Tag: linux mint

  • ติดตั้ง Microsoft Office 2010 บน Linux Mint 18.2

         สวัสดีวันค่ะ… บล็อคนี้เราก็ยังคงอยู่กับ Linux Mint “Sonya” ที่มาพร้อมกับ Applicationพื้นฐานติดตั้งมาด้วย สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Linux ก็จะมีคำถามว่าแล้วโปรแกรมนี้ที่เคยใช้ในฝั่ง Windows มันมีให้ใช้ใน Linux มั้ย อย่างเช่น Microsoft Office อันนี้ Linux ก็มี LibreOffice ให้ใช้แทน และ LibreOffice Writer สามารถ Save เป็น นามสกุล .doc, .docx มาเปิดบน Windows ได้ แต่ Fonts อาจจะเพี้ยนๆหน่อยตอนเอามาเปิดบน Windows ก็มีทางเลือกให้เราติดตั้ง Fonts ที่ต้องการลงไป ดังภาพที่ 1

     

     

    ภาพที่1 ติดตั้ง Font บน Linux

    หรือไม่แน่ใจว่า Office ตัวอื่นจะประสบปัญหาอะไรไหมตอนเอาไปเปิดกับ Windows อยากได้โปรแกรมของ Microsoft Office ทั้งหมดเอาไปใช้เลย!! ก็ทำได้ ก่อนอื่นก็ต้องลง PlayOnLinux ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้สามารถใช้โปรแกรม Windows บน Linuxได้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ

    Step1: ไปที่ Software Manager > Search Palyon… > Install > รอวนไปค่ะ ช้าเร็วขึ้นกับเน็ตด้วย ตามภาพที่ 2

    ภาพที่2 Install PlayOnLinux

    Step2: เปิดโปรแกรม PlayOnLinux ดังภาพที่ 3

    ภาพที่3 Open PlayOnLinux

    เมื่อรัน PlayOnLinux ขึ้นมา ให้กด Install ดังภาพที่ 4

    ภาพที่4 หน้าจอ PlayOnLinux 

    เลือกเมนู Office และเลือก Microsoft Office Version ที่ต้องการติดตั้ง ตามภาพที่ 5

    ภาพที่5 List Program in Office Category

    จากนั้นก็ Next Step ไปค่ะ ตามภาพที่ 6

    ภาพที่6 Installation Wizard

    ระหว่างทางนั้น ในเมื่อชีวิตเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ Error ตามภาพที่ 7 ก็มา  ตั้งสติแล้วก็ไปลง winbind ซะ!!!

    ภาพที่7 Fatal Error

    กลับมาลง Office กันอีกที Again & Again(ไปฟังเพลงปลอบใจพลางนะ) ถ้าคุณได้ไปต่อมันก็จะขึ้นให้ Browse ไปยังที่เก็บไฟล์ .exe ตามภาพที่ 8 กด Open ไปอีกหน้าจอ แล้วกด Next รอจนติดตั้งเสร็จ

    ภาพที่8 Setup File

    ในที่สุดก็ติดตั้งเสร็จ จะแสดงผลลัพธ์ดังภาพที่ 9  ซึ่ง Shortcut ถูกสร้างไว้บน Desktop สามารถเรียกใช้ได้เลย ตามภาพที่ 10

    ภาพที่9 Installed Program

    ภาพที่10 Office Shortcut on Desktop

  • การสลับภาษาด้วย “~” Linux Mint 18.2 64 bit

            สำหรับใครที่ในช่วงนี้เบื่อๆเซ็งๆระบบปฎิบัติการ Windows อยากลองอะไรใหม่ๆให้กับชีวิตบ้าง ใจก็อยากไป macOS แหละ ครั้นจะเอามาลงที่เครื่องเรา มันได้เหรอ(คิดในใจเบาๆ) ว่าแล้วก็หันไปซบอก OpenSource อย่าง linux ดีกว่า linux ก็จะประสบปัญหาการเปลี่ยนภาษาเหมือนตอนที่เราลง Windows ใหม่ๆ ต้องกด Left Alt + Shift เพื่อเปลี่ยนภาษา มันก็จะลำบากหน่อยๆ กดไปบ้างไม่ไปบ้างแต่คนที่ชินแล้วก็ปล่อยเขาไปนะค่ะ ส่วนเรายังไม่ชินปกติก็จะใช้ Grave “~” ตลอด ซึ่ง linux เดิมจะใช้ ปุ่ม Ctrl+Shift ในการเปลี่ยนภาษา สืบไปสืบมาได้ความว่า linux จะใช้ “~” แทนการอ้างอิง path home จึงไม่สามารถใช้ “~” เปลี่ยนภาษาได้ แต่สำหรับใครที่ยังไม่ชินก็สามารถติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเปลี่ยนภาษาได้เนอะ

