Category: Windows (OS, power shell, etc)

  • วิธีการทดสอบเว็บไซต์ Responsive บน Smart phone ด้วย Chrome

    “ปัจจุบันกระแสการออกแบบเว็บเชิงตอบสนอง (Responsive design) ถูกนำมาใช้ในการออกแบบเว็บสมัยใหม่ เนืองจากสามารถดูได้ทั้งแบบผ่านเครื่องคอม แท็บเล็ต และมือถือ ได้โดยทันที”

    แต่ในระว่างการออกแบบ ถ้าผู้ออกแบบจะต้องมีการทดสอบบนอุปกรณ์แท็บเล็ต หรือมือถือ ต่างๆ ซึ่งมีความละเอียดของหน้าจอแตกต่างกันออกไป

    ซึ่งในส่วนที่ Chrome มีเครื่องมือที่ช่วยในการแสดงผลเว็บไซต์บนอุปกรณ์ Smart phone ได้ โดยไม่ต้องโหลดเพิ่ม แต่ประการใด !!! แถมวิธีการก็ง่ายแสนง่าย 

    ขั้นตอนที่ 1

    ให้ไปที่ More tools > Developer tools ดังภาพ

    01

    ขั้นตอนที่ 2

    เลือกที่รูปโทรศัพท์ ดังภาพ

    02

    ขั้นตอนที่ 3

    สังเกต ด้านซ้ายจะปรากฏหน้าจอมือถือขึ้นมา ให้ระบุ URL ที่เราต้องการดังภาพ

    06

    จากภาพ จะเห็นว่าหากเป็นเว็บที่ออกแบบด้วยหลักการออกแบบเว็บเชิงตอบสนอง (Responsive design) จะมีการจัดหน้าจอให้เหมาะสมกับอุปกรณ์

    ขั้นตอนที่ 4

    สังเกต ด้านบน เราสามารถเลือกรุ่นของ Smart Phone ได้หลายรุ่น แม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นรุ่นหลักและหลากหลายความละเอียด หรือจะเลือกปรับขนาดเองก็ทำได้  และสามารถปรับให้แสดงแนวตั้งและแนวนอนได้อีกด้วย ดังภาพ

    07

    จะเห็นว่าเครื่องมือด้งกล่าวใช้งานไม่ยาก ทำให้สามารถดูหน้าจอในหลายๆ ความละเอียดได้อย่างรวดเร็ว 

  • ทดสอบการแสดงผลเว็บแอพพลิเคชันง่ายๆ บน Browser ต่างๆ ด้วยบริการของ Modern IE

    ในปัจจุบันเว็บแอพพลิเคชันที่มีการพัฒนาจะต้องรองรับ Browser และอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งเป็นการยากที่เราจะทดสอบให้ครบได้

    จะดีไหมถ้าเราสามารถดูการแสดงผลเว็บแอพพลิเคชันที่พัฒนาว่า หน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อแสดงผลบน Browser หรืออุปกรณ์อื่นๆ

    Microsoft ได้เปิดตัว Modern IE ขึ้น โดยมีบริการที่น่าสนใจที่เรียกว่า Browser screenshots !!

    ขั้นตอนที่ 1

    ไปยัง URL : https://dev.modern.ie/tools/screenshots/

    2

    ขั้นตอนที่ 2

    ใส่ URL ของเว็บแอพพลิเคชันของเราที่ต้องการ

    1

    ขั้นตอนที่ 3

    กดปุ่ม Enter หรือรูปแว่นขยาย เครื่องมือจะแสดงผลดังภาพ

    3 4

    จะเห็นว่าเจ้า Browser screenshots เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเห็นหน้าจอเว็บแอพพลิเคชันของเราในเบื้องต้นได้

    “หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อนักพัฒนาหรือนักทดสอบระบบทุกท่านนะค่ะ”

