Category: System Monitoring

  • การติดตั้ง snmpd และการตั้งค่า shorewall บน Ubuntu 14.04 LTS

    ในบทความนี้จะเกี่ยวกับการตั้งค่า snmpd บน ubuntu รวมถึงการเปิด port firewall ด้วยโปรแกรม Shorewall ดังนี้

    วิธีการติดตั้ง snmpd, shorewall บน ubuntu 14.04 LTS

    1) ทำการติดตั้งโปรแกรม snmpd และ shorewall ดังนี้

    sudo apt-get install -y snmp snmpd shorewall

    2) ทำการติดตั้ง mib เพิ่มเติมดังนี้

    sudo apt-get -y install snmp-mibs-downloader

    3) วิธีการทดสอบการว่าการใช้งาน snmp สามารถใช้งานหรือยังดังนี้

    sudo snmpwalk -Os -c public -v 2c localhost HOST-RESOURCES-MIB::hrSystemProcesses.0

    4) ทำการตั้งค่า community เพิ่มเติม (ไม่ควรใช้ public) โดยการแก้ไฟล์ดังนี้

    sudo nano /etc/snmp/snmpd.conf

    – เพิ่มข้อความดังนี้

    ...
    
    # Listen for connections from the local system only
    #agentAddress udp:127.0.0.1:161
    
    ...
    
    view systemonly included .1.3.6.1.2.1.1
    view systemonly included .1.3.6.1.2.1.25.1
    view systemonly included .1
    
                          # Full access from the local $
    #rocommunity public localhost
                          # Default access to basic sys$
    #rocommunity public default -V systemonly
    rocommunity happy default -V systemonly
    
    ...

    5) ทำการ restart snmpd

    sudo service snmpd restart

    6) ทดสอบ snmpwalk อีกครั้งจะพบ Error ดังนี้

    sudo snmpwalk -Os -c public -v 2c localhost HOST-RESOURCES-MIB::hrSystemProcesses.0
    Timeout: No Response from localhost

    7) ลองทดสอบอีกครั้งโดยเปลี่ยน community จาก public เป็น happy ดังนี้

    sudo snmpwalk -Os -c happy -v 2c localhost HOST-RESOURCES-MIB::hrSystemProcesses.0
    hrSystemProcesses.0 = Gauge32: 34

    8) เราสามารถดูค่า mib ทั้งหมดได้ดังนี้ (เรื่องจากเราเปิด view .1 ซึ่งหมายถึงเปิดทั้งหมด โดยปกติ default จะไม่แสดงทั้งหมด)

    sudo snmpwalk -Os -c happy -v 2c localhost

    9) สำหรับ snmpd จะใช้ port 161 UDP ซึ่งจะต้องตั้งค่า shorewall ให้เสร็จก่อน โดยมีขั้นตอนการติดตั้งแบบรวดเร็วดังนี้

    – ทำการสร้าง default config

    sudo cp /usr/share/doc/shorewall/examples/one-interface/zones /etc/shorewall
    sudo cp /usr/share/doc/shorewall/examples/one-interface/interfaces /etc/shorewall
    sudo cp /usr/share/doc/shorewall/examples/one-interface/policy /etc/shorewall
    sudo cp /usr/share/doc/shorewall/examples/one-interface/rules /etc/shorewall

    – ทำการตั้ง startup shorewall อัตโนมัติ

    sudo nano /etc/default/shorewall

    – ทำการแก้ไข startup จาก 0 เป็น 1

    # prevent startup with default configuration
    # set the following varible to 1 in order to allow Shorewall to start
    
    startup=1 
    ...

    – จากนั้นทำการแก้ไข rule เพื่อเพิ่ม port 161 udp ดังนี้

    sudo nano /etc/shorewall/rules

    – เพิ่มข้อความในส่วนท้ายไฟล์ดังนี้

    ...
    # Permit all ICMP traffic FROM the firewall TO the net zone
    
    ACCEPT $FW net icmp
    
    #SSH
    ACCEPT net:192.168.99.0/24 fw tcp 22
    #SNMP
    ACCEPT net:192.168.99.0/24 fw udp 161

    – ทำการ restart shorewall ดังนี้

    sudo service shorewall restart

    8) เราสามารถทดสอบ query snmp จากเครื่องอื่น ได้ดังนี้ (คำสั่งนี้สั่งบนเครื่องอื่นที่ต้องการดึงค่า)

    sudo snmpwalk -Os -c happy -v 2c 192.168.99.10

    สามารถอ่านรายละเอียดการติดตั้งและตั้งค่า shorewall เพิ่มเติมได้ที่
    http://opensource.cc.psu.ac.th/%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_shorewall_%E0%B8%9A%E0%B8%99_ubuntu

  • การติดตั้งโปรแกรมและการตั้งค่าเบื้องต้น Cacti บน Ubuntu 14.04 LTS

    โปรแกรม Cacti เป็นโปรแกรม Monitor แบบหนึ่งแต่จะเน้นการ Monitor ผ่าน snmp ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่การสร้าง graph ที่ค่อนข้างชัด ดูง่าย ทำให้ช่วยวิเคราะห์ปัญหาย้อนหลังทำได้ง่ายกว่า