                ก่อนอื่นต้องทำการ download โปรแกรมมาติดตั้งติดตั้งในเครื่องเพื่อใช้ในการสลับภาษาโดยชื่อว่าgrave-key.tar.gz สามารถ download ได้ที่ http://noc.rmutl.ac.th/main/wp-content/plugins/download-monitor/download.php?id=29
           

    วิธีการติดตั้ง

    1. ไฟล์ที่ download มาจะมีนามสกุล .gz โดยเป็นไฟล์ zip ประเภทหนึ่งบนระบบปฎิบัติการ linux ดังนั้นก่อนการใช้งาน จึงต้องทำการ คลาย zip ก่อน โดยโปรแกรม zip จะถูกติดตั้งเป็นโปรแกรมพื้นฐานมาแล้ว จึงสามารถใช้งานได้ทันที โดยวิธีการคลายzip เข้าไปยังตำแหน่งไฟล์ที่ download คลิกขวาที่ไฟล์ แล้วเลือก “open with archive manager” โปรแกรมที่ไช้ในการคลาย zip จะถูกเปิดขึ้นมา หลังจากนั้น กด Extract แล้วเลือกตำแหน่ง เก็บไฟล์ ดังภาพที่ 1                                  ภาพที่ 1  Extract File ด้วย open with archive manager
    2. ทำการ install โปรแกรม โดยใช้ command ในส่ง install 
      • เปิดโปรแกรม terminal เข้าไปยังตำแหน่ง path ที่ไฟล์โปรแกมอยู่
      • run โปรแกรม ด้วยคำสั่ง ./script.sh
                                                               ภาพที่ 2 run โปรแกรม
    3. ตั้งค่า keyboard เพื่อให้สามารถใช้งานได้ โดยเปิดโปรแกรม Keyboard ตามขั้นตอนดังภาพที่ 3 หรือ Search คำว่ “keyboard” ตรงรูปแว่นขยายด้านบน                                                     ภาพที่ 3 Keyboard Settings
    4.  จากภาพที่ 4 เลือก Tab Layout แล้วกดปุ่ม Options
      • เลือก Layout switching (ดูภาพที่ 5)
      • ติ๊กที่ช่อง Grave switches layout หลังจากนั้น ปิดโปรแกรม ก็จะสามารถใช้ “~” ในการเปลี่ยนภาษาได้ เหมือนกับ Windows ปกติ (ดูภาพที่ 6)

    ภาพที่ 4 Keyboard Layout

    ภาพที่ 5 Layout switching

    ภาพที่ 6 Options

  • ตั้งค่าให้ใช้ IPv6 ที่ Firefox web browser

    เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากผมใช้ Linux Mint และจะทดสอบว่า network ที่ทำงานสามารถใช้งานเว็บไซต์ที่รองรับ IPv6 แล้วได้หรือไม่ พบว่า ไม่สามารถเข้าถึงได้

    ff-linuxmint-02

    ลองทดสอบกับ Firefox บน Windows อ้าว ใช้งานได้  และในขณะเดียวกัน Google Chome ใช้ได้ทั้งบน Linux และ Windows

    ค้นหาดูใน google search ได้คำตอบว่าหากจะใช้งาน IPv6 ให้ตั้งค่า network.dns.disableIPv6 เป็น false โดยเข้าไปตรวจสอบหรือแก้ไขที่ URL about:config

    จึงตรวจสอบดู พบว่า Firefox บน Linux Mint ตั้งค่าตัวเลือก network.dns.disableIPv6 เป็น true ในขณะที่ Firefox บน Windows เป็นค่า false ซึ่ง ค่า false ทำให้ใช้งานเว็บไซต์ที่เป็น IPv6 ได้

    ff-linuxmint-01

    แก้ไขตั้งค่า network.dns.disableIPv6 เป็น false ทำให้ใช้งานเว็บไซต์ที่เป็น IPv6 ได้

    ff-linuxmint-04

    ผมยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมค่า default จึงตั้งไว้อย่างนั้น ซึ่งแตกต่างกันระหว่าง Firefox บน Linux Mint กับ Firefox บน Windows ส่วน Google Chome นั้นไม่มีให้เลือก จึงใช้งานได้ทันทีที่ network ที่ใช้งานรองรับ IPv6