  • วิธีแก้ปัญหาวินโดวส์บูตไม่ได้หลังจาก resize

    ผมต้องการขยายเนื้อที่ (resize) ให้กับ Windows โดยมีพื้นที่ data (linux partition EXT4) อยู่ที่ partition ที่ 1 และ Windows 8.1 อยู่ที่ partition ที่ 2 ผมจึงต้องการไปดึงส่วนท้ายของ partition ที่ 1 มาเพิ่มให้กับ Windows

    วิธีทำก็คือ ผมก็ resize เนื้อที่ partition ที่ 1 ให้เล็กลง 25 GB จากนั้นผมก็ resize เนื้อที่ partition ที่ 2 ขยายไปทางซ้ายเพื่อเอาพื้นที่ว่างที่ได้มารวมกับเนื้อที่ Windows เดิม จากนั้นทำการ save ในระหว่างนั้นมีคำแนะนำโผล่ขึ้นมาว่า ระวังนะการทำอย่างนี้ใน partition ที่มีส่วนที่เป็น boot ของ Windows จะเสียหายและจะต้องซ่อมแซมเป็นนะ ประมาณนั้น ผมก็ตอบ Yes เพื่อลองดู (ผมบูตแผ่น SystemRescueCd  และใช้โปรแกรม gparted ในการ resize)

    ผลที่ได้คือวินโดวส์บูตไม่ได้จริง ๆ ก็ค้นหา google search พบในเว็บไซต์หลายแห่งว่าให้ไปหาแผ่นติดตั้ง Windows ที่ใช้อยู่นั้นมาบูตแล้วจะแก้ไขได้

    ผมจึงมาเล่าถึงวิธีที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา

    1. บูตจากแผ่นติดตั้ง Windows 8

    2. เลือก Repair My Windows

    windows8repair01

    3. เลือก Troubleshoot

    windows8repair02

    4. เลือก Advanced options

    windows8repair03

    5. เลือก Command Prompt

    windows8repair04

    6. ทำคำสั่งเหล่านี้ทีละคำสั่งตามด้วยกด Enter
    bootrec.exe /FixMBR
    bootrec.exe /FixBoot
    bootrec.exe /RebuildBcd
    exit

    windows8repair05

    7. เลือก Turn off your PC

    8. เปิดเครื่องเพื่อดูผลลัพธ์

    ผมก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ หวังว่าทุกท่านจะไม่ต้องทำขั้นตอนเหล่านี้นะ

    Reference:
    http://www.sevenforums.com/backup-restore/372700-windows-wont-boot-after-resize-windows-partition.html

  • แบ็กอัพ Windows OS ขึ้นเป็น virtual machine ด้วย disk2vhd

    ต้องการสำรอง Windows XP เครื่อง PC เก่า แต่ยังใช้ได้ ซึ่งมีโปรแกรมที่จำเป็น เช่น โปรแกรมสำหรับพิมพ์ปกแผ่น CD/DVD เป็นต้น เผื่อฮาร์ดดิสก์เจ๊ง หรือ เครื่องมันไม่ทำงาน อาจมีสักวัน

    คิดว่าจะใช้วิธีไหนนี้ ก็ค้นหาดูใน google มีคนพูดถึง disk2vhd จึงลองทำตาม ได้ผลน่าพอใจ เมื่อนำไฟล์ .vhd ไปเปิดด้วย Oracle VM VirtualBox บน notebook ของผม ผมสามารถทำงานโปรแกรมบน XP นั้นได้เหมือนเดิม

