Author: วรรณวรางค์ จิตผิวงาม

อยากดึงข้อมูลมาแสดงใน TreeView จะทำอย่างไรดี?

          ในบทความนี้ ผู้เขียนก็ยังคงอยู่ในเรื่องของ TreeView เช่นเคย เพื่อต่อยอดจากบทความก่อนในหัวข้อเรื่อง “มาทำความรู้จักกับพื้นฐานการใช้งาน “TreeView” สำหรับมือใหม่กันดีกว่า” ที่เป็นบทความเกี่ยวกับเรื่องการแนะนำวิธีจัดการกับ TreeView ด้วยการกำหนดคุณสมบัติต่างๆ แต่งสีเติมกลิ่น ให้ TreeView ของเราน่าสนใจยิ่งขึ้น แต่ข้อมูลที่นำมาใช้ในการแสดงผลยังคงเป็นในลักษณะกำหนดเองเป็นค่าตายตัวจากหน้าจอและยังไม่เน้นเรื่องดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล ในบทความนี้จึงถือเป็นภาคต่อจากบทความที่แล้วและขอเน้นในส่วนของการดึงข้อมูลมาแสดงผลบน TreeView ในเชิงโปรแกรมกันบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านได้ความรู้ทั้งในส่วนการกำหนดคุณสมบัติและการดึงข้อมูลมาแสดงไปประยุกต์ใช้ในงานพัฒนาร่วมกันได้ ขั้นตอนในการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลมาแสดงใน TreeView สร้าง TreeView ที่ต้องการใช้ในการแสดงผลข้อมูลตัวอย่าง code ในฝั่ง Client <body> <form id=”form1″ runat=”server”> <asp:TreeView ID=”TvOrganization” runat=”server” > </asp:TreeView> </form> </body> ติดต่อฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการแสดงผล…

มาทำความรู้จักกับพื้นฐานการใช้งาน “TreeView” สำหรับมือใหม่กันดีกว่า

          เชื่อว่านักพัฒนาโปรแกรม Web application ด้วย .Net หลายๆท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของเจ้า “TreeView” กันมาบ้างแล้ว หรือบางท่านก็อาจจะเกือบลืมเจ้าเครื่องมือตัวนี้ไปแล้วก็ตามเพราะมันอาจจะไม่ใช่เครื่องมือที่ถูกหยิบมาใช้บ่อยนัก ในบทความนี้ผู้เขียนจึงขอหยิบยกเจ้า “TreeView” มาปัดฝุ่น แนะนำลูกเล่นการใช้งาน การกำหนดคุณสมบัติต่างๆ และวิธีการใช้งานกันอย่างคร่าวๆก่อน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้กับมือใหม่หัดใช้ TreeView และรื้อความทรงจำให้กับผู้ที่เคยใช้ TreeView มาก่อนหน้านี้ เผื่อความสามารถที่ซ่อนอยู่จะไปเตะตาตรงใจท่านใดที่กำลังมองหาการทำงานแบบนี้อยู่พอดี จนอยากนำเครื่องมือตัวนี้ไปประยุกต์ใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแสดงผลข้อมูลในงานพัฒนาของท่านกันอีกครั้งได้ค่ะ           แต่ก่อนจะพูดถึงลูกเล่นการทำงานของ TreeView คงต้องเกริ่นนำกันก่อนว่าเจ้าเครื่องมือตัวนี้ถูกจัดอยู่ในจำพวก Navigation Control ซึ่งบางคนอาจเกิดคำถามว่า ข้อมูลแบบใดบ้างจึงจะเหมาะนำมาใช้งานแสดงผลกับเจ้า TreeView…

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลเส้นทางระหว่างพิกัดจุดบนแผนที่ Google Map APIs ด้วย DirectionsTravelMode