    วิธีการติดตั้ง Cacti บน Ubuntu 14.04 LTS

    1) ทำการติดตั้งชุดโปรแกรม Lamp Server (Linux + apache + mysql + php) ดังนี้

    sudo apt-get install lamp-server^

    2) ทำการติดตั้งโปรแกรม rrdtool ดังนี้

    sudo apt-get -y install rrdtool

    3) ทำการติดตั้งโปรแกรม snmp ทั้งโปรแกรม server และ client ดังนี้

    sudo apt-get -y install snmp snmpd

    4) ทำการติดตั้ง mib เพิ่มเติมดังนี้

    sudo apt-get -y install snmp-mibs-downloader

    5) วิธีการทดสอบการว่าการใช้งาน snmp สามารถใช้งานหรือยังดังนี้

    sudo snmpwalk -Os -c public -v 2c localhost HOST-RESOURCES-MIB::hrSystemProcesses.0

    6) ทำการติดตั้งโปรแกรม Cacti และ spine ดังนี้

    sudo apt-get -y install cacti cacti-spine

    2014-07-24_204947 2014-07-24_205027 2014-07-24_205058

    7) ทำการเข้าหน้าติดตั้ง Cacti ผ่าน web ดังนี้

    http://localhost/cacti

    2014-07-24_205323 2014-07-24_205409 2014-07-24_205448

    8) จากนั้นทำการ Login เข้า web โดยมี Default User : admin, Password : admin ดังนี้

    http://localhost/cacti

    2014-07-24_205538

    9) หลังจากนั้นระบบจะบังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่านดังนี้

    2014-07-24_205855

     

    เสร็จสิ้นการติดตั้ง Cacti แล้วครับ เหลือการตั้งค่า spine ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ทำงานดีขึ้นกว่าแบบที่เป็น cmd.php เนื่องจากโปรแกรมเขียนด้วยภาษา C จึงทำงานได้เร็วกว่า โดยทำการตั้งค่าดังรูป (อย่าลืม save ด้วยนะครับ)

    2014-07-25_071624 2014-07-25_071701

    ส่วนวิธีใช้งานสามารถดูได้ที่บทความนี้ครับ

    http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/25/cacti-howtouse/

     

  • การติดตั้ง NRPE บน Windows 2012 R2

    เพื่อไม่ให้เสียเวลามาเริ่มกันเลยครับ

    วิธีการติดตั้ง Nrpe บน Windows 2012 R2

    1) Download โปรแกรม Winnrpe ดังนี้ (Version นี้มีช่องโหว่ Heartbleed แนะนำว่าลง Firewall ด้วยอีกชั้น)

    https://www.itefix.net/sites/default/files/winrpe_4.2.0_Installer.zip

    2) ทำการติดตั้งโปรแกรม โดย Next ไปเรื่อย ๆ ระหว่างติดตั้งจะมีการสร้าง User ขึ้นมา พยายามอย่าไปตั้ง Password เอง เดี๋ยว Service จะมีปัญหา Start ไม่ขึ้น

    2014-07-24_063706

    3) ให้เข้าไป ตั้งค่า Services ให้ Start ทุกครั้งหลังจากเปิดเครื่องดังรูป2014-07-24_064105 2014-07-24_064157

    4) ลองทดสอบให้ nagios เข้ามาดึงค่าได้เลย

    * สามารถดูคำสั่งหรือแก้ไข nrpe config ได้ที่

    C:\Program Files (x86)\ICW\nrpe.cfg

    5) ให้ทำการเปิด Firewall ดังนี้

    2014-07-24_065342 2014-07-24_065429 2014-07-24_065503

    จบแล้วครับสำหรับ การติดตั้ง nrpe บน windows แต่การใช้งานจริง จะมีในเรื่องของ script ครับว่าใช้อย่างไร จะมีทั้ง check cpu, mem, disk,service, process ซึ่งจะมีน้อยกว่า linux แต่ก็ครบถ้วนในระดับหนึ่งครับ

  • การติดตั้ง NRPE บน Ubuntu 14.04

    เพื่อไม่ให้เสียเวลามาเริ่มกันเลยครับ

    วิธีการติดตั้ง Nrpe บน Ubuntu 14.04

    1) ทำการติดตั้งโปรแกรม nrpe (มองว่าเป็น server ให้ nagios มาเรียกเพื่อดึงค่า) ดังนี้

    sudo apt-get install -y nagios-nrpe-server

    2) ทำการแก้ config /etc/nagios/nrpe.cfg เพื่อใส่ชื่อเครื่องที่อนุญาตให้มาดึงค่าได้ ดังนี้

    sudo nano /etc/nagios/nrpe.cfg
    ...
    