    วิธีการทำคือ
    1. ที่เครื่องเดิม ลงโปรแกรม Disk2vhd.zip

    disk2vhd01

    2. เปิดโปรแกรม

    disk2vhd02e

    3. ตั้งค่า ตัวเลือกแค่ Use Volume Shadow Copy อย่างเดียว และเลือก Drive C: อย่างเดียว ขนาด 14.29 GB

    disk2vhd03e

    4. ตั้ง VHD File name: ที่ Drive อีกอันที่เป็นชนิด ntfs เช่น e:\RD536.vhd

    5. รอจนเสร็จ

    6. นำไฟล์ไปที่เครื่อง notebook ที่มีโปรแกรม Oracle VM VirtualBox

    7. สร้าง New VM เลือก Use an existing virtual hard disk file และ คลิก Create

    disk2vhd04

    8. ในตอนแรก มันเปิด Windows XP ไม่ได้ จึงค้นหา มีคำตอบว่า ให้ติ๊กเลือก Enable I/O APIC ในหน้า System Motherboard ด้วย

    disk2vhd05

    9. เปิดใช้งาน VM windowsxp

    disk2vhd06

    รูปนี้เป็นเครื่อง notebook ที่เปิด VM Windows XP จากไฟล์ RD536.vhd

    disk2vhd07

    10. เมื่อจะใช้เครื่องพิมพ์ ให้ต่อสาย USB ของเครื่องพิมพ์เข้ากับ notebook แล้วเลือกเมนู Device > เลือก USB > เลือกที่ต้องการ

    disk2vhd08

    อ้างอิง:
    Disk2vhd v2.01 By Mark Russinovich Published: January 21, 2014
    https://technet.microsoft.com/en-us/sysinternals/ee656415.aspx

    Backup current Windows OS as a virtual machine
    http://techathlon.com/backup-current-windows-os-virtual-machine/

    VHD with XP cannot boot. What should I do?
    https://forums.virtualbox.org/viewtopic.php?f=2&t=48688#p221106

  • สร้างโปรแกรมทดสอบเว็บแอพพลิเคชันอัตโนมัติด้วย Selenium WebDriver : ตอนที่ 1 การติดตั้ง Web Driver

    “Selenium” คือ ชุดเครื่องมือที่ใช้สำหรับทดสอบเว็บแอพพลิเคชันอัตโนมัติ โดยประกอบด้วยเครื่องมือ 4 เครื่องมือ การใช้งานจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการทดสอบในแต่ละองค์กร ได้แก่

    • Selenium Integrated Development Environment (Selenium IDE)
    • Selenium Remote Control (RC)
    • WebDriver
    • Selenium Grid

    SeleniumSuite

    โดยในปัจจุบัน ในส่วนของ Selenium RC (Selenium 1.0) และ WebDriver ได้ร่วมเป็น Selenium ในเวอร์นที่ 2 ซึ่งในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอเรียกว่า Selenium Web Driver เพื่อไม่ให้สับสนกับ Selenium ค่ะ ต่อไปก็ขออธิบายลงไปที่ Selenium Web Driver ต่อไปเลยค่ะ 

    Selenium Web Driver เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถสร้างโปรแกรมในการทดสอบเว็บแอพพลิเคชันกับ Web browser ได้หลายตัว ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติเด่นที่ดีกว่า Selenium IDE ค่ะ (Selenium IDE จะใช้งานได้เฉพาะ firefox เท่านั้น) โดยจะมี Web Driver เป็นตัวกลางที่มีไลบารีที่ช่วยในเราติดต่อกับ Web browser ได้ดังรูปค่ะ

    WebDriver_and_Browsers(1)

    โดยใช้การเขียนโปรแกรมในภาษาต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ไม่ว่าจะเป็น JAVA, .Net (VB/C#), Ruby ติดต่อกับไลบารีของ WebDriver เพื่อเข้าถึงคอนโทรลที่แสดงผ่าน Web browser ได้ ทำให้เราสามารถสร้างโปรแกรมการทดสอบได้หลากหลายมากขึ้น เช่น

    • ดึงข้อมูลที่ใช้สำหรับกรอกข้อมูลบนฟอร์ม จากฐานข้อมูลได้
    • สามารถใช้ทดสอบหลายๆ กรณี ได้อย่างต่อเนื่อง

    เริ่มเห็นประโยชน์กันบ้างยังค่ะ ต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาและเพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เราก็มาเริ่มการติดตั้งเลย โดยบทความนี้จะใช้ WebDriver ของ Firefox และภาษา C# ในการพัฒนา

