เตาะแตะไปกับ Docker ตอนที่ 11 Docker Compose (LDAP services)

เราจะมาเรียนรู้ การใช้ docker compose รัน service 2 services คือ OpenLDAP และ phpLDAPadmin ซึ่ง docker จะมองว่าการใช้ docker compose คือ เรากำลังรัน project ที่ประกอบด้วย service หลาย ๆ service

ให้แน่ใจว่าอยู่ที่ home directory ให้ใช้คำสั่งนี้

$ cd

สร้างไดเรกทอรีของ project สมมติตั้งชื่อว่า ex1

$ mkdir ex1
$ cd ex1

สร้างไดเรกทอรี openldap ภายในมี dockerfile และไดเรกทอรีที่เกี่ยวข้อง ทำตามบล็อกเรื่อง “เตาะแตะไปกับ Docker ตอนที่ 9 Dockerfile (OpenLDAP)

สร้างไดเรกทอรี phpldapadmin ภายในมี dockerfile และไดเรกทอรีที่เกี่ยวข้อง ทำตามบล็อกเรื่อง “เตาะแตะไปกับ Docker ตอนที่ 10 Dockerfile (phpLDAPadmin)

สร้างไฟล์ docker-compose.yml ด้วยเอดิเตอร์ที่ถนัด เช่น vi หรือ nano ก็ได้

$ vi docker-compose.yml

version: '2'
services:
 openldap:
 build: ./openldap
 container_name: openldap
 volumes:
  - ldapdatavol:/var/lib/ldap
  - ldapconfigvol:/etc/ldap/slapd.d
 ports:
  - "389:389"
  - "636:636"
 restart: always

phpldapadmin:
 build: ./phpldapadmin
 container_name: phpldapadmin
 environment:
 HNAME: "openldap"
 ports:
  - "8080:80"
 depends_on:
  - openldap
 restart: always

volumes:
 ldapdatavol:
  external: false
 ldapconfigvol:
  external: false

อธิบายได้ดังนี้
ไฟล์ docker-compose.yml นี้ จะมี service แรกคือ openldap จะ build image จากไดเรกทอรี ./openldap เมื่อรันเป็น container จะตั้งชื่อว่า openldap โดยมีที่เก็บข้อมูลถาวรคือ ldapdatavol จะ mapped ไปยัง /var/lib/ldap ใน container และที่เก็บคอนฟิก ldapconfigvol จะ mapped ไปยัง /etc/ldap/slapd.d ใน container เช่นเดียวกัน
โดย Host และ container เปิด port ตรงกัน คือ เปิด port TCP 636(LDAPS) และ 389(LDAP) และ container นี้จะทำงานทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่อง

ต่อมา service ที่สองคือ phpldapadmin จะ build image จากไดเรกทอรี ./phpldapadmin เมื่อรันเป็น container จะตั้งชื่อว่า phpldapadmin มีการตั้งค่าตัวแปร HNAME เป็นชื่อ container อันแรก คือ openldap โดยที่ Host จะเปิด port TCP 8080 ไปยัง port TCP 80 ของ container นี้ ถัดมาคือ depends_on คือ จะรัน container นี้ได้ก็ต่อเมื่อมี container ชื่อ openldap และ container นี้จะทำงานทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่อง

ท่อนล่างสุด คือ การกำหนดว่า จะมีการใช้ named volume ชื่อ ldapdatavol และ ldapconfigvol ทั้งสอง volume นี้ จะถูกสร้างโดยคำสั่ง docker-compose ไม่ได้ไปใช้ volume จากที่ได้สร้างไว้ก่อนแล้ว (external: false) หากจะย้อนกลับไปอ่านเรื่อง “เตาะแตะไปกับ Docker ตอนที่ 7 Manage data” จะเข้าใจเรื่อง named volume ครับ