    #
    # NOTE: This option is ignored if NRPE is running under either inetd or xinetd
    
    allowed_hosts=127.0.0.1,monitor

    3) จากนั้นทำการ Restart nrpe ดังนี้

    sudo /etc/init.d/nagios-nrpe-server restart

    4) ให้กลับไปดูใน web nagios จะพบว่ามีการแสดงข้อมูลในส่วนของ nrpe (ในกรณีที่สร้าง service nrpe เรียบร้อยแล้ว)

    ยกตัวอย่างวิธีการเพิ่ม Plugin ให้กับ nrpe บน Ubuntu 14.04

    plugin ที่ให้มายังไม่มีในส่วนของการ monitor memory โดยให้สร้างใน path /usr/lib/nagios/plugins/ และทำการสร้าง command เพิ่มเติมในไฟล์ /etc/nagios/nrpe.cfg ประมาณนี้

    cd /usr/lib/nagios/plugins
    sudo wget http://ftp.psu.ac.th/pub/psu-monitor/check_mem.sh
    sudo chmod ugo+x check_mem.sh
    sudo nano /etc/nagios/nrpe.cfg
    ...
    
    command[check_zombie_procs]=/usr/lib/nagios/plugins/check_procs -w 5 -c 10 -s Z
    command[check_total_procs]=/usr/lib/nagios/plugins/check_procs -w 150 -c 200 
    command[check_mem]=/usr/lib/nagios/plugins/check_mem.sh 85 95
  • วิธีการตั้งค่า NRPE เพื่อใช้งานกับ NagiosQL บน Ubuntu 14.04 LTS

    สำหรับการใช้งาน NRPE ต้องทำการติดตั้ง Nagios และ NagiosQL มาก่อนดังนี้
    Nagios : http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/nagios-ubuntu1404/
    NagiosQL : http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/nagiosql-ubuntu/
    Setup NagiosQL : http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/setup-nagiosql-ubuntu/

    วิธีการติดตั้ง Nrpe และการตั้งค่าบน NagiosQL

    1) ทำการติดตั้งโปรแกรม nrpe ดังนี้

    sudo apt-get install -y nagios-nrpe-plugin

    2) ทำการ Login เข้า Web NagiosQL โดยจะยกตัวอย่างการเพิ่ม nrpe เกี่ยวกับการ Check Load Linux

    3) ทำการเพิ่ม command ใหม่ดังนี้

    Commands -> Definitions

    2014-07-24_045128

    Command : check_linux_load
    Command line : $USER1$/check_nrpe -H $HOSTADDRESS$ -c check_load
    Command type : check command

    2014-07-24_052707

    4) ทำการเพิ่มข้อมูล Service ให้กับ Host ชื่อ Linux-Server

    Supervision -> Services

    2014-07-23_230036

    5) ทำการตั้งค่า Service โดยคราวนี้จะเลือก Add Service เพิ่มเข้าไปใน Host groups linux-server แทน เมื่อเพิ่มเครื่องเข้าไปใน Host groups จะได้ service นี้ติดไปด้วยเสมอ (เป็นการบังคับว่าต้องลง nrpe agent ไม่งั้นจะฟ้องว่า service down)

    2014-07-24_053553

    6) ทำการเพิ่ม เครื่อง Linux-Server ใน Host Groups -> linux servers โดยให้เอา localhost ออกจาก Host Groups ด้วย (กันความสับสน)

    2014-07-24_055017

    7) จากนั้นทำ Save และทดสอบ เข้าไป Restart Nagios

    Tools -> Nagios control -> Check Written configuration files

    8) หลังจากนั้นทดสอบเข้า web nagios ดูจะพบว่า Service CPU Load เพิ่มขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

    ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ต้องทำการลง Agent ที่เครื่อง Linux ปลายทางก่อนซึ่งจะอยู่ในหัวข้อต่อไป ในส่วนของ Windows วิธีการจะคล้าย ๆ กัน ต่างกันที่ Command ซึ่งจะเป็นการเรียกเพื่อรันโปรแกรมที่อยู่ปลายทาง ซึ่งแต่ละ Command อาจต้องใส่ argument ซึ่งบาง command สามารถแก้ที่ตัวปลายทางได้เลย ทำให้ command เดียวกันแต่ตั้งค่า warning critical ที่แตกต่างได้ แล้วแต่ปลายทางจะตั้ง

  • การติดตั้งและการตั้งค่าเบื้องต้น NagiosGraph บน Ubuntu 14.04 LTS

    สำหรับการติดตั้ง NagiosGraph ต้องทำการติดตั้ง Nagios และ NagiosQL มาก่อนดังนี้
    Nagios : http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/nagios-ubuntu1404/
    NagiosQL : http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/nagiosql-ubuntu/
    Setup NagiosQL : http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/setup-nagiosql-ubuntu/

    วิธีการติดตั้ง Nagios Graph

    1) ทำการติดตั้งโปรแกรม Perl-GD Perl-RRDs และ Perl-Nagios รวมถึงโปรแกรม rrdtool ดังนี้

    sudo apt-get install -y rrdtool libgd-perl librrds-perl libnagios-object-perl

    2) ทำการ Download  โปรแกรม NagiosGraph ดังนี้

    cd /usr/src
    sudo wget http://downloads.sourceforge.net/project/nagiosgraph/nagiosgraph/1.5.1/nagiosgraph-1.5.1.tar.gz