    ขั้นตอนที่ 1 : โหลด Selenium Client และ WebDriver
    ไปยัง URL : http://www.seleniumhq.org/download/
    Selenium Client คือ ไลบาลีที่ใช้ติดต่อกับ WebDriver ซึ่งขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้ในการพัฒนา

    11

    12

    (จากรูปด้านบน เลือกตามภาษาที่ใช้ในการพัฒนา)

    WebDriver คือ ไลบารีที่ใช้ติดต่อกับ Web brower ซึ่งในส่วนของ firefox จะติดมากับไลบารีของ Selenium Client อยู่แล้ว แต่ในส่วนของ IE , Chrome หรือ Safari ต้องโหลดแยกต่างหาก โดยในส่วนของเว็บ Selenium ก็มีให้โหลดเรียบร้อยแล้ว 

    13

    14

    (จากรูปบน เป็น Webdriver ของ Chrome เลือกตามระบบปฎิบัติการใช้งาน)

    15

    (จากรูปบน เป็นไฟล์ Webdriver ของ Chrome โดยเราจะเรียกใช้โดยการอ้างอิงจากพาร์ธ)

    ขั้นตอนที่ 2 : การติดตั้งไลบารีกับ Visual Studio

    เมื่อดาวน์โหลดมาเรียบร้อย ทำการแตกไฟล์จะได้โฟลเดอร์ตามรูป โดยเลือกใช้งานตาม .Net Framework ที่ใช้ในการพัฒนา

    16

    จากนั้นทำการสร้าง Project และทำการ Add Referrence

    1

    2

    ขั้นตอนที่ 3 : Hello World !!

    ขั้นตอนนี้ทำการเขียนโปรแกรม โดยการกดปุ่มจากฟอร์มและโปรแกรมทำการเปิดเว็บเพจ google ค้นหาคำว่า Hello World

    18

    3

    (จากรูปบน เป็นส่วนของการประกาศใช้งานไลบารีของ Selenium ซึ่งในกรณีนี้อยู่ที่ว่าจะใช้เรียกเว็บ browser อะไรก็เรียกใช้ไลบารีตัวดังกล่าว จากตัวอย่างผู้เขียนจะเรียกใช้ Firefox กับ Chrome)

    5

    (จากรูปบน เป็นการสร้างตัวแปรคลาส driver ของ Firefox)

    4

    (จากรูปบน เป็นการสร้างตัวแปรคลาส driver ของ Chrome โดยจะแตกต่างจากของ Firefox ตรงที่ต้องมีการระบุตำแหน่งของ driver ซึ่งในขั้นตอนที่ 2 ได้ทำการโหลดมา)

    6

    (จากรูปบน เป็นการเขียนโปรแกรมให้เว็บของ google ค้นหาว่า Hello World!!! คำอธิบายตาม comment เลยจร้า  โดยรูปแบบการค้นหายังมีอีกหลายวิธี ซึ่งอธิบายในตอนต่อไป  )

    เขียนเสร็จเรียบร้อย ลอง run ดูจะได้ผลลัพธ์ตามข้างล่าง ไป Hello World กัน !!! 

    17

    เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อทุกท่านที่กำลังหาเครื่องมือในการทดสอบเว็บแอพพลิเคชัน ซึ่งในตอนถัดไปผู้เขียนจะอธิบายในส่วนของการค้นหาคอนโทรลบนเว็บที่มีเงื่อนไขมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนโทรลที่สร้างจาก jquery, dojo หรือ SVG เป็นต้น

    อ้างอิง :

    www.seleniumhq.org  
    www.guru99.com/selenium-tutorial.html

  • How to use bitlocker?