          ก่อนที่เราจะไปเริ่มเนื้อหาของบทความี้ ผู้เขียนต้องขอท้าวความเดิมตอนที่แล้วของบทความก่อน ซึ่งผู้เขียนได้พูดถึงวิธีการแสดงผลเส้นทางทางระหว่างพิกัดจุดบนแผนที่ Google Map APIs ด้วย DirectionsService ในเบื้องต้นไว้ (สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ : การแสดงเส้นทางระหว่างพิกัดจุดบนแผนที่ Google Map APIs ด้วย DirectionsService ในเบื้องต้น )  สำหรับในบทความนี้ผู้เขียนจึงอยากต่อยอดการทำงาน และเพิ่มลูกเล่นให้กับการแสดงผลแผนที่ด้วยการปรับเปลี่ยนการกำหนดรูปแบบการแสดงผลของเส้นทางให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์  ซึ่งเราจะให้ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบในการแสดงผลได้ว่า ต้องการดูเส้นทางในรูปแบบใดตามรูปแบบ Mode ที่ผู้ใช้เลือกมา เช่น เส้นทางเดิน ทางถนน หรือขนส่งสาธารณะ เป็นต้น โดยวิธีการดังกล่าวนี้เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับความต้องการที่ต้องการทราบเส้นทางในแต่ละรูปแบบ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้กับงานของแต่ละท่านได้ค่ะ    ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้จากบทความที่แล้ว  ซึ่งจากตัวอย่างโค้ดในบทความที่แล้ว การกำหนด DirectionsTravelMode เป็น DRIVIING ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยังมีรูปแบบอื่นๆให้เลือกใช้ด้วยกันทั้งหมด 4 รูปแบบ ดังนี้ DRIVING (Default):เป็นโหมดตั้งต้นให้หากไม่ได้มีการกำหนดไว้ ซึ่งเป็นโหมดที่แสดงเส้นทางการขับขี่ด้วยยานพาหนะ…

การแสดงเส้นทางระหว่างพิกัดจุดบนแผนที่ Google Map APIs ด้วย DirectionsService ในเบื้องต้น

          หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนเคยได้มีโอกาสศึกษาบทความเกี่ยวกับความสามารถของ Google Map APIs มาบ้างแล้วนั้น ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องเกี่ยวกับแผนที่นับเป็นอีกหัวข้อที่น่าสนใจในการพัฒนาเว็บไซต์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานที่ และที่ตั้ง เพราะถือเป็นการเพิ่มลูกเล่นให้มีความตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น โดยความสามารถของแผนที่ที่ใน Google Map APIs มีมาให้ใช้กันได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้พัฒนาแต่ละคน อาทิ การกำหนดพิกัดจุด การแสดงเส้นทาง การค้นหาละติจูด-ลองจิจูดจากการคลิกบนแผนที่ หรือจนกระทั่งการดึงพิกัดมาจากฐานข้อมูลเพื่อมาแสดงผล เป็นต้น โดยในความเป็นจริงแล้ว ลูกเล่นเกี่ยวกับการทำงานกับแผนที่ยังมีอีกมากมาย แต่ในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอพูดถึงในส่วนของการแสดงเส้นทางระหว่างจุดสองจุดในแบบเบื้องต้นเพื่อทำความเข้าใจก่อนนำไปประยุกต์ใช้ ดังนี้ การแสดงเส้นทางโดยเบื้องต้นเมื่อทราบจุดพิกัดละติจูด-ลองจิจูดบนแผนที่ อ้างอิงไฟล์ที่ใช้ในการทำงานร่วมกับ Google Map APIs <script src=”https://maps.googleapis.com/maps/api/js?key=YOUR_API_KEY&libraries=places&language=en” async defer></script> ส่วนของ Javascript ที่ใช้ในการแสดงเส้นทางระหว่างพิกัด 2 จุดบนแผนที่…

การค้นหาสถานที่ด้วย Places search box และแสดงผลภาพจากข้อมูล Street View บน Google Maps

       ความเดิมจากตอนที่แล้วของบทความ “การดึงค่าละติจูดและลองจิจูดของสถานที่ด้วย Places search box บน Google Maps” เพื่อแก้ปัญหาในการดึงค่าละติจูด-ลองจิจูดจากชื่อสถานที่ที่ผู้ใช้พิมพ์ค้นหาไว้ โดยมีการนำ “Places search box” มาใส่ไว้ในแผนที่ที่เราต้องการแทนนั้น ถือเป็นตัวช่วยให้กับผู้ใช้ในระดับหนึ่ง  แต่สำหรับในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอต่อยอดความรู้ดังกล่าว โดยได้ศึกษาและนำวิธีการแสดงผลภาพจากข้อมูล Street view มาประยุกต์ใช้ร่วมด้วย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นสถานที่จริงที่เลือกได้จากแผนที่ได้ด้วย ซึ่งจะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ต้องการจะดึงค่าละติจูด-ลองจิจูดจริงหรือไม่ได้อีกทางหนึ่งนั่นเอง ซึ่งวิธีการบางส่วนจะขอยกยอดมาจากบทความก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเรื่องการดึงค่าละติจูด-ลองจิจูดจากการค้นหาโดยใช้ Places search box และจะขอเพิ่มเติมความสามารถในการแสดงผลภาพ Street View  รวมทั้งสามารถคลิกจุดพิกัดใหม่บนแผนที่ เพื่อค้นหาตำแหน่ง สถานที่ตั้ง และรายละเอียด รวมถึงภาพจาก Street View ได้อีกด้วย เพื่อให้การดึงค่าพิกัดใกล้เคียงความจริงมากที่สุด…

