Category: Microsoft Office

  • 6 Tips (ดี ๆ) เกี่ยวกับ MS Word 2016

    บทความนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของ Microsoft Word (2016) โปรแกรมพื้นฐานเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสาร รายงาน จดหมาย บลา ๆ ที่ใคร ๆ ก็ (ต้อง) ใช้เป็น … กันนะคะ วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอ 6 Tips ดี ๆ เกี่ยวกับ MS Word ซึ่ง (น่าจะ) ช่วยให้การใช้งาน word ของเรานั้น สะดวก และดูโปร (ไม่ใช่ ยี่ห้อนมผง นะคะ 555 +) ยิ่งขึ้น ซึ่งเราอาจยังไม่ทราบหรือได้ลองใช้มาก่อน

    เอ้ หรือว่าจริง ๆ แล้ว สาระในบทความนี้ เค้าก็รู้กันทั่วทั้งบางแล้วคะเนี่ย?! มีแต่ผู้เขียนหรือป่าว แฮร่ ๆ ^^’ เอาเป็นว่า ถือซะว่าได้ทบทวนก็แล้วกันนะคะ

    Come on, come on, turn the radio on . It’s Friday night … La, la, la, la, la, la (Sia – Cheap Thrills) อ่ะ ไม่ใช่ละคะ !!
    หยุดโยกกันก่อน เพราะวันนี้วัน (ศุกร์) ก็จริง แต่ยังไม่ถึงเวลาท่องราตรี ที่เรา จะไปกับแสงสี กับปีกทีสวยๆ ให้เหมือนผีเสื้อราตรี นะคะ (ไปเรื่อยยย) ฮาาา

    Come on, มาค่ะ Tip รออยู่ เริ่มที่หัวข้อแรกกันเลยนะคะ ^^

    Open the last document เปิดเอกสาร word ก่อนหน้าที่เพิ่งใช้งาน แบบเท่ ๆ (รึป่าว?)

    เพียงเราใช้คำสั่ง winword.exe /mfile1 ค้นหาใน search box ของ windows หรือใช้คำสั่งเดียวกันภายใต้ Run Command box ก็สามารถเปิดเอกสาร word ที่ใช้งานล่าสุดขึ้นมาได้ทันที

    Use Word’s built-in calculatorใช้เครื่องคิดเลขที่มากับ word

    ไปที่ File เลือก Options กล่อง Word Options จะแสดงขึ้นมา ให้ไปที่ Quick Access Toolbar ในตัวเลือก Choose commands ให้เลือก Commands Not in the Ribbon แล้วเลื่อนหา Calculate และคลิกเลือก แล้วคลิกปุ่ม add ต่อด้วยปุ่ม OK เท่านี้ก็จะมี calculator icon แสดงขึ้นมาให้ใช้งาน ที่ Top Toolbar ของ word

    เมื่อพิมพ์สมการทางคณิตศาสตร์ที่ต้องการใน word ลากคลุมสมการดังกล่าว แล้วคลิก calculator icon  word จะคำนวณสมการดังกล่าว และแสดงผลลัพธ์ที่ได้การการคำนวณขึ้นมาให้ทันทีที่ Status Bar (ด้นล่างสุด) ของ word ค่ะ

    Search the web with Smart Lookupsค้นหาข้อมูลแบบรวดเร็วด้วย Smart Lookups

    เลือกคลุมคำ/วลีใดก็ได้ที่ต้องการและคลิกขวาบนนั้น แล้วเลือก Smart Lookup นะคะ word ก็จะทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคำ/วลีนั้นๆ แบบรวดเร็วจากเว็บด้วย Bing (Search Engine จาก Microsoft) โดยไม่ต้องออกจากหน้าเอกสารที่กำลังทำงาน

    แต่เท่าที่ผู้เขียนลองใช้ดู ก็ยังไม่ได้ Perfectly ในทุกครั้งน่ะ

    Select Non-Adjacent Textเลือกข้อความที่ไม่ได้อยู่ติดกันในเอกสาร

    หากเราต้องการ Copy ข้อความ หรือต้องการจัดรูปแบบพิเศษของข้อความ เช่น หัวข้อ (Header) ต่าง ๆ พร้อมกันทีเดียวในเอกสาร ซึ่งข้อความไม่ได้อยู่ติดกันนั้น