    หลังจาก Truecrypt ไม่ปลอดภัย ? คนความลับเยอะจะใช้อะไรเข้ารหัส HDD กันดี ทางเลือกหนึ่งคือใช้ bitlocker ที่มาพร้อมกับ Windows 7/8/8.1/10 (รุ่น Professional, Enterprise, Education, Enterprise LTSB เท่านั้น) และ Windows Server 2008/2008R2/2012/2012R2/(2016?)

    • เพื่อความสะดวกจึงสร้าง Virtual Hard Disk ดังนี้
      • เปิด Disk Management (Start > RUN > diskmgmt.msc)
        rundiskmgmt.msc
      • จะได้ Disk Management
        diskmanagementconsole
      • คลิกที่เมนู Action เลือก Create VHD
        createvhd
      • จะได้หน้าต่าง Create and Attach Virtual Hard Disk
        createandattachvhd
      • เลือกที่เก็บ ขนาดและชนิดได้ตามชอบใจ VHD และ VHDX ต่างกันตามคำอธิบายนะครับ ดังนั้นตามตัวอย่างนี้จะได้ดังรูป
        createvhdx
      • เลือกเรียบร้อยกด OK จะได้ HDD ลูกใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในสถานะ Not Initialize เหมือนเราเอา HDD ลูกใหม่ที่เพิ่งซื้อ (สดๆ :p ) มาเสียบ
        newdiskattach
      • คลิกขวาที่ HDD ลูกใหม่นี้เลือก Initialize Disk
        initializedisk
      • เลือกชนิดพาทิชั่นที่ต้องการว่าจะเป็น MBR หรือ GPT อันนี้ปล่อยตามค่าที่ถูกเลือกไว้แต่แรกเลยก็ได้ อย่าลืมอ่าน Note: ด้านล่างด้วยนะครับ (จะเป็น MBR หรือ GPT ขึ้นอยู่กับว่าลง Windows มาในโหมดไหน UEFI หรือ BIOS)
        initializenewdisk
      • สร้าง Partition ใหม่ ตัวอย่างนี้เลือกเป็น GPT Partition Table จะเรียกเป็น Simple Volume คลิกขวาที่พื้นที่ Unallocated เลือก New Simple Volume…
        newsimplevolume
      • เลือกขนาด Partiton ให้เป็นพื้นที่ทั้งหมดไปเลย แล้วกด Next ไปเรื่อยๆ
        newsimplevolumewizard
      • จนถึงขั้นตอน Format สามารถเลือกได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น FAT32 หรือ NTFS ตามตัวอย่างนี้เลือก NTFS กด Next แล้ว Finish
        format
      • จะได้ HDD ลูกใหม่ที่มี Partition ชื่อ Bitlocker เพิ่มขึ้นมาแล้ว (H:)
        drivebitlocker
      • เปิดดูด้วย Windows Explorer จะเห็น Drive H เพิ่มขึ้นมาแล้ว เป็นอันเสร็จสำหรับการสร้าง Virtual Hard Disk
        windowsexplorer
    • คลิกขวาที่ Drive H เลือก Turn on Bitlocker
      turnonbitlocker
    • จะได้หน้าต่าง Bitlocker Drive Encryption (H:) (ชื่อ Drive อาจต่างไปจากนี้แล้วแต่เครื่องนะครับ)
      bitlockerdriveencryption
    • เลือก Use a password to unlock the drive แล้วตั้ง Password ตามต้องการ กด Next
      passwordcreate
    • จะได้หน้าสำหรับ Backup recovery key เลือกได้เลยว่าจะเก็บไว้ในรูปแบบไหน (ในตัวอย่างเลือก Save to a file ไว้ก่อนเนื่องจากไม่ได้เข้าวินโดวส์ด้วย Microsoft account) เลือกเสร็จแล้วกด Next
      backuprecoverykeyจะได้ TXT file ชื่อขึ้นต้นด้วย BitLocker Recovery Key*.txt ให้เก็บไว้ให้ดีเผื่อกรณีฉุกเฉิน (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ recovery key ได้โดยคลิกที่ What is a recovery key?)
    • คลิก Start encrypting
      startencrypting
    • รอสักครู่เมื่อไปดูที่ Windows Explorer จะเป็นว่ามีรูปแม่กุญแจขึ้นที่ Drive H แล้ว
      bitlockersuceed
    • คลิกขวาที่ Drive H เลือก Eject
      eject
    • Drive H หายไปแล้ว
      nonh
    • ไปยังที่เก็บแฟ้มที่สร้างไว้ ในข้อ ๑ หัวข้อย่อย ๕ (E:\aa.vhdx)
      aa
    • คลิกขวาที่ aa.vhdx เลือก Mount
    • ดูที่ Windows Explorer จะเห็นว่า Drive H ถูกล็อคไว้อยู่
      lock
    • คลิกขวาที่ Drive H เลือก Unlock Drive… จะมีหน้าต่างปรากฏขึ้นให้ใส่พาสเวิร์ดที่ตั้งไว้
      unlock
      enterpasswordtounlock
    • Unlocked
      bitlockersuceed
    • สามารถใช้ได้เหมือน HDD ปกติ และ HDD ปกติสามารถเปิดใช้ Bitlocker ได้ด้วยวิธีการเดียวกัน โดยไม่ต้องสร้าง Virtual Hard Disk ก็ได้
    • Eject Drive H ทุกครั้งที่งานเสร็จ
    • จบ ขอให้สนุกครับ