การดึงค่าละติจูดและลองจิจูดของสถานที่ด้วย Places search box บน Google Maps

       ก่อนจะพูดถึงเนื้อหาของบทความนี้ ผู้เขียนขอท้าวความไปถึงบทความก่อนหน้าที่เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการดึงค่าละติจูด-ลองจิจูดของสถานที่ เพื่อมากำหนดจุดพิกัดบนแผนที่ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ Google maps (ซึ่งสามารถหาอ่านได้จากลิงค์ ทำอย่างไรให้สามารถกำหนดจุดพิกัดบนแผนที่ Google map แบบจุดเดียวและหลายจุดจากฐานข้อมูลได้ด้วย ASP.NET C# (ภาคต่อ) และหากท่านต้องการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการกำหนดพิกัดบนแผนที่เพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จากลิงค์ ทำอย่างไรให้สามารถกำหนดจุดพิกัดบนแผนที่ Google map แบบจุดเดียวและหลายจุดจากฐานข้อมูลได้ด้วย ASP.NET C# เช่นกัน) แต่หลังจากที่ผู้เขียนได้นำไปทดลองใช้งานการดึงค่าพิกัดที่ค้นหา พบว่าเกิดปัญหาในการค้นหาพิกัดของสถานที่ในบางกรณี คือ ไม่สามารถค้นหาพิกัดของบางสถานที่ที่ต้องการได้ และในบางครั้งผู้ใช้เลือกสถานที่ที่จะดึงค่าพิกัดมาใช้งานผิด เนื่องจากชื่อสถานที่อาจคล้ายกัน แต่ตั้งอยู่กันคนละประเทศ หรือทวีป โดยผู้ใช้อาจไม่เห็นภาพว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ส่วนใดของแผนที่ จึงทำให้พิกัดที่ได้มีความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนได้ ผู้เขียนจึงได้ลองศึกษาเพิ่มเติม และปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้การดึงค่าพิกัดเป็นไปได้ง่าย และอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการค้นหาข้อมูลพิกัดได้มากขึ้นและมีความถูกต้องแม่นยำขึ้น ตัวอย่างภาพการทำงานของการดึงค่าพิกัดที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ แบบที่ 1 การเรียกใช้เซอร์วิสของ…

ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ที่เราพัฒนาสามารถอัพโหลดไฟล์แบบคราวละหลายไฟล์ได้โดยไม่จำกัดจำนวน ด้วย ASP.NET(C#)

          ในการพัฒนาเว็บไซต์ บางครั้งอาจมีความจำเป็น หรือความต้องการจากผู้ใช้ที่ต้องการให้เว็บไซต์ดังกล่าวมีฟังก์ชั่นการทำงานในส่วนของการอัพโหลดไฟล์เพื่อแนบไฟล์เข้าไปในระบบและบันทึกลงฐานข้อมูล เพื่อให้สามารถเรียกดูข้อมูลการแนบไฟล์ดังกล่าวได้ในภายหลัง การอัพโหลดไฟล์จึงถือเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นการทำงานที่นักพัฒนาเว็บไซต์ควรทราบไว้ ซึ่งลักษณะการทำงานโดยทั่วไปส่วนใหญ่เราจะใช้ Control ที่มีเรียกว่า “FileUpload” แบบอัพโหลดครั้งละ 1 ไฟล์ และหากมีมากกว่านั้นก็จะมีการสร้างตัว FileUpload มาวางไว้ในหน้าจอเพิ่มตามจำนวนที่ต้องการแบบตายตัว เช่น หากในหน้าจอดังกล่าวต้องการสามารถให้ทำการอัพโหลดไฟล์ได้ไม่เกิน 5 ไฟล์ต่อการอัพโหลดแต่ละครั้งก็จะมีการลากคอนโทรล FileUpload มาวางไว้ในหน้าจอจำนวน 5 ตัว เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการในการอัพโหลดไฟล์ของผู้ใช้ได้ แต่ผู้เขียนพบว่าการทำงานดังกล่าวอาจไม่รองรับความต้องการในการทำงานของผู้ใช้ที่จะเพิ่มไฟล์ได้ครั้งละหลายๆไฟล์โดยไม่จำกัดและผู้พัฒนาไม่จำเป็นต้องระบุหรือสร้างคอนโทรล FileUpload มาวางในหน้าจอในจำนวนที่ตายตัวโดยไม่จำเป็น โดยผู้ใช้สามารถคลิกปุ่มเพื่อเพิ่มจำนวนในการอัพโหลดไฟล์แต่ละครั้งได้เองเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงขอเสนอแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์โดยใช้ ASP.NET(C#) ในแบบที่มีการอัพโหลดไฟล์ได้คราวละหลายๆไฟล์ในแบบไม่ต้องจำกัดจำนวนคอนโทรล FileUpload ในหน้าจอโดยมีการระบุจำนวนไฟล์ที่สามารถอัพโหลดได้ในแต่ละครั้งโดยผู้พัฒนาแบบตายตัวอย่างเช่นที่กล่าวไว้ข้างต้น           หลังจากที่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติม ผู้เขียนพบว่าใน .NET Framework เวอร์ชั่น 4.5 นั้นจะมีการเพิ่ม…