    การทดสอบว่าเครื่องเราใช้งาน IPv6 ได้ สามารถทดสอบได้กับเว็บไซต์
    http://www.v6.psu.ac.th
    http://www.kame.net
    http://whatismyipv6address.com/
    http://test-ipv6.com/

    ff-linuxmint-06

    See also:
    http://techglimpse.com/disable-enable-ipv6-firefox-chrome-browser/
    http://ask.xmodulo.com/disable-ipv6-linux.html

  • อยากได้ linux mint ไปใช้ ต้องทำอย่างไร

    หากท่านต้องการแผ่นดีวีดี linux mint เพื่อนำไปทดลองใช้งาน หรือ ติดตั้งลงฮาร์ดดิสก์ สำหรับท่านที่อยู่ต่างประเทศ แนะนำให้ไป download จากเว็บไซต์ http://www.linuxmint.com/ แต่สำหรับพวกเราที่อยู่ใน ม.อ. หรือ ในประเทศไทย สามารถเลือก download ได้ที่ https://licensing.psu.ac.th/ เลือก Search Results for: linux mint

    เวอร์ชั่นปัจจุบันที่เขียน blog ในวันนี้ เป็นเวอร์ขั่นที่ออกเมื่อ 31 พ.ค. 2557
    linux mint 17 อยู่ที่ https://licensing.psu.ac.th/linux-mint-17-qiana-released/

    การเลือกแผ่นดีวีดีที่ต้องการ

    • หากต้องการการแสดงผลที่หวือหวา วูบวาบ ก็เลือก cinnamon
    • หากต้องการให้ compat กับเกมส์ Windows ที่จะนำมาลงผ่านโปรแกรม Wine ของ linux ก็เลือก mate
    • หากเครื่องคอมฯมี RAM มากกว่า 4 GB ก็ใช้รุ่น 64 bit

    ไฟล์ iso ที่จะ Download มีชื่อแบบนี้

    • linuxmint-17-cinnamon-dvd-32bit.iso
    • linuxmint-17-cinnamon-dvd-64bit.iso
    • linuxmint-17-mate-dvd-32bit.iso
    • linuxmint-17-mate-dvd-64bit.iso

    การเขียนแผ่นดีวีดี linux mint จากไฟล์ iso เมื่อ download ไฟล์ iso ของ linux mint มาได้แล้ว

    • สำหรับ linux ก็ให้ใช้โปรแกรมสำหรับเขียนแผ่นดีวีดี ชื่อ Brasero จาก Menu > Sound & Video > Brasero > เลือก burn
    • สำหรับ Windows 7, 8, 8.1 คลิกขวาและเลือกคำสั่ง burn

    นอกจากนี้ ผมยังได้ทำแผ่นพิเศษขึ้นเพื่อแนะนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่น่าใช้และติดตั้งเพิ่มได้จาก linux mint ไม่ได้ไป download จากที่เว็บไหนเลย หากสนใจวิธีทำก็อ่าน เบื้องหลังการทำแผ่น ครับ) หากต้องการ download ไฟล์ iso ของ linux mint ฉบับติดตั้งโปรแกรมเพิ่มแล้ว ที่นี่ครับ
    http://ftp.psu.ac.th/pub/linuxmint/linuxmint-17-psu-cc-32bit.iso
    md5sum: ตรวจสอบจากไฟล์ http://ftp.psu.ac.th/pub/linuxmint/linuxmint-17-psu-cc-32bit.iso.md5

    และมีของแถมเป็นแผ่นพับ (Bochure) คำแนะนำการใช้แผ่นดีวีดี linux mint
    http://opensource.cc.psu.ac.th/wiki-opensource/images/b/bb/Bochure-linuxmint-2-for-printing-only.pdf

    สุดท้าย ผมมีเอกสารแนะนำการใช้งาน linux mint อยู่บ้างที่นี่ครับ http://opensource.cc.psu.ac.th/Linuxmint

     