    อ้างอิง
    http://truecrypt.sourceforge.net/
    http://www.neowin.net/news/truecrypt-audit-reveals-vulnerabilities-but-no-backdoors

  • Dual Boot Ubuntu 14.04 & Windows 8.1 in UEFI

    • เหตุการณ์สมมติจึงใช้ VirtualBox
    • ตั้งค่า VirtualBox ดังภาพ (ขอข้ามวิธีการสร้างเครื่องใหม่บน VirtualBox ไปเลยนะครับ คิดซะว่าชำนาญแล้ว โดยขนาด HDD ที่ต้องการ 100GB เป็นอย่างน้อย) โดยเลือก option ที่เขียนว่า Enable EFI (special OSes Only) และในช่อง  Boot Order: ให้เลื่อนเป็น Optical แล้วตามด้วย Hard Disk แล้วกด OK
      uefi1
    • เมื่อเปิดเครื่องจะได้หน้าจอดังภาพ แสดงว่า BIOS ของเรากลายเป็น UEFI เรียบร้อยแล้ว
      uefi2
    • เลือกแผ่น Ubuntu 14.04 ให้ต่อเข้ากับ Device
      uefi3
    • reset เครื่อง
      uefi4
    • เลือก *Try Ubuntu without installing
      uefi5
    • รอจนได้ Windows Manager แล้วดับเบิ้ลคลิก Install Ubuntu 14.04.2 LTS บน Desktop เข้าสู่กระบวนการติดตั้ง Ubuntu ปกติทั่วไปสามารถใช้ Next Technology ได้เลยไปเรื่อยๆ จนถึงหน้า Installation type ให้เลือกหัวข้อ Something else แล้วกด Continue
      uefi6
    • คลิก New Partition Table… คลิก Continue จะได้ดังภาพ
      uefi7
    • คลิกคำว่า free space แล้วคลิกเครื่องหมายบวก (+) สร้าง Partition ขนาด 512MB มีชนิดเป็น EFI boot partition (ควรดูด้วยว่าพาทิชั่นที่ได้เมื่อสร้างเสร็จมีขนาด 512MB จริงๆ โดยใน VM ที่สร้างนี้ตอนสร้างใส่ไป 514MB) และกด + เพื่อสร้าง swap ในตัวอย่างกำหนดแรมไว้ 4GB สามารถสร้าง Swap เท่าแรมได้เลย และ / (root ขนาด 50GB) ตามลำดับโดยจะเหลือพื้นที่เปล่าไว้ด้วย
      uefi8
    • ภาพแสดงพาทิชั่นเมื่อสร้างเสร็จแล้ว
      uefi9
    • คลิก Install Now และคลิก Continue ที่เหลือหลังจากนี้สามารถกลับสู่โหมด Next Technology ได้เลยจนจบ
      uefi10
      uefi11
    • สิ้นสุดคลิก Restart Now
      uefi12
    • เอาแผ่นออกแล้วกด Enter (ปกติจะเอาออกให้อัตโนมัติ)
      uefi13
    • ลองบูตดูจนได้หน้า Log In
      uefi14
    • เลือก Devices แล้ว Optical Drives แล้วเลือกแผ่น Windows 8.1
      uefi15
    • คลิกรูปเฟืองที่มุมบนขวา เลือก Shutdown แล้วคลิก Restart
      uefi16
    • เมื่อ VM กำลัง Shutdown ให้สังเกตุดูว่า โลโก้ Ubuntu หายไปให้รีบ ESC ทันทีจะได้ดังภาพ
      uefi17
    • เลื่อน Cursor ลงมาที่ Boot Manager แล้วกด Enter จะได้ดังภาพ
      uefi18
    • เลื่อน Cursor ลงมาที่คำว่า EFI DVD/CDROM แล้วจะมีข้อความว่า Press any key to boot from CD or DVD….
      uefi19
    • เมื่อกดปุ่มใดๆ จะเข้าสู่วินโดวส์เพื่อเริ่มติดตั้ง
      uefi20
    • เมื่อได้หน้าเลือกภาษาให้เลือกดังภาพ แล้วคลิก Next
      uefi21
    • คลิก Install now
      uefi22
    • คลิกเครื่องหมายถูกหน้าข้อความ I accept the license terms คลิก Next
    • เลือก Custom: Install Windows only (advanced)
      uefi23
    • จะเห็นพื้นที่ดิสก์ที่เราใช้งานอยู่ในตอนนี้จะเห็นว่ามีที่เหลืออยู่ 48GB ที่เป็น Unallocated Space (และถูกเลือกโดยอัตโนมัติไว้อยู่แล้ว) ในตัวอย่างนี้เราจะสร้างเพียงไดรฟ์ซีเพียงอย่างเดียวให้คลิก Next
      uefi24
    • เข้าสู่การติดตั้ง Windows รอไปจนเสร็จ…
      uefi25
    • เมื่อติดตั้ง Windows  เสร็จแล้วจะถูกบังคับเข้าวินโดวส์ทันที Ubuntu หายไปแล้ว… เพราะ Boot Manager ของ Ubuntu ถูกเขียนทับไปนั่นเอง ให้ตั้งค่า Windows ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วชัตดาวน์เครื่อง เลือก Devices แล้วเลือก Optical Drives เลือกแผ่น Ubuntu อีกครั้ง เมื่อได้ Menu ให้เลือก *Try Ubuntu without installing
      uefi26
    • เมื่อได้หน้า Windows Manager กด Ctrl+alt+T พิมพ์ข้อความดังนี้  และในขั้นตอนนี้ต้องแน่ใจว่าเครื่องเชื่อมต่อ Internet ได้เรียบร้อยแล้ว
      sudo add-apt-repository ppa:yannubuntu/boot-repair
      sudo apt-get update
      sudo apt-get install -y boot-repair
    • แล้วต่อด้วยคำสั่ง sudo boot-repair จะได้ดังภาพ
      uefi27
    • คลิกที่ Recommended repair จะได้ดังภาพ ให้รอไปจนเสร็จ
      uefi28
    • เมื่อได้หน้าจอดังภาพกด OK แล้วสั่งรีบูตได้เลยuefi29
    • เมื่อบูตขึ้นมาจะได้หน้าเมนูที่คุ้นเคยสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าอะไร
      uefi30
    • จบขอให้สนุกครับ

    อ้างอิงเพิ่มเติม

    https://help.ubuntu.com/community/Boot-Repair