ทำความรู้จักและเรียนรู้การใช้งานเบื้องต้นกับ StringBuilder ใน .NET Framework(C#)

          โดยปกติแล้วนั้น ผู้พัฒนาโปรแกรมโดยใช้ .NET Framework มักจัดการข้อมูลที่เป็นอักษรหรือข้อความ (String) ด้วยคลาสของ String ที่มีใน .NET Framework ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นหรือเมธอดที่หลากหลายที่ติดมากับตัวคลาส เพื่อเตรียมมาไว้ให้ใช้งาน และสามารถรองรับความต้องการในการจัดการข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งมีวิธีการใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน มีมาตรฐานการใช้งานที่รู้จักโดยทั่วถึงกัน สะดวกและรวดเร็วทำให้ผู้พัฒนาสามารถเลือกวิธีจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคลาสของ String จะมีเมธอดให้เราได้เลือกใช้กันอย่างมากมายและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบในการใช้งานกับตัวแปรของคลาส String คือ การเชื่อมต่อหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขค่าข้อความของตัวแปรชนิด String ในแต่ละครั้ง จะไม่สามารถเปลี่ยนรูป หรือกลับไปแก้ไขค่าของตัวแปรบนพื้นที่หน่วยความจำเดิมที่ถูกจองไว้ให้กับตัวแปรได้ หรืออาจพูดในทางโปรแกรมแบบง่ายๆได้ว่า หากเราต้องการเปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรชนิด String เราจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขค่าใน object ของตัวแปรที่ถูกสร้างขึ้นเดิมในหน่วยความจำ หรือ Memory ที่สร้างไว้ในตอนแรกได้ แต่จะมีการสร้าง…

การเรียกใช้งานเมธอดในฝั่งเซิร์ฟเวอร์/เว็บเซอร์วิสแบบ Ajax ด้วย jQuery (C#)

          ก่อนจะพูดถึงวิธีการเรียกใช้งานเมธอดในฝั่งเซิร์ฟเวอร์/เว็บเซอร์วิสแบบ Ajax ด้วย jQuery ผู้เขียนขอเกริ่นนำเกี่ยวกับที่มาที่ไปเกี่ยวกับแนวคิดแบบ Ajax เพื่อให้ผู้อ่านบางท่านที่ยังอาจงงๆได้ทำความเข้าใจเสียก่อน ว่าโดยปกติแล้วนั้น ในการพัฒนาเว็บไซต์(Web application)ของ ASP.NET จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ Client side และ Server side ซึ่งการทำงานในส่วนของ Client side จะหมายถึงส่วนของ browser หรือหน้าจอการทำงานของผู้ใช้ เช่น Google Chrome Firefox และ Internet explorer ส่วนในฝั่งเซิร์ฟเวอร์จะมีการรับคำร้องขอ(request) จากฝั่ง Client ทำการประมวลผลและส่งค่าผลลัพธ์คืนกลับมายังฝั่ง Client อีกครั้งเพื่อให้ผู้ใช้เห็นผลลัพธ์การตอบกลับนั้นได้ ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นการพัฒนาจะประกอบด้วยโค้ด…