    ก็ใช้วิธีการ กดปุ่ม Ctrl บน Keyboard ค้างไว้ แล้วลากคลุมข้อความที่เราต้องการในเอกสารได้เลยค่า

    Change the default fontเปลี่ยนแบบอักษรเริ่มต้นให้เอกสาร

    ไปที่ Home (หน้าแรก) คลิกลูกศรขนาดเล็กมุมล่างซ้ายของส่วน Font (แบบอังกษร) บน Ribbon กล่อง Font จะแสดงขึ้นมา ให้เลือก Font ที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม “Set As Default” (ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น)

    word จอแสดงกล่องขึ้นมาสอบถามว่าจะให้ Font ดังกล่าวนั้นให้เป็น Default Font ของเอกสารนี้ (ที่กำลังทำงาน) เท่านั้น หรือกับทุกเอกสารทั้งหมดที่มีพื้นฐานบนแม่แบบ Normal (Blank Document) ตัดสินใจได้แล้ว เราก็คลิกเลือก แล้วกดปุ่ม OK

    อย่างเราต้องใช้ TH SarabunPSK  ในการพิมพ์เอกสาร (ราชการ) เป็นหลักอยู่แล้วนั้น ก็ตั้งค่าแบบอักษรดังกล่าวให้เป็น Default Font กับทุกเอกสารไปเลย (เลือก All document based on the Normal template) ก็สะดวกนะคะ

    ปิดท้ายกันไปด้วย Tip สุดท้าย ( แต่ไม่ท้ายสุด) เพราะผู้เขียนเป็นห่วงสายตาของทุกท่าน และดวงตาก็เป็นหน้าต่างของดวงใจเสียด้วย อิอิ

    (ปิ๊ง ปิ๊ง)

    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ emoticon png

    Save yourself some eye strainทะนุถนอมสายตาของคุณบ้างน่ะ

    หากอ่านเอกสารพื้นสีขาวบนคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานๆ อาจมีอาการเมื่อยล้าทางสายตาได้ มาตั้งค่าโหมดการอ่านเอกสาร (ไปที่ View บน Ribbon คลิกเลือก Reader Mode หรือคลิกไอคอนที่มุมล่างซ้ายของ word) ให้เป็นสีซีเปียเพื่อความสบายตา ช่วยลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา (eye strain) ในขณะที่เราเปิดอ่านเอกสารดีกว่า

    โดยในหน้า  Reader Mode ให้เลือกเมนู View และ Page Color แล้วเลือก Sepia เมื่อเปิดเอกสารในโหมดอ่านเอกสาร เอกสารจะเปลี่ยนสีพื้นหลังเป็นสีซีเปียค่ะ

    ท้ายสุด สาระก็ได้จบกันไปเรียบร้อย ผู้เขียนหวังว่า ไม่หัวข้อใดหัวข้อหนึ่งในบทความนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกท่านนะคะ
    อ่ะ โยกได้ !! และในส่วนคืนนี้นั้นนน ใครจะไป Dance on the Floor ต่อกันที่ไหน ก็ดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ 555+ #TGIF ไม่ดื่ม-ไม่สูบ ดูแลตัวเอง เต้นได้แต่อย่านาน เอวจะเคล็ด… นะคะ
    ส่วนใครที่สงสัยว่าทำไมต้อง 6 นั่น ก็เพราะว่าเป็นเดือนเกิดของผู้เขียนนั่นเองงงงค่ะ ฮรี่ (#ยังงี้ก็ได้ดั้วะะะะะะหราาานี่ #555)

  • Quick Analysis ใน Excel 2016 : ชุดคำสั่ง “Formatting”