    3) จากนั้นทำการแตกไฟล์ออกมาด้วยคำสั่ง

    sudo tar -xvzf nagiosgraph-1.5.1.tar.gz

    4) จากนั้นทำการตรวจสอบความพร้อมก่อนติดตั้งด้วยคำสั่ง

    cd nagiosgraph-1.5.1
    sudo ./install.pl --check-prereq

    5) ถ้าไม่มี Error อะไรให้ทำการติดตั้งโดยใช้คำสั่ง

    sudo ./install.pl --install

    6) Enter ไปเรื่อย ๆ ก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการติดตั้ง (แต่ยังต้องมีการตั้งค่า nagios ต่อไป)

    วิธีการตั้งค่า Config nagios เพื่อเปิดใช้งานตัวเก็บ Log

    1) ทำการเปิด NagiosQL ขึ้นมา หรือทำการแก้ไขไฟล์ /etc/nagios3/nagios.cfg

    2) ทำการแก้ไขไฟล์ของ nagios ให้มาเรียก configuration ของ nagiosql ดังนี้

    Tools -> Nagios config -> Nagios main configuration file

    3) เพิ่มข้อความบรรทัดสุดท้ายดังนี้

    # process nagios performance data using nagiosgraph
    process_performance_data=1
    service_perfdata_file=/tmp/perfdata.log
    service_perfdata_file_template=$LASTSERVICECHECK$||$HOSTNAME$||$SERVICEDESC$||$SERVICEOUTPUT$||$SERVICEPERFDATA$
    service_perfdata_file_mode=a
    service_perfdata_file_processing_interval=30
    service_perfdata_file_processing_command=process-service-perfdata-for-nagiosgraph

    4) จากนั้นทำการ Save ข้อมูลและสั่ง Restart nagios ดังรูป

    Tools -> Nagios control -> Check Written configuration files

    2014-07-23_214921

    5) เราสามารถตรวจสอบการทำงานได้ดังนี้ (กด Ctrl-C เพื่อยกเลิกการทำงาน)

    sudo tail -f /tmp/perfdata.log

    6) ถ้ามีการเคลื่อนไหวของข้อมูลถือว่าใช้งานได้

    วิธีการตั้งค่า services ผ่าน NagiosQL

    1) ทำการแก้ไขข้อมูล Service Template ดังนี้

    Supervision -> Service templates

    2014-07-24_040615

    2) ทำการแก้ไข Action URL เพื่อให้สามารถคลิกดูกราฟได้จากหน้า Nagios ดังนี้

    Action URL : /nagiosgraph/cgi-bin/show.cgi?host=$HOSTNAME$&service=$SERVICEDESC$

    2014-07-24_041023

    3) ทำการเพิ่ม command ใหม่ดังนี้

    Commands -> Definitions

    2014-07-24_045128

    Command : process-service-perfdata-for-nagiosgraph
    Command line : /usr/local/nagiosgraph/bin/insert.pl

    2014-07-24_045234

    4) จากนั้นทำการ Save ข้อมูลและสั่ง Restart nagios เหมือนเดิม

    Tools -> Nagios control -> Check Written configuration files

    วิธีการตั้งค่า Apache Site

    1) ทำการ copy site config ดังนี้

    sudo cp /usr/local/nagiosgraph/etc/nagiosgraph-apache.conf /etc/apache2/sites-available/

    2) ทำการ enable site ขึ้นมาดังนี้

    sudo a2ensite nagiosgraph-apache

    3) เนื่องจากเป็น Apache ใหม่จำเป็นต้องเพิ่ม Require all granted ใน Site config ดังนี้

    sudo nano /etc/apache2/sites-available/nagiosgraph-apache.conf
    # enable nagiosgraph CGI scripts
    ScriptAlias /nagiosgraph/cgi-bin "/usr/local/nagiosgraph/cgi"
    <Directory "/usr/local/nagiosgraph/cgi">
     Options ExecCGI
     AllowOverride None
     Order allow,deny
     Allow from all
     Require all granted
    # AuthName "Nagios Access"
    # AuthType Basic
    # AuthUserFile NAGIOS_ETC_DIR/htpasswd.users
    # Require valid-user
    </Directory>
    # enable nagiosgraph CSS and JavaScript
    Alias /nagiosgraph "/usr/local/nagiosgraph/share"
    <Directory "/usr/local/nagiosgraph/share">
     Options None
     AllowOverride None
     Order allow,deny
     Allow from all
      Require all granted
    </Directory>

    3) จากนั้นให้สั่ง Restart Apache ตามปกติ

    sudo service apache2 restart

    4) หลังจากนั้นทดสอบเข้า web nagios ดูจะพบว่ามี icon เพิ่มขึ้นมาดังนี้ (อาจต้องรอสักพัก เพราะการสร้าง graph ใหม่จะมีรอบการสร้าง)

    2014-07-24_050329

    – หน้าตาโปรแกรม

    2014-07-24_050346

    จบแล้วครับสำหรับการติดตั้ง NagiosGraph ดีเลยมีทั้ง Monitor มีทั้ง Graph ในตัว เอาไว้ดูยามฉุกเฉินครับ

  • วิธีการตั้งค่าและการใช้งาน NagiosQL บน Ubuntu 14.04 LTS

    สามารถอ่านวิธีติดตั้ง NagiosQL บน Ubuntu 14.04 LTS ได้ที่
    http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/nagiosql-ubuntu/

    หลังจากการติดตั้งจะต้องมีการตั้งค่าให้สามารถควบคุม Nagios ได้ดังนี้

    วิธีการตั้งค่า Nagiosql configuration

    1) หลังจาก Login ให้ทำการเข้าไปแก้ไข config path ดังนี้

    Administrator -> Config targets -> Configuration directories
    Nagios base directory -> /etc/nagios3
    Import Directory -> /etc/nagios3/conf.d
    
    Nagios command file -> /var/lib/nagios3/rw/nagios.cmd
    Nagios binary file -> /usr/sbin/nagios3
    Nagios process file -> /var/run/nagios3/nagios3.pid
    Nagios config file -> /etc/nagios3/nagios.cfg
    

    2) จากนั้นทำการ save config โดยการกดปุ่ม Save ตามรูป

    3) หลังจากทำการ save จะปรากฎข้อความดังรูป

    2014-07-23_200526

    4) ทำการแก้ไขไฟล์ของ nagios ให้มาเรียก configuration ของ nagiosql (ยกเว้น nagios config, cgi config ที่ยังใช้ของ nagios อยู่ เนื่องจากเป็น config ของโปรแกรม nagios)

    Tools -> Nagios config -> Nagios main configuration file

    5) ทำการเพิ่มข้อความดังภาพ

    ...
    
    log_file=/var/log/nagios3/nagios.log
    
    cfg_file=/etc/nagiosql/contacttemplates.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/contactgroups.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/contacts.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/timeperiods.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/commands.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/hostgroups.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/servicegroups.cfg
    
    cfg_dir=/etc/nagiosql/hosts
    cfg_dir=/etc/nagiosql/services
    
    cfg_file=/etc/nagiosql/hosttemplates.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/servicetemplates.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/servicedependencies.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/serviceescalations.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/hostdependencies.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/hostescalations.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/hostextinfo.cfg
    cfg_file=/etc/nagiosql/serviceextinfo.cfg
    
    # Commands definitions
    #cfg_file=/etc/nagios3/commands.cfg
    
    # Debian also defaults to using the check commands defined by the debian
    # nagios-plugins package
    #cfg_dir=/etc/nagios-plugins/config
    
    # Debian uses by default a configuration directory where nagios3-common,
    # other packages and the local admin can dump or link configuration
    # files into.
    #cfg_dir=/etc/nagios3/conf.d
    
    ...

    6) ทำการแก้ค่า check_external_command จาก 0 เป็น 1 ดังนี้

    ...
    
    # EXTERNAL COMMAND OPTION
    # This option allows you to specify whether or not Nagios should check
    # for external commands (in the command file defined below). By default
    # Nagios will *not* check for external commands, just to be on the
    # cautious side. If you want to be able to use the CGI command interface
    # you will have to enable this.
    # Values: 0 = disable commands, 1 = enable commands
    
    check_external_commands=1
    
    ...

    7) จากนั้นทำการ save config โดยการกดปุ่ม Save ตามรูป

    2014-07-23_203407

    8) เนื่องจาก Nagios มี config ของตัวเองอยู่แล้ว ให้ทำการ Import Data ของ Nagios มาไว้ด้วยดังนี้

    8.1) ทำการ Import Data จาก /etc/nagios3/conf.d ซึ่งได้ตั้งค่า Import directory ไว้แล้วตามข้อ 1)

    Tools -> Data import -> Configuration Import

    – จากนั้นทำการ กดปุ่ม Import ดังรูป

    8.2) ทำการ Import Data จาก /etc/nagios-plugins/config ซึ่งต้องทำการตั้งค่า Import directory ใหม่ดังรูป

    – จากนั้นทำการ กดปุ่ม Import ดังรูป

    Administrator -> Config targets -> Configuration directories

    2014-07-23_204140– จากนั้นกลับไป Import Data อีกครั้งดังนี้

    Tools -> Data import -> Configuration Import

    – จากนั้นทำการ กดปุ่ม Import ดังรูป

    2014-07-23_204610

    9) จากนั้นทำการ Save ข้อมูลจากฐานข้อมูลทั้งหมดลง config file และทำการทดสอบ config และสั่ง Restart nagios ดังรูป

    Tools -> Nagios control -> Check Written configuration files

    2014-07-23_214921

    10) ทดสอบเข้า web nagios เพื่อตรวจสอบผลการ Import configuration

    การตั้งค่า Alert mail

    1) ทำการแก้ไข Contact name : nagiosadmin

    Alerting -> Contact data

    2014-07-23_222435

    2) ทำการเพิ่มข้อมูลดังรูป โดยรายละเอียกที่ต้องการให้ส่งสามารถเลือกได้ที่ Host command และ Service command สำหรับ profile default ของ nagiosadmin จะส่งทั้งหมด

    2014-07-23_222616

    การเพิ่ม Host

    1) ทำการเพิ่มข้อมูล Host

    Supervision -> Host

    2014-07-23_223609

    2) ทำการตั้งค่าทั่วไปและทำการเลือก Host Template ทำให้เราไม่ต้องตั้งค่าเยอะ เพราะจะ Inherite มาจาก Template

    2014-07-23_224822

    3) ทำการตั้งค่าในกรณีที่ต้องการแสดงข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีเครื่องมีปัญหาให้ติดต่อใคร

