิเคชันนี้คือไม่มี โฆษณา หรือ Ad โผล่ขึ้นมา ให้กวนใจเวลาใช้งานและใช้งานไม่ยาก
    สามารถแปลงรูปที่สแกนให้เป็นไฟล์เอกสาร Microsoft Office ได้ ไม่ว่าจะเป็น Word , PowerPoint,ไฟล์รูป .JPG หรือแม้แต่ .PDF ก็สามารถทำได้

    Office Lens มี 4 โหมดในการถ่าย คือ

    • Whiteboard : กระดาน Whiteboard
    • Document : หน้าเอกสาร,โปสเตอร์
    • Business Card : นามบัตร
    • Photo : ถ่ายรูปทั่วไป
      โดยมันจะปรับรูปภาพที่ถ่ายสแกนมาให้เหมาะสมกับชนิดของเอกสารที่สแกนมา

    Office Lens ขั้นตอนการใช้งานบน Mobile Device ดังนี้

    1. เปิด App Office Lens จับภาพ
    2. เลือกโหมดการถ่าย รอกรอบครอบตัดรูปภาพ กด “ถ่าย”
    3. ปรับแต่งภาพ ตามเครื่องมือที่ App จัดเตรียมไว้
    4. บันทึกภาพ สามารถเลือกการบันทึกเป็น OneNote, ไฟล์ JPG หรือบันทึกชุดไฟล์ภาพเป็น PDF
    รูปขั้นตอนการใช้งาน Office Lens บน Mobile Device

    รูปไฟล์ PDF ที่ได้จาก Application Office Lens

    Office Lens สามารถใช้แบบออฟไลน์ (Offline) ได้
    ผู้ใช้งานสามารถใช้ Office Lens ได้แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ โดยบันทึกไฟล์ JPG, PDF ลงเครื่อง โดยไม่ต้อง Login และไม่ต้องเชื่อมต่อกับ Internet
    เมื่อใช้ Office Lens บน iOS และ Android App ถ่ายภาพ แล้วแปลงเป็นเอกสาร สามารถเลือกบันทึกเอกสารที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ JPG, PDF เข้าตัวอุปกรณ์โดยตรง ไม่ถูกจำกัดว่าจะต้องบันทึกเข้า OneDrive ที่ผู้ใช้งานต้อง Login Microsoft accont เชื่อมต่อ Internet จัดเก็บไว้ที่ OneDrive

    หวังว่าบทความนี้จะมีช่วยให้ทุกท่านสะดวกในการ จัดการเอกสารที่ต้องการได้ ไม่มากก็น้อยนะคะ

    ขอบคุณ : ครูหนึ่งสอนดี, THAIWERE

  • ทำ functional design อย่างง่ายด้วยโปรแกรม Sandcastle Help File Builder

    เมื่อพัฒนาโปรแกรมเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาทำเอกสารการเขียนอธิบายโค้ดต่อ บางครั้งมันยุ่งยากเสียเวลา วันนี้มีวิธีที่สะดวกและรวดเร็วเพียงแค่เขียนอธิบายใน Class ที่เราต้องการอธิบาย เช่น Constructors, Properties, methods

    ตัวอย่างการเขียนอธิบายโค้ด

    โดยทั่วไปแล้วการเขียน Logic ต่างๆ เพื่อนำไปใช้งานต่อหรืออ้างอิงโค้ดที่เราเขียนมักจะ build code เป็นไฟล์ .dll เพื่อให้ระบบอื่นมาเชื่อมต่อและเรียกใช้งานได้ โดยขั้นตอนแรกเราใช้โปรแกรม Sandcastle Help File Builder สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมตามลิ้งก์ https://github.com/EWSoftware/SHFB/releases และ download และติดตั้งตามลิ้งก์

    SHFBInstaller_v2019.11.17.0.zip 45.1 MB

    เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย หน้าตาก็จะประมาณนี้

    โปรแกรม Sandcastle Help File Builder

    ก่อนอื่นเราต้องไปตั้งค่าการ build code ใน Visual Studio ในส่วนของ XML ตามไฮไลต์สีเหลือง

    การตั้งค่า XML ใน Visual Studio

    จากนั้นก็กด Build ใน Visual Studio

    แสดงการ Build ใน Visual Studio

    เมื่อ build เสร็จ เราจะได้ไฟล์ .dll และ .xml

    ไฟล์ .dll และ .xml

    เมื่อได้ไฟล์ .dll และ .xml เรียบร้อยแล้ว ก็เพิ่มในโปรแกรม Sandcastle Help File Builder โดยไปที่เมนู File > Project Explorer > Documentation Sources > Add Documentation Source

    เมนูการเพิ่ม Add Documentation Source

    เมื่อเลือกไฟล์ .dll และ .xml เรียบร้อยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้แสดงตามภาพ

    แสดงผลลัพธ์เมื่อ Add Documentation Source เสร็จ

    จากนั้นตั้งค่าเมนู Help File ตามตัวอย่างข้างล่าง

    ตั้งค่าเมนู Help File

    จากนั้นตั้งค่าเมนู Visibility ตามตัวอย่างข้างล่าง

    ตั้งค่าเมนู Visibility

    เมื่อตั้งค่าโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปที่เมนู Documentation > Build Project

    เมนู Documentation > Build Project

    รอโปรแกรมประมวลผลสักครู่ เราก็จะได้ไฟล์ .chm ออกมา

    ไฟล์ .chm

    เมื่อเปิดไฟล์ .chm เราก็จะได้ผลลัพธ์ Help File ตามรูปแบบที่แสดงตามภาพด้านล่าง

    ผลลัพธ์ Help File 1
    ผลลัพธ์ Help File 2
    ผลลัพธ์ Help File 3
    ผลลัพธ์ Help File 4