    จากบทความที่เคยเขียนไปก่อนหน้านี้ เรื่อง แนะนำการใช้เครื่องมือ Quick Analysis ใน Excel 2016 : ชุดคำสั่ง “Text” สำหรับโจทย์ที่เป็นตัวอักษร แต่ครั้งนี้จะมาเล่าต่อของ Quick Analysis ในชุดคำสั่ง “Formatting” เหมือนเดิมนั่นแหละ แต่โจทย์จะเปลี่ยนไปเป็นตัวเลขบ้าง มาดูกันสิว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง

    สำหรับรอบนี้ได้สมมุติข้อมูลเป็นข้อมูลเวลาการทำงานในแต่ละวันของพนักงานที่ทำงานเป็นกะ เป็นรายชั่วโมง โดยคนคนนี้ทำงาน ได้กี่ชั่วโมงในแต่ละวัน ดังรูป

    มาดูว่าจะมีลูกเล่นอะไรบ้างค่ะ

    ส่วน Data bar เป็นการแสดง Bar หรือแท่งของข้อมูลนั่นเองค่ะ
    ถ้าไม่เห็นภาพ มาปฏิบัติกันดีกว่าค่ะ โดยเลือกช่วงของข้อมูล และเลือก Formatting เลือก Quick Analysis จากนั้นเลือก Data bar ตามขั้นตอนดังรูป

    ผลลัพธ์ที่ได้ ดังรูปด้านล่างค่ะ เป็นการแสดง Bar ให้เห็นถึงปริมาณของชั่วโมงการทำงานนั่นเอง

    ส่วน Greater จะเลือกข้อมูลที่มีข้อมูลที่สูงกว่า ที่เรากำหนด สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ
    โดยเลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการ เลือก Quick Analysis และเลือก Formatting จากนั้นเลือก Greater จะปรากฎ Dialog ขึ้นมาเพื่อให้ใส่ จำนวนที่จะให้ว่าให้เลือกข้อมูลที่ดีกว่าอะไร ในที่นี้ระบุเป็น “8” จากนั้น จะให้แสดงข้อมูลที่เข้าเงื่อนไขเป็นอย่างไร ในที่นี่เลือกเป็น “Light Red Fill with Dark Red Text” คือให้ cell และอักษร ที่เข้าเงื่อนไขเป็นสีแดง นั่นเอง (สามารถทำตามได้จากรูปด้านล่างค่ะ)

    และผลลัพธ์ คือใน Column C จะทำการ เปลี่ยนสีของ cell และ อักษร เป็นสีแดง สำหรับ วันที่มีการทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงนั่นเอง

    ส่วน Color จะแสดงข้อมูลในลักษณะของสี เพื่อแสดงถึงข้อมูลด้วยสีต่าง ๆ โดยตัวเลขน้อยสุดจะเป็น สีแดง เลขสูงสุดจะเป็นสีเขียว สำหรับข้อมูลตัวเลขกลาง ๆ จะเป็นสีที่แตกต่างออกไป
    มาทำเพื่อให้เห็นภาพดีกว่าค่ะ โดยเลือกช่วงข้อมูล จากนั้นเลือก Quick Analysis และเลือก Color ผลลัพธ์ จะเป็นดังรูปด้านล่างค่ะ

    ค่ะ จากที่แสดงมาทั้งหมด อาจจะพอช่วยให้เห็นภาพ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการข้อมูลด้วย Excel ในมุมต้องการได้นะค่ะ บางครั้งในการทำข้อมูลอาจจะต้องมีการประยุกต์นำเทคนิคนี้นิด อันนี้หน่อยมาช่วยๆ กัน ถึงจะได้ผลลัพธ์ตามต้องการนะค่ะ หวังว่าบทความนี้พอจะเป็นแนวทาง สำหรับผู้อ่านได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะค่ะ…ขอบคุณค่ะ

  • แนะนำการใช้เครื่องมือ Quick Analysis ใน Excel 2016 : ชุดคำสั่ง “Text”