    2014-07-23_224927
    4) จากนั้นทำ Save และทดสอบ เข้าไป Restart Nagios

    Tools -> Nagios control -> Check Written configuration files

    จะพบว่าในขั้นตอน Check configuration files มีข้อความฟ้องเป็น Warning ว่า Linux-Server ยังไม่มี Service ให้ทำการเพิ่ม Service ให้กับ Host ในขั้นตอนต่อไป

    การเพิ่ม Service

    1) ทำการเพิ่มข้อมูล Service ให้กับ Host ชื่อ Linux-Server

    Supervision -> Services

    2014-07-23_230036

    2) ทำการตั้งค่าทั่วไปและทำการเลือก Service Template เพื่อดึงค่าต่าง (Monitor Period, Retry, Interval ฯลฯ) โดยเฉพาะเมื่อติดตั้ง NagiosGraph จะทำที่ Template ที่เดียวจะสามารถขึ้น Graph ให้กับทุก Service โดยไม่ต้องไปไล่ใส่ทุก Service

    2014-07-23_230809

    3) จากนั้นทำ Save และทดสอบ เข้าไป Restart Nagios

    Tools -> Nagios control -> Check Written configuration files

    จะพบว่าจะไม่มี Warning ฟ้องแล้ว ให้ลองใช้งานดูครับ ตัว NagiosQL จริง ๆ ก็คือเป็นแค่ Web ที่เขียน config แทนที่เราจะต้องแก้ไขด้วยมือ Function การใช้งานก็เหมือน Nagios ปกติแต่จะสบายกว่าในกรณีที่มีเครื่องเยอะ ๆ แล้วจะติดใจครับ ^ ^

  • การติดตั้ง NagiosQL บน Ubuntu 14.04 LTS

    สำหรับการติดตั้ง NagiosQL ต้องการทำการติดตั้ง PHP5 และ Mysql-Server ก่อนครับ

    วิธีการติดตั้ง PHP5, MySQL 5.5

    1) ทำการติดตั้ง Apache ผ่าน apt-get ดังนี้ครับ

    sudo apt-get install -y php5 mysql-server php5-mysql 
    

    2) จะปรากฎข้อความถามว่าจะให้ตั้งรหัสผ่าน root ให้ใส่รหัสผ่านที่ต้องการ

    3) จากนั้นให้สั่ง Restart Apache ตามปกติ

    sudo service apache2 restart

    4) ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/php5/apache2/php.ini เพื่อแก้ไข timezone ดังนี้

    sudo nano /etc/php5/apache2/php.ini

    5) ทำการเพิ่มข้อความในส่วนของ [Date] ดังนี้ (ประมาณบรรทัดที่  879)

    [Date]
    ; Defines the default timezone used by the date functions
    ; http://php.net/date.timezone
    ;date.timezone =
    date.timezone = Asia/Bangkok

    6) จากนั้นให้สั่ง Restart Apache อีกครั้ง

    sudo service apache2 restart

    ขั้นตอนการเตรียมการติดตั้ง NagiosQL

    1) ทำการ Download โปรแกรม 3 File ดังนี้

    cd /usr/src

    Download Nagios 3.2.0 Main File

    sudo wget http://downloads.sourceforge.net/project/nagiosql/nagiosql/NagiosQL%203.2.0/nagiosql_320.tar.gz

    Nagios 3.2.0 Service Pack 1

    sudo wget http://downloads.sourceforge.net/project/nagiosql/nagiosql/NagiosQL%203.2.0/nagiosql_320_service_pack_1_additional_fixes_only.zip

    Nagios 3.2.0 Service Pack 2

    sudo wget http://downloads.sourceforge.net/project/nagiosql/nagiosql/NagiosQL%203.2.0/nagiosql_320_service_pack_2_additional_fixes_only.zip

    2) ทำการแตกไฟล์ทั้ง 3 ไฟล์ ดังนี้

    sudo tar -xvzf nagiosql_320.tar.gz
    sudo unzip nagiosql_320_service_pack_1_additional_fixes_only.zip
    sudo unzip nagiosql_320_service_pack_2_additional_fixes_only.zip

    3) ทำการสร้าง folder nagiosql และ copy ไฟล์ทั้งหมดไปใส่ดังนี้

    sudo mkdir /var/www/html/nagiosql
    sudo cp -R /usr/src/nagiosql32/* /var/www/html/nagiosql/
    sudo cp -R /usr/src/NagiosQL_3.2.0_SP1/* /var/www/html/nagiosql/
    sudo cp -R /usr/src/NagiosQL_3.2.0_SP2/* /var/www/html/nagiosql/

    4) ทำการสร้าง directory สำหรับ เก็บ config ไฟล์ดังนี้

    sudo mkdir /etc/nagiosql
    sudo mkdir /etc/nagiosql/hosts
    sudo mkdir /etc/nagiosql/services
    sudo mkdir /etc/nagiosql/backup
    sudo mkdir /etc/nagiosql/backup/hosts
    sudo mkdir /etc/nagiosql/backup/services

    5) ทำการแก้ Permission และ Owner ในแต่ละ Folder ดังนี

    Nagios configuration

    sudo chgrp www-data /etc/nagios3
    sudo chgrp -R www-data /var/lib/nagios3
    sudo chgrp -R www-data /var/run/nagios3
    sudo chgrp www-data /etc/nagios3/nagios.cfg 
    sudo chgrp www-data /etc/nagios3/cgi.cfg
    sudo chgrp www-data /etc/nagios3/resource.cfg
    sudo chmod 775 /etc/nagios3
    sudo chmod -R 775 /var/lib/nagios3
    sudo chmod g+s /var/lib/nagios3/rw
    sudo chmod 664 /etc/nagios3/nagios.cfg
    sudo chmod 664 /etc/nagios3/cgi.cfg
    sudo chmod 664 /etc/nagios3/resource.cfg
    sudo usermod -G nagios www-data

    NagiosQL configuration

    sudo chmod 6755 /etc/nagiosql
    sudo chown www-data.nagios /etc/nagiosql
    sudo chmod 6755 /etc/nagiosql/hosts
    sudo chown www-data.nagios /etc/nagiosql/hosts
    sudo chmod 6755 /etc/nagiosql/services
    sudo chown www-data.nagios /etc/nagiosql/services
    

    NagiosQL backup configuration

    sudo chmod 6755 /etc/nagiosql/backup
    sudo chown www-data.nagios /etc/nagiosql/backup
    sudo chmod 6755 /etc/nagiosql/backup/hosts
    sudo chown www-data.nagios /etc/nagiosql/backup/hosts
    sudo chmod 6755 /etc/nagiosql/backup/services
    sudo chown www-data.nagios /etc/nagiosql/backup/services
    

    Nagios Permission

    sudo chgrp www-data /etc/nagios3
    sudo chgrp www-data /etc/nagios3/nagios.cfg
    sudo chgrp www-data /etc/nagios3/cgi.cfg
    sudo chmod 775 /etc/nagios3
    sudo chmod 664 /etc/nagios3/nagios.cfg
    sudo chmod 664 /etc/nagios3/cgi.cfg
    
    

    NagiosQL for setup config

    sudo chown -R www-data:www-data /var/www/html/nagiosql

    6) ทำการติดตั้ง php extension เพิ่มเติมดังนี้

    sudo apt-get install libssh2-1-dev libssh2-php

    การติดตั้ง NagiosQL ผ่าน Web Browser

    1) เริ่มขั้นตอนการติดตั้งผ่าน Web ทำการเปิด URL ดังนี้

    https://localhost/nagiosql

    – กดปุ่ม Start Installation

    2014-07-23_111928

    2) หลังจากนั้นระบบจะตรวจสอบความพร้อม ถ้าระบบพร้อมแล้วจะปรากฎดังภาพ

    2014-07-23_135438

    3) จากนั้นกด Next จะปรากฎหน้าต่างตั้งค่าเกี่ยวกับฐานข้อมูล ให้ใส่ข้อมูลดังภาพ

    2014-07-23_142113

    4) จากนั้นจะปรากฎหน้าจอแสดงผลการติดตั้ง ดังนี้

    2014-07-23_142256

    5) ทำการลบ installation folder ดังนี้

    sudo rm -rf /var/www/html/nagiosql/installation

    6) ทำการกด Finish หรือเข้า URL ใหม่ดังนี้

    https://localhost/nagiosql

    7) ทำการ Login โดยใช้ Username Password ที่ตั้งไว้ดังรูป

    2014-07-23_142756

    สามารถอ่านต่อไปในส่วนของการตั้งค่าให้สามารถควบคุม Nagios ได้ที่นี่
    http://sysadmin.psu.ac.th/2014/07/23/setup-nagiosql-ubuntu

  • การติดตั้งและการตั้งค่าเบื้องต้น Nagios บน Ubuntu 14.04 LTS

    มาเริ่มขั้นตอนการติดตั้งกันเลยครับ โดยก่อนจะติดตั้ง Nagios
    ต้องทำการติดตั้ง Apache2 ก่อนนะครับ

    วิธีการติดตั้ง Apache2 Web Server

    1) ทำการติดตั้ง Apache ผ่าน apt-get ดังนี้ครับ

    sudo apt-get install -y apache2 
    

    2) ติดตั้ง SSL ให้พิมพ์คำสั่งเพื่อเปิด site ดังนี้

    sudo a2enmod ssl
    sudo a2ensite default-ssl

    3) จากนั้นให้สั่ง Restart Apache ตามปกติ

    sudo service apache2 restart

    วิธีการติดตั้ง Nagios

    1) ติดตั้ง Nagios ดังนี้

    sudo apt-get -y install nagios3

    2) จะปรากฎหน้าต่างถามเกี่ยวกับการตั้งค่าส่งเมล์ให้เลือกใช้เป็น Internet with smarthost เพื่อส่งเมล์ผ่าน mail relay ดังรูป
    2014-07-23_054238

    3) จะปรากฎหน้าต่างถามว่าจะใส่ email ผู้ส่งว่าอะไรก็ให้ใส่ไปครับ ไม่ต้องมีอยู่จริงก็ได้ครับ

    2014-07-23_054257

    4) ในหน้าต่างต่อไปจะให้ใส่ว่าจะให้ Relay ไปยัง Mail Server ใดให้ใส่ mail server ที่ต้องการ relay
    2014-07-23_054357