  • การทำแผ่นดีวีดี linux mint ฉบับติดตั้งโปรแกรมเพิ่มแล้ว

    ผมแจกฟรีแผ่น DVD linux mint 17 ฉบับติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม ที่ห้องโถงอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ ผมก็คิดว่าน่าจะนำความรู้มาเผยแพร่ไว้ตรงนี้ด้วย ลองอ่านดูนะครับ

    free-linuxmint-17-psu-cc-32bit

    เริ่มต้น ผมก็ไปเอาไฟล์ linuxmint-17-mate-dvd-32bit.iso จากเว็บไซต์ https://licensing.psu.ac.th/linux-mint-17-qiana-released/ ซึ่งไฟล์ที่วางไว้ในเว็บไซต์นี้ก็ไป download มาจากของแท้ที่เมืองนอกนะครับ นำมาติดตั้งเป็น Virtual Machine ในโปรแกรม Oracle VM VirtualBox โดยสร้าง username คือ mint password คือ mint และตั้งให้ auto login

    จากนั้นก็ปรับแต่งการอัปเดตเวอร์ชั่นให้อัปเดตจากเซิร์ฟเวอร์ในมหาวิทยาลัย (ในเมืองไทย) โดยการแก้ไขที่ไฟล์ official-package-repositories.list ด้วยคำสั่งดังนี้
    sudo vi /etc/apt/sources.list.d/official-package-repositories.list
    โดยเปลี่ยน 2 แห่ง คือ
    1.เปลี่ยนจาก archive.ubuntu.com เป็น th.archive.ubuntu.com
    2.เปลี่ยนจาก packages.linumint.com เป็น mirrors.psu.ac.th/linuxmint-packages

    ต่อไปก็ตั้งค่า time zone ดังนี้
    Menu > Administration > Time and Date > Click to make changes
    Time zone: Asia/Bangkok

    ต้องการให้ผู้ได้รับแผ่นดีวีดีนี้ไปใช้งานได้สะดวก จึงเพิ่มคำสั่งนี้เพื่อให้ไม่ต้องถาม password ทุกครั้งที่จะเพิ่มโปรแกรม
    sudo sh -c “echo ‘mint ALL=NOPASSWD: ALL’ >> /etc/sudoers”

    ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะใช้ฟอนต์ภาษาไทย TH SarabanPSK ผมก็ช่วยลงให้ซะเลย
    sudo wget ftp://ftp.psu.ac.th/pub/thaifonts/sipa-fonts/*ttf -P /usr/share/fonts/truetype/thai

    ติดตั้งโปรแกรมต่างๆเพิ่มดังนี้
    สำหรับแสดงรายชื่อ hardware
    sudo apt-get install lshw-gtk
    สำหรับตรวจเช็คสถานะ LAN card
    sudo apt-get install ethtool
    สำหรับดึงข้อมูลเว็บเพจมาดำเนินการ
    sudo apt-get install curl
    สำหรับใช้งานเบราว์เซอร์ google chrome
    sudo touch /etc/default/google-chrome
    แล้วไป download จากเว็บไซต์ของ google อาจทำด้วยคำสั่งข้างล่างนี้

    wget -q -O - https://dl-ssl.google.com/linux/linux_signing_key.pub | sudo apt-key add - 
    sudo sh -c 'echo "deb http://dl.google.com/linux/chrome/deb/ stable main" >> /etc/apt/sources.list.d/google.list' 
    sudo apt-get update 
    sudo apt-get install google-chrome-stable

    ติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ผ่านทาง Menu > Software Sources
    1. Tuxmath  : เกมส์คิดเลขเร็ว
    2. Tuxpaint  : เด็กหัดใช้เมาส์วาดภาพและตัวปั้มหมึก
    3. Shutter  : screen capture tool
    4. RecordMyDesktop and gtk-recordmydesktop  : บันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอ
    5. winff  : แปลงชนิดไฟล์ของไฟล์เสียง
    6. audacity  : ตัดหรือต่อไฟล์เสียง
    7. gparted  : สร้างหรือเปลี่ยนแปลง disk partition
    8. openshot  : ตัดหรือต่อวิดีโอ ไฟล์เสียง เพื่อทำเป็นวิดีโอ
    9. libavcodec-extra-54  :  เพื่อให้ใช้ codec ได้มากชนิด
    10. filezilla  :  โปรแกรม ftp/ftps/sftp/ client
    11. inkscape :  โปรแกรมทำสื่อสิ่งพิมพ์ จัด art work หน้ากระดาษ (แทน ilustrator)