ผลลัพธ์หลังจากเตรียมครบ ภายในไดเรกทอรี ex1 จะมี 1 ไฟล์ และ 2 ไดเรกทอรี ดังนี้

$ ls 
docker-compose.yml openldap phpldapadmin

ตอนนี้เราก็เตรียมการต่าง ๆ เสร็จแล้ว

ต่อไปก็ใช้คำสั่ง docker-compose เพื่อสร้าง service คือ openldap และ phpldapadmin ดังนี้

$ docker-compose up -d

ตรวจสอบรายการ image

$ docker images
REPOSITORY TAG IMAGE ID CREATED SIZE
phpldapadmin latest d314c021fd1a 6 hours ago 282MB
ex1_phpldapadmin latest f2feaa90c59b 9 days ago 282MB
ex1_openldap latest e98f6bad71a7 9 days ago 259MB
openldap latest cb8b1c0057cc 11 days ago 259MB
ubuntu 16.04 ccc7a11d65b1 5 weeks ago 120MB

จะพบว่ามี image ของ project ex1 คือ ex1_openldap และ ex1_phpldapadmin ส่วน image ชื่อ openldap และ phpldapadmin สองอันนั้นที่เห็นเป็น image ที่สร้างด้วยคำสั่ง docker build ตอนที่เราเรียนรู้เรื่อง “เตาะแตะไปกับ Docker ตอนที่ 9 Dockerfile (OpenLDAP)” และ “เตาะแตะไปกับ Docker ตอนที่ 10 Dockerfile (phpLDAPadmin)” ครับ

ตรวจสอบรายการ container ที่รันอยู่

$ docker ps
CONTAINER ID IMAGE COMMAND CREATED STATUS PORTS NAMES
b61e8f24802c ex1_phpldapadmin "/bin/bash /run.sh..." 3 minutes ago Up 3 minutes 0.0.0.0:8080->80/tcp phpldapadmin
489bb2db70d3 ex1_openldap "/bin/sh -c '/usr/..." 3 minutes ago Up 3 minutes 0.0.0.0:389->389/tcp, 0.0.0.0:636->636/tcp openldap

จะพบว่ามี container ชื่อว่า openldap และ phpldapadmin เกิดขึ้นหลังคำสั่ง docker-compose up -d

ทดสอบการเข้าใช้งานทาง web ไปที่ http://ldap.example.com:8080/phpldapadmin/ (เนื่องจาก VM ที่ใช้ทดสอบ คือ ubuntu ที่ได้ติดตั้ง XFCE desktop environment ไว้ด้วยทำให้สามารถใช้งาน web browser ได้ด้วย)

หลังจาก login แล้วจะเห็นข้อมูล LDAP และจัดการ LDAP database ได้

จากความรู้ที่ได้เรียนมาหลาย ๆ ตอนจนถึงตอนนี้ เราก็น่าจะได้แนวทางในการสร้าง service ความเข้าใจอย่างง่าย ๆ คือ หากเป็น image ที่เราจะทำขึ้นเอง ไม่ได้ไป pull จาก docker hub เราก็ทำด้วย dockerfile และหากมี service ที่ใช้ร่วมกันระหว่าง service ก็เปลี่ยนไปทำต่อด้วย docker-compose จะสะดวกกว่า

อนึ่งหาก pull หรือมี image อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนจาก build: ./openldap เป็น image: openldap และปรับแก้ไขนิดหน่อยตามที่ผู้พัฒนา image นั้นได้แจ้งวิธีการไว้ครับ

จากที่ได้เขียนบล็อกในชุด “เตาะแตะไปกับ Docker” ตั้งแต่ ตอนที่ 1 ถึง ตอนที่ 11 นี้ ผมคิดว่าก็น่าจะเพียงพอให้เข้าใจว่า docker ใช้งานอย่างไร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านคงได้รับความรู้กันครับ และสามารถลองทำตามได้โดยไม่ติดขัดอะไร

 

Leave a Reply