    5) จากนั้นจะให้ตั้งรหัสผ่าน ทำการตั้งรหัสผ่านตามที่ต้องการ (User ตั้งต้นชื่อ nagiosadmin)

    2014-07-23_054430

    6) ทำการตั้งรหัสผ่านเพิ่มเติมได้ที่ไฟล์ /etc/nagios3/htpasswd.users ยกตัวอย่างการเพิ่ม  User ชื่อ workshop (ไม่เกี่ยวข้องกับ user ของระบบใช้เข้า web nagios เท่านั้น) ดังนี้

    sudo htpasswd /etc/nagios3/htpasswd.users workshop

    จะปรากฎข้อความให้ใส่รหัสผ่านดังนี้

    New password: 
    Re-type new password: 
    Adding password for user workshop

    7) สามารถตรวจสอบไฟล์ได้โดยคำสั่ง

    sudo cat /etc/nagios3/htpasswd.users

    8) ทดสอบเปิด Website ดูดังนี้

    http://localhost/nagios3

    9) จะปรากฎหน้าต่างให้กรอก username และ password ให้กรอกไปตามที่ตั้งไว้
    วิธีการ Logout คือปิด browser เท่านั้น

    2014-07-23_060534

    10) จะปรากฎหน้าแรกของ Nagios

    2014-07-23_060555

    วิธีการให้ Redirect ไปยัง SSL อัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยของรหัสผ่าน

    1) ทำเปลี่ยนชื่อไฟล์ หน้า default เก่าของ apache จาก index.html เป็น index.html.ori ดังนี้

    sudo mv /var/www/html/index.html /var/www/html/index.html.ori

    2) สร้างไฟล์ /var/www/html/index.html ใหม่ ดังนี้

    sudo nano /var/www/html/index.html
    

    3) เพิ่มข้อความในไฟล์ดังนี้ (วิธีการ save ให้กด Ctrl-X แล้วกด y แล้ว enter) โดยการใช้งานจริงให้แทนที่ localhost ด้วยชื่อเครื่องจริง

    <!DOCTYPE HTML PUBLIC "-//W3C//DTD HTML 4.0 Transitional//EN">
    <html>
    <head>
    <title>Auto Redirect to nagios</title>
    <meta http-equiv="REFRESH" content="0;url=https://localhost/nagios3"></HEAD>
    <BODY>
    Please Wait.....
    </BODY>
    </HTML>

    4) ทดสอบเปิด Website อีกรอบดังนี้ จะเห็นได้ว่าระบบจะ redirect ไปยังหน้า nagios3 ที่เป็น ssl อย่างที่ต้องการ

    http://localhost

    วิธีการเพิ่มสิทธิ์ให้กับ User ที่เพิ่มมาใหม่

    1) ทดสอบเข้าเครื่องโดยใช้ User ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ลองเข้าดูหน้าต่าง ๆ จะเห็นว่าจะขึ้นบอกว่าไม่สิทธิ์ในการใช้งาน

    2) ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/nagios3/cgi.cfg ดังนี้

    sudo nano /etc/nagios3/cgi.cfg

    3) ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/nagios3/cgi.cfg ในหัวข้อที่ต้องการจะเปิดสิทธิ์ให้ user นั้น ๆ ยกตัวอย่างกำหนดสิทธิ์ให้ username ชื่อ workshop การเข้าถึงได้ทุกหัวข้อ

    authorized_for_system_information=nagiosadmin,workshop
    authorized_for_configuration_information=nagiosadmin,workshop
    authorized_for_all_services=nagiosadmin,workshop
    authorized_for_all_hosts=nagiosadmin,workshop
    authorized_for_all_service_commands=nagiosadmin,workshop
    authorized_for_all_host_commands=nagiosadmin,workshop
    

    4) จากนั้นให้สั่ง Restart Nagios ดังนี้

    sudo service nagios3 restart

    วิธีการตั้งค่าเสียงเตือน

    1) ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/nagios3/cgi.cfg ดังนี้

    sudo nano /etc/nagios3/cgi.cfg

    2) ทำการเปิด comment ดังนี้ (ลบ # ออก) และแก้จาก .wav เป็น .mp3 ดังนี้

    host_unreachable_sound=hostdown.mp3
    host_down_sound=hostdown.mp3
    service_critical_sound=critical.mp3
    service_warning_sound=warning.mp3
    #service_unknown_sound=warning.mp3
    #normal_sound=noproblem.mp3

    3) ทำการโหลดไฟล์เสียงมาเก็บไว้ที่ /usr/share/nagios/htdocs/media ดังนี้

    cd /usr/share/nagios3/htdocs/media
    sudo wget http://ftp.psu.ac.th/pub/psu-monitor/sound.tar.gz
    sudo tar -xvzf sound.tar.gz

    *สามารถโหลดเสียงเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.4shared.com/archive/Cr5UBS_W/Nagios-Sound-Pack1.html
    http://www.4shared.com/archive/pJsbVw0v/Nagios-Sound-Pack2.html

    4) จากนั้นให้สั่ง Restart Nagios ดังนี้

    sudo service nagios3 restart