    ติดตั้งโปรแกรม ffDiaporama ต้องใช้ command line เพื่อเอาเวอร์ชั่นล่าสุด
    12.ffdiaporama  : โปรแกรมนำไฟล์รูปภาพมาจัดทำเป็น Movie พรีเซ็นเตชั่นมีเพลงประกอบได้
    sudo add-apt-repository ppa:ffdiaporamateam/stable
    sudo apt-get update
    sudo apt-get install ffdiaporama
    sudo apt-get install ffdiaporama-texturemate
    sudo apt-get install ffdiaporama-openclipart

    ติดตั้งโปรแกรมที่ต้องใช้ ผ่านทาง Menu > Package Manager
    1. frei0r-plugins
    2. frei0r-plugins-doc

    สร้าง shortcut icon ที่ desktop
    1. TV (ดูทีวีฟรี)
    2. Tux Math
    3. Tux Paint
    4. Google Chrome
    5. version.txt

    ติดตั้ง shell script สำหรับทำงานเฉพาะอย่าง
    1. hardware-list.sh
    2. myjob.sh
    3. nic-led.sh
    และทุกไฟล์ใส่ ได้ set ค่า flag เป็น executable

    ตอนนี้ก็มาถึงความต้องการโปรแกรมที่ใช้ในการทำแผ่นดีวีดีขึ้นมาใหม่ เรียกว่า remastersys โดยติดตั้งตามคำสั่งดังนี้
    wget -N -P /tmp http://ftp.psu.ac.th/pub/psu-remastersys/psu-remastersys.tgz
    tar -zxpvf /tmp/psu-remastersys.tgz -C /tmp
    cd /tmp/psu-remastersys
    sudo sh install-psu-remastersys.sh
    wget -O – http://www.remastersys.com/ubuntu/remastersys.gpg.key | sudo apt-key add –
    แก้ไขค่า option ให้เหมาะสม
    sudo vi /etc/remastersys.conf
    ================================
    LIVEUSER=”mint”
    LIVECDLABEL=”Linux Mint 17 PSU CC”
    CUSTOMISO=”linuxmint-17-psu-cc-32bit.iso”
    BACKUPSHOWINSTALL=”1″
    ================================

    แล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือ สั่งสร้าง linuxmint-17-psu-cc-32bit.iso ดังนี้
    เข้าไปที่ Menu > Administration > Remastersys
    แล้วก็รอสัก 15 นาที
    จากนั้นให้เข้าไปเอาไฟล์ไปใส่ใน ftp server
    เข้าไปที่ Menu > Terminal
    cd /home/remastersys/remastersys/
    scp linuxmint-17-psu-cc-32bit.iso user@your_ftp_server

    ทั้งหมดก็มีเรื่องราวประมาณนี้ครับ ขอแถมสักนิดว่า หากจะทำเป็นแผ่นที่บูตแล้วแสดง presentation ก็ให้นำไฟล์ไปวางไว้ใน /home/mint/.config/autostart/
    เช่น
    mint@mint-PSU ~ $ ls -l /home/mint/.config/autostart/
    total 12
    -rw-r–r– 1 mint mint  88 มิ.ย.   5 13:23 myjob.desktop
    -rw-r–r– 1 mint mint 487 มิ.ย.   5 13:23 myjob.sh

    mint@mint-PSU ~ $ cat /home/mint/.config/autostart/myjob.desktop
    [Desktop Entry]
    Type=Application
    Name=myjob
    Exec=/home/mint/.config/autostart/myjob.sh

    mint@mint-PSU ~ $ cat /home/mint/.config/autostart/myjob.sh
    #!/bin/bash
    sleep 3
    SOURCE_FILE=”prstart.sh”
    TEMP1=”/tmp/myjob-temp1.$$”
    wget http://ftp.psu.ac.th/pub/custom/${SOURCE_FILE} -O ${TEMP1}
    if [ -s ${TEMP1} ] ; then
    exec sh ${TEMP1}
    fi