    สำหรับ Excel 2016 ที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำในชีวิตประจำวันนั้น มีเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย จนบางครั้งเราจะลืมไปว่า มันสามารถช่วยอำนวยความสะดวกอะไรได้บ้าง สำหรับบทความนี้ จะกล่าวถึงคำสั่ง “Quick Analysis” ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นความรู้ใหม่สำหรับผู้ที่ได้ใช้อยู่เป็นประจำ หรือใช้อยู่แล้ว แต่ก็เพื่อเป็นความรู้ เป็นข้อมูลให้กับสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้แล้วกันนะค่ะ

    ก่อนอื่นเรามาสร้างข้อมูลสมมุติใน Excel ก่อนนะค่ะ ในที่นี้ทำการสร้างข้อมูลตารางการออกกำลังกาย และการพักผ่อน ในเดือนมีนาคมกันค่ะ ตามข้อมูลในรูปนะค่ะ

    การใช้ Quick Analysis ในชุดคำสั่ง “Text”
    ตั้งโจทน์กันก่อน เราจะมาหา Record ที่มีคำที่สนใจกันนะค่ะ
    สามารถทำได้โดย เลือกช่วงของข้อมูลที่ต้องการright click >> ทำการ right click >> เลือก Quick Analysis


    เลือก Formatting >> เลือก Text

    จะปรากฎหน้าจอ เพื่อให้กำหนดเงื่อนไข
    Format cell that contain the text : ให้ระบุคำที่ต้องการหา ในที่นี้ระบุ “Run”
    with : เป็นการดำเนินการ กรณีที่พบข้อมูลตามที่ต้องการ ในที่นี้จะเลือก “Yellow Fill with Dark Yellow Text”
    จากนั้นกดปุ่ม “OK” เพื่อยืนยันเงื่อนไขที่ระบุ

    ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นดังนี้

    ข้อมูลที่มีคำว่า “Run” อยู่ก็จะมีพื้นเป็นสีเหลือง ง่าย ๆ ใช่ไม๊ค่ะ

    สำหรับในชุดคำสั่ง “Formatting” ก็ยังมีคำสั่งอีกนะค่ะ ได้แก่
    Duplicate : หา Record ที่มีข้อความซ้ำกับกัน
    Unique : หา Recored ที่มีข้อความไม่ซ้ำกับ Record อื่น
    Equal To : หา Record ที่มีข้อความเหมือนกับคำที่ต้องการค้นหา ซึ่งจะคล้ายกับคำสั่ง “Text” ต่างกันที่ คำสั่ง “Equal To” จะต้องเหมือนเท่านั้น แต่ “Text” คือมีคำที่ต้องการอยู่ในข้อความ

    เอาแบบเริ่มต้นกันแค่นี้ก่อนนะค่ะ วันหลังจะมาบรรยายในชุดคำสั่งต่อไปให้ดูกันอีกนะค่ะ….ติดตามชมกันนะค่ะ

