using System.Net.Http;
using System.Web.Http;
using System.Threading.Tasks;
using System.Configuration;
using dotAPNS;
using System.Web;
using System;
namespace APNsService.Controllers
{
[RoutePrefix("api")]
public class MainController : ApiController
{
[Route("SendPush")]
[AcceptVerbs("GET", "POST")]
public async Task<ApnsResponse> SendPush(string title, string body, string token, string category)
{
try
{
//อ่านค่า CertContent หรือ CertFilePart, BundleID, KeyID,TeamID มาจาก ไฟล์ web.config
string certContent = ConfigurationManager.AppSettings["CertContent"];
string certFilePath = ConfigurationManager.AppSettings["CertFilePath"];
string bundleId = ConfigurationManager.AppSettings["BundleId"];
string keyId = ConfigurationManager.AppSettings["KeyId"];
string teamId = ConfigurationManager.AppSettings["TeamId"];
//สร้าง Option สำหรับ Token
var options = new ApnsJwtOptions()
{
CertContent = certContent,
BundleId = bundleId,
KeyId = keyId,
TeamId = teamId
};
//สร้าง Token
var apns = ApnsClient.CreateUsingJwt(new HttpClient(new WinHttpHandler()), options);
//สร้าง Push Object
var push = new ApplePush(ApplePushType.Alert)
.AddAlert(HttpUtility.UrlDecode(title), HttpUtility.UrlDecode(body))//ข้อความแจ้งเตือน
.AddBadge(0)//แสดงจำนวนแจ้งเตือนที่หน้าแอปพลิเคชัน
.AddCategory(category)//กำหนดกลุ่มของการแจ้งเตือน
.AddToken(token);//token
//ส่ง Notification
return await apns.Send(push);
}
catch (Exception ex)
{
return ApnsResponse.Error(ApnsResponseReason.Unknown, ex.Message + ex.StackTrace);
}
}
}
}
จากโค้ดด้านบน สามารถทราบว่าส่วนไหนทำหน้าที่อะไรได้จาก Comment ครับ เพียงเท่านี้ก็สามารถ Publish และ Deploy Web API บน Server เพื่อทดสอบการใช้งานได้แล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ Web API ดังกล่าวยังต้องการ การปรับแต่งให้เหมาะสมกับระบบของนักพัฒนาแต่ละท่าน แต่โดยขั้นตอนหลักๆก็มีเพียงเท่านี้ครับ
Step4 : เมื่อกดเลือกเรียบร้อยแล้วหน้าจอก็จะถามเราว่า “LINE will start capturing everything that’s displayed on your screen.” ให้เลือกว่าจะ cancel หรือ start now เลือกแบบไหนก็เลือกเลย หากไม่ต้องการให้รอบหน้าแสดงข้อความนี้อีกก็สามารถ Checkbox ด้านหน้าคำว่า Don’t show again ได้เลย
พึ่งเปิดตัวทั้งใน LINE สมาร์ทโฟน และ LINE ในเครื่อง PC สำหรับวิธีการแปลงข้อความรูปภาพ ให้กลายเป็นข้อความ Text ตัวอักษร โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งพิมพ์ใหม่ และวิธีการนี้ยังสามารถแปลเป็นภาษาอื่นๆ จากข้อความ Text ที่ได้จากการแปลงข้อความรูปภาพแล้วอีกด้วย