    คิดว่าท่านจะสามารถอ่านและทำได้ครับ ขอบคุณครับ

  • ติดตั้ง LibreOffice 4.1 บน Ubuntu และ Linux Mint

    • Add repository โดย repository นี้ใช้ได้สำหรับ Ubuntu รุ่น Precise, Quantal, Raring และ Linux Mint ในรุ่นที่เทียบเคียงกัน เช่น ปัจจุบัน Linux Mint 15 ซึ่งเทียบเคียงได้กับ Ubuntu Raring เป็นต้น ด้วยคำสั่ง

    sudo add-apt-repository ppa:libreoffice/ppa

    • เนื่องจากในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีไซต์ http://mirrors.psu.ac.th ซึ่งได้ทำการ mirror ไซต์ต่างๆ ที่จำเป็นไว้แล้วส่วนหนึ่ง รวมถึง repository ของ LibreOffice ด้วย ดังนั้น สามารถใช้งานได้ โดยการแก้แฟ้ม /etc/apt/sources.list.d/libreoffice-ppa-raring.list จากเดิม มีอะไรอยู่ให้แก้เป็นดังนี้ โดยหากเป็น Ubuntu รุ่นอื่นๆ ก็ให้เปลี่ยนคำว่า raring เป็นรุ่นที่ใช้งาน สำหรับ Linux Mint ก็ยังคงใช้รุ่นของ Ubuntu ที่เทียบเคียงกันมาเช่น Linux Mint 15 ก็ให้ใช้ของ raring

    deb http://mirrors.psu.ac.th/ppa/libreoffice/ raring main

    • สั่ง update ฐานข้อมูล software ด้วยคำสั่ง

    sudo apt-get update

    • สั่ง upgrade software ซึ่ง LibreOffice จะถูก upgrade ไปในคราวเดียวกันโดยอัตโนมัติด้วยคำสั่ง

    sudo apt-get -y dist-upgrade

    • จบ.. ขอให้สนุกครับ

    ที่มา

        http://www.ubuntuupdates.org/ppa/libreoffice

  • Record video with RecordMyDesktop for Linux Mint

    วันนี้มีความรู้มาฝากเกี่ยวกับการทำบันทึกวิดีโอแนะนำความรู้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง โดยใช้งานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Linux Mint 15 Mate ครับ

    ผมต้องการทำวิดีโอ Preview แผ่น Linux Mint 15 Mate ที่พวกเราจะแจกในงานม.อ.วิชาการ’56 เพื่อเปิดให้มันบรรยายสรรพคุณไปเรื่อยๆในงาน เราไม่ต้องพูดและเด็กๆก็ฟังเมื่อต้องการได้

    ผมจึงได้หาโปรแกรมมาได้โดยการติดตั้งผ่านโปรแกรม Software Manager ของ Linux Mint โปรแกรมนี้มีชื่อว่า gtk-recordmydesktop (ขอขอบคุณเกรียงไกร หนูทองคำ ที่เอื้อเฟื้อคำแนะนำ) แล้วทำการบันทึก ในขณะบันทึกเราก็ต้องมีชุดหูฟังและไมโครโฟนที่พร้อมใช้งาน ผมใช้ Logitech ครับ

    ขั้นตอนการทำวิดีโอง่ายๆ คือ เข้าใช้ระบบปฏิบัติการ Linux Mint แล้วเรียกเมนู Software Manager จากนั้นใส่คำค้นหาเมื่อเจอแล้วดับเบิลคลิกชื่อซอฟต์แวร์ และจบด้วยคลิก Install เมื่อติดตั้งเสร็จก็มาเรียกใช้งาน มันจะอยู่ในเมนู Sound & Video ชื่อโปรแกรมคือ RecordMyDesktop

    position-recordmydesktop-menu

    ตอนนี้โปรแกรมอัดพร้อมแล้วเราก็ไปเปิด Oracle VM VirtualBox สั่งรัน linux mint ที่เป็น Virtual Machine แล้วเมื่อพร้อมก็คลิกที่ปุ่ม Record (ที่ taskbar จะเห็นเป็นสี่เหลี่ยมสีแดง) ก็บรรยายไป คลิกเปิดโปรแกรมไปจนเสร็จ ให้คลิกปุ่มเพื่อ Stop แล้วโปรแกรมมันจะเริ่มเขียนไฟล์จากที่เก็บไว้ใน /tmp จะได้ไฟล์ชื่อ out.ogv ผมก็ rename เป็นไฟล์ชื่อ linuxmint-preview.ogv นำไปไว้บน ftp server ให้ดาวน์โหลดมาเปิดดูและฟังได้

    ผมทำตัวอย่างเก็บไว้อยู่ที่ http://ftp.psu.ac.th/pub/cc/linuxmint-preview.ogv

    ขั้นตอนการเปิดใช้
    1. เปิด Terminal

    2. ดาวน์โหลดด้วย wget มาเก็บไว้เป็นไฟล์อีกไฟล์ให้ใหม่สดเสมอด้วย option -O

    wget http://ftp.psu.ac.th/pub/cc/linuxmint-preview.ogv -O /tmp/current-linuxmint-preview.ogv

    3. วิธีรันแบบ fullscreen

    totem --fullscreen  /tmp/current-linuxmint-preview.ogv

    หวังว่าพวกเราคงสนุกกับบทความนี้นะครับ

  • Linux Mint – แหล่งรวมรวมเอกสาร ข้อมูลความรู้ต่างๆ

    Linux Mint – แหล่งรวมรวมเอกสาร ข้อมูลความรู้ต่างๆ
    ลิงค์ http://opensource.cc.psu.ac.th/Linuxmint

    1-วิธีตั้งค่าให้อัปเดต Linux Mint ได้เร็วขึ้น ทำได้โดยการตั้งค่าให้ติดต่อกับ server ในประเทศไทย
    ลิงค์ http://opensource.cc.psu.ac.th/วิธีตั้งค่าให้อัปเดต_Linux_Mint_ได้เร็วขึ้น

    2-วิธีปรับการตั้งค่า Linux Mint – Boot Options กรณีติดตั้ง Multi OS ปรับการหน่วงเวลาการเลือก OS
    ลิงค์ http://opensource.cc.psu.ac.th/วิธีปรับการตั้งค่า_Linux_Mint_-_Boot_Options_กรณีติดตั้ง_Multi_OS_ปรับการหน่วงเวลาการเลือก_OS

    3-คำสั่งตรวจสอบรายชื่อ packages ที่ติดตั้งในระบบปฎิบัติการ Linux Mint, Ubuntu, Debian
    ลิงค์ http://opensource.cc.psu.ac.th/คำสั่งตรวจสอบรายชื่อ_packages_ที่ติดตั้งในระบบปฎิบัติการ_Linux_Mint,_Ubuntu,_Debian

    4-แก้ไข Firefox browser แจ้งว่าใช้ flash player ที่ไม่ปลอดภัย หรือ Outdated
    ลิงค์ http://opensource.cc.psu.ac.th/แก้ไข Firefox browser แจ้งว่าใช้ flash player ที่ไม่ปลอดภัย

    5-ตั้งค่า VPN สำหรับ Linux Mint
    ลิงค์ http://opensource.cc.psu.ac.th/ตั้งค่า_VPN_สำหรับ_Linux_Mint

    และอื่นๆที่จะมีเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ

  • Solved Firefox browser with adobe flash player outdated

    ผมรัน Firefox browser แล้วพบว่ามันจะแจ้งว่า Adobe Flash Player Plugin ไม่ปลอดภัยเนื่องจาก Outdated จึงคลิกเข้าไปในหน้า Addons แล้ว ดาวน์โหลดจากเว็บ http://get.adobe.com/flashplayer/ ได้ไฟล์ install_flash_player_11_linux.x86_64.tar.gz จากนั้นแตกไฟล์ออกมาอย่างง่ายๆ เพราะใช้ GUI อยู่ ได้ไฟล์มาดังนี้

    libflashplayer.so และไดเรกทอรี usr

    flashplayer-outdated

    แล้วเปิดอ่าน readme.txt สั่งว่าให้อัปเดตแบบ manual ก็ต้องทำตาม ทั้งๆที่อยากทำแบบคลิกๆๆๆ จะสะดวกสำหรับผู้ใช้มากกว่า

    ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าต่าง terminal ของ linux mint ทำตามดังนี้

    sudo cp libflashplayer.so /opt/mint-flashplugin-11/
    sudo cp -r usr/* /usr

    รัน firefox ใหม่ ตอนนี้ใช้งานได้แล้ว

    หมายเหตุ

    เครื่องที่ใช้งานคือ

    ผมใช้คำสั่ง cat /etc/lsb-release ได้ดังนี้

    DISTRIB_ID=LinuxMint
    DISTRIB_RELEASE=13
    DISTRIB_CODENAME=maya
    DISTRIB_DESCRIPTION="Linux Mint 13 Maya"

    ผมใช้คำสั่ง uname -a ได้ดังนี้

    Linux HP-ProBook-6450b 3.2.0-39-generic #62-Ubuntu SMP Thu Feb 28 00:28:53 UTC 2013 x86_64 x86_64 x86_64 GNU/Linux

    จบครับ