  • How to install Office Professional Plus 2019 in PSU

    • สามารถ download ได้จาก https://licensing.psu.ac.th
    Office Professional Plus 2019
    • ล็อคอินเข้าระบบให้เรียบร้อย
    • เมื่อเปิดหน้าของ Office Professional Plus 2019 เลื่อนลงมาล่างสุดจะมีให้ Download อยู่ 2 ส่วน
    Download
    • โดย Office pro plus 2019 setup คือส่วนที่จำเป็นต้องโหลด และสามารถเลือกโหลด Configuration Setup ได้ตามภาษาและสถาปัตยกรรมที่ต้องการ
    • เมื่อโหลดเสร็จแล้ว ติดตั้งโดยการเปิด cmd เรียกใช้ cmd ด้วยการกด windows+R
    • การติดตั้ง Office Professional Plus 2019 จะเป็นการติดตั้งผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
    Run cmd
    cmd
    • พิมพ์ cd ไปยังโฟลเดอร์ที่ดาวน์โหลดทั้งสองไฟล์ไว้ (ในตัวอย่างโหลดไฟล์ไว้ที่ Desktop)
    Download location
    • พิมพ์คำสั่งดังต่อไปนี้ โดยเลือกตามรุ่นและสถาปัตยกรรมที่เลือก
    1. o2019proplussetup.exe /configure o2019proplus32en.xml
    2. o2019proplussetup.exe /configure o2019proplus32th.xml
    3. o2019proplussetup.exe /configure o2019proplus64en.xml
    4. o2019proplussetup.exe /configure o2019proplus64th.xml
    Setup command
    • จะมีหน้า User control ให้ตอบ Yes แล้วจะได้หน้าต่างติดตั้งขึ้นมา
    Installing
    • รอจนเสร็จ
    installation is finished!
    Finish
    • เปิด Microsoft word สร้างเอกสารใหม่
    Blank document
    • คลิกเมนู File แล้วเลือก account
    Account
    • มองไปด้านขวาในส่วนของ Product Information หากยังไม่มีข้อความว่า Product Activated ให้คลิก Change Product key
    Product Information
    • ให้นำคีย์จากเว็บ https://licensing.psu.ac.th มาใส่แล้วกด Activate Office
    • ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้เรียบร้อยก่อนทำขั้นตอนนี้
    Activate Office
    • สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจบเพียงเท่านี้ ขอให้สนุก
    • สำหรับ Power Users และคนที่ต้องการใช้ Office ภาษาอื่นๆ มากกว่าภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ
    • หากเปิดดูในแฟ้ม o2019proplus64en.xml จะมีส่วนที่แก้ไขได้
    <Configuration>
      <Add SourcePath="https://bahamut.psu.ac.th/office2019-64" OfficeClientEdition="64"
     Channel="PerpetualVL2019">
          <Product ID="ProPlus2019Volume" PIDKEY="NMMKJ-6RK4F-KMJVX-8D9MJ-6MWKP">
             <Language ID="en-us" />
          </Product>
          <Product ID="ProofingTools">
            <Language ID="th-th" />
          </Product>
      </Add>
      <Property Name="AUTOACTIVATE" Value="1" />
      <Display Level="Full" AcceptEULA="TRUE" />  
      <Logging Level="Standard" Path="%temp%" /> 
    </Configuration>
    </code>
    • ได้แก่ SourcePath และ Language ID
    • โดยค่าที่เป็นไปได้ของ SourcePath คือ โฟลเดอร์ปลายทางที่จะได้เป็นที่เก็บตัวติดตั้ง Office Professional Plus 2019 เช่น d:\download ซึ่งแปลว่าโหลดตัวติดตั้งมาเก็บไว้ที่ d:\download
    • และค่าที่เป็นไปได้ของ Language ID ได้แก่ รหัสภาษาที่ไมโครซอฟท์กำหนดโดยสามารถดูได้ที่ https://docs.microsoft.com/en-us/DeployOffice/office2016/language-identifiers-and-optionstate-id-values-in-office-2016
    • ตัวอย่างไฟล์ที่แก้เสร็จแล้ว
    <Configuration>
      <Add SourcePath="d:\download" OfficeClientEdition="64" 
    Channel="PerpetualVL2019">
          <Product ID="ProPlus2019Volume" PIDKEY="NMMKJ-6RK4F-KMJVX-8D9MJ-6MWKP">
             <Language ID="ja-jp" />
          </Product>
          <Product ID="ProofingTools">
            <Language ID="ja-jp" />
          </Product>
      </Add>
      <Property Name="AUTOACTIVATE" Value="1" />
      <Display Level="Full" AcceptEULA="TRUE" />  
      <Logging Level="Standard" Path="%temp%" /> 
    </Configuration>
    </code>
    • วิธีใช้งานให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ใน cmd
    o2019proplussetup.exe /download o2019proplus64en.xml
    download
    • จะค้างอยู่จนกว่าจะ download เสร็จ
    downloading
    • เมื่อ download เสร็จแล้วสามารถพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ใน cmd เช่นเดิม เพื่อเริ่มกระบวนการติดตั้ง แบบที่กล่าวมาแล้ว
    o2019proplussetup.exe /configure o2019proplus64en.xml
    • จบขอให้สนุกครับ
  • การนำเสนอรูปภาพให้น่าสนใจใน Power Point ด้วย Slide master

    ตามหัวข้อเลยนะคะ อาจเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนