Putty + Xming = Xwindows

สำหรับผู้ใช้งานวินโดวส์ อยากใช้บางโปรแกรมของ Xwindows แต่ไม่อยากเดินไป Log In หน้า Console ต้องมี putty และ xming โหลดที่ ftp://ftp.psu.ac.th/pub/putty สำหรับ 32-bit https://blog.splunk.net/wp/64bit-putty/ สำหรับ 64-bit ftp://ftp.psu.ac.th/pub/xming/ อันนี้ไม่มีแยก โหลดโปรแกรมทั้งสองมาติดตั้งในเครื่องให้เรียบร้อย (next tech) สำหรับ putty สามารถโหลด putty.exe มาไฟล์เดียวก็ได้ เปิด putty และ xming สำหรับ xming เปิดแล้วโปรแกรมจะไปอยู่ที่ Task Bar ที่ Putty ในหัวข้อ Connection -> SSH -> X11 เลือกหัวข้อ Enable X11 forwarding กลับมาหน้า Session ในช่อง Saved Sessions สร้างชื่อใหม่เก็บไว้ใช้เวลาต้องการ ทดสอบใช้งาน ให้เลือกไปที่ X11 Forwarding ที่สร้างไว้ แล้วกด Load แล้วใส่ชื่อ Host Name ที่ต้องการ เมื่อ Log In เรียบร้อยในครั้งแรก จะมีข้อความว่า /usr/bin/xauth: creating new authority file …. ลองเรียกใช้งานโปรแกรมที่ต้องใช้ Xwindows  เช่น gedit จบ … ขอให้สนุกครับ

Read More »

ติดตั้ง LibreOffice 4.1 บน Ubuntu และ Linux Mint

Add repository โดย repository นี้ใช้ได้สำหรับ Ubuntu รุ่น Precise, Quantal, Raring และ Linux Mint ในรุ่นที่เทียบเคียงกัน เช่น ปัจจุบัน Linux Mint 15 ซึ่งเทียบเคียงได้กับ Ubuntu Raring เป็นต้น ด้วยคำสั่ง sudo add-apt-repository ppa:libreoffice/ppa เนื่องจากในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีไซต์ http://mirrors.psu.ac.th ซึ่งได้ทำการ mirror ไซต์ต่างๆ ที่จำเป็นไว้แล้วส่วนหนึ่ง รวมถึง repository ของ LibreOffice ด้วย ดังนั้น สามารถใช้งานได้ โดยการแก้แฟ้ม /etc/apt/sources.list.d/libreoffice-ppa-raring.list จากเดิม มีอะไรอยู่ให้แก้เป็นดังนี้ โดยหากเป็น Ubuntu รุ่นอื่นๆ ก็ให้เปลี่ยนคำว่า raring เป็นรุ่นที่ใช้งาน สำหรับ Linux Mint ก็ยังคงใช้รุ่นของ Ubuntu ที่เทียบเคียงกันมาเช่น Linux Mint 15 ก็ให้ใช้ของ raring deb http://mirrors.psu.ac.th/ppa/libreoffice/ raring main สั่ง update ฐานข้อมูล software ด้วยคำสั่ง sudo apt-get update สั่ง upgrade software ซึ่ง LibreOffice จะถูก upgrade ไปในคราวเดียวกันโดยอัตโนมัติด้วยคำสั่ง sudo apt-get -y dist-upgrade จบ.. ขอให้สนุกครับ ที่มา     http://www.ubuntuupdates.org/ppa/libreoffice

Read More »

HowTo: Windows 8 L2TP / IPsec VPN Setup Tutorial

เปิด Network and Sharing Center จาก Control panel คลิกที่ Set up a new connection or network คลิก Connect to a Workplace คลิก Use my Internet connection (VPN) ใส่ค่าต่างๆ ตามรูป คลิก Create แล้วมองที่ Taskbar ด้านล่างขวา คลิกที่รูปการเชื่อมต่อเครือข่าย เพื่อเรียกดูการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ จะพบว่ามี  vpn.psu.ac.th เพิ่มขึ้นมา ให้คลิกขวาที่ vpn.psu.ac.th หรือ เลือก View connection properties จะได้ดังรูป คลิกที่ Security ในช่อง Type of VPN เลือก Layer 2 Tunnelinig Protocol with IPsec (L2TP/IPsec) แล้วคลิก Advanced settings เลือก Use preshared key for authentication แล้วในช่อง Key: พิมพ์ว่า vpn key (อ่านว่า วี-พี-เอ็น-เว้นวรรค-คีย์) กด OK เลือก Allow these protocols แล้วคลิกเลือกทุกหัวข้อด้านล่าง ยกเว้น Automatically … แล้วคลิก OK คลิกที่รูปการเชื่อมต่อเครือข่าย เพื่อเรียกดูการเชื่อมต่อเครือข่าย คลิกที่ vpn.psu.ac.th คลิก Connect ใส่ Username และ Password ของ PSU Passport แล้วคลิก OK รอสักครู่ จะได้เป็นดังรูป เมื่อเลิกใช้งาน คลิกที่รูปการเชื่อมต่อเครือข่าย เพื่อเรียกดูการเชื่อมต่อเครือข่าย คลิกที่ vpn.psu.ac.th คลิก Disconnect จบ ขอให้สนุกครับ… หมายเหตุ หากต้องการให้ใส่ username และ password ใหม่ทุกครั้งให้เอาเครื่องหมายถูกหน้าข้อความ Remember my credentials ออกก่อนคลิก Create ในขั้นตอนแรก หากล็อกอินแล้วได้ Error เกี่ยวกับ Certificate ให้กลับมาใส่ vpn key อีกครั้ง Windows Vista/Windows 7 อาจใช้วิธีนี้ได้เช่นกันแต่วิธีการอาจต้องเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของ OS ที่มา http://www.hideipvpn.com/2012/03/howto-windows-8-l2tp-ipsec-vpn-setup-tutorial/

Read More »

Mount & fstab

วันนี้หลังจากติดตั้ง OS ใหม่ ก็มานั่งคิดๆ ดูว่าจะใช้ อะไรในการ mount โฟลเดอร์ที่ได้แบ่งแยกไว้แต่แรกมาใช้ได้อย่างไร ซึ่งจากเดิมจะใช้วิธีแก้แฟ้ม /etc/rc.local โดยเพิ่มข้อความเข้าไปประมาณว่า mount –bind /home/sipa /usr/share/fonts/truetype/sipa ซึ่งวันนี้ก็พบว่า มันไม่ทำงาน และเหมือนกับว่าถ้ามีการอัพเดต kernel แฟ้มนี้จะถูกเปลี่ยนกลับเป็นเหมือนเดิม คือ ไม่มีข้อความข้างต้นอยู่ข้างใน (อันนี้ยังไม่ยืนยันเพราะเจอแค่ครั้งเดียว) ต่อมาเลยนั่งมองว่าแล้วเราจะใส่แบบข้างบนลงไปในแฟ้ม /etc/fstab ได้มั้ย ทำอย่างไร ก็ค้นไปเรื่อยๆ พบว่าทำได้ โดยให้ใส่เพิ่มเข้าไปดังนี้ /home/sipa /usr/share/fonts/truetype/sipa none  bind    0 0 เมื่อแก้แฟ้มนี้เสร็จออกมาสั่ง sudo mkdir /usr/share/fonts/truetype/sipa ; sudo mount -a ได้ทันที ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีอีกวิธี คือการสร้างเป็น Upstart job ทำได้โดย สร้างแฟ้ม /etc/init/mount-bind.conf โดยมีข้อความว่า # # bind mounts # description “bind” start on stopped mountall script mount –bind /home/sipa /usr/share/fonts/truetype/sipa end script ขอให้สนุกครับ ที่มา http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1642616 http://www.linuxforums.org/forum/servers/28252-fstab-mount.html

Read More »

How to list linux file permissions in Octal Notation

วันนี้เนื่องจากทีมผู้ดูแล  Web Hosting ต้องการดูว่ามีไฟล์ไหนบ้างที่มี permission เป็น 777 ก็เลยนั่งหาดูพบว่า สามารถใช้คำสั่ง stat ในการดูได้ เช่น $stat -c “%a %n” /var/www ผลลัพธ์ หรือ $stat -c “%A (%a) %8s %.19y %n” /var/www ผลลัพธ์ ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถทำให้มัน recursive ได้ ก็ต้องหาไปทีละโฟลเดอร์ …. จนกระทั่งเจออีกคำสั่ง คือ สร้าง alias ชื่อ lso ดังนี้ $alias lso=”ls -alG | awk ‘{k=0;for(i=0;i<=8;i++)k+=((substr(\$1,i+2,1)~/[rwx]/)*2^(8-i));if(k)printf(\” %0o \”,k);print}'” เมื่อจะใช้งาน ก็เพียงสั่ง lso ที่คอมมานด์ไลน์ ผลลัพธ์ สามารถปรับ option ของ ls ใน alias ให้ recursive ได้โดยเพิ่ม R ตัวใหญ่ลงไป ดังนี้ $alias lso=”ls -alGR | awk ‘{k=0;for(i=0;i<=8;i++)k+=((substr(\$1,i+2,1)~/[rwx]/)*2^(8-i));if(k)printf(\” %0o \”,k);print}'” เมื่อเรียกใช้จะได้ผลลัพธ์ สามารถใช้ร่วมกับ grep เพื่อค้นหาเฉพาะค่าที่ต้องการ เช่น $lso|grep ” ^777″ ผลลัพธ์ ก็พอจะช่วยได้บ้างครับ ขอให้สนุกครับ ที่มา http://thenubbyadmin.com/2012/02/16/how-to-list-linux-file-permissions-in-octal-notation/ http://askubuntu.com/questions/152001/how-can-i-get-octal-file-permissions-from-command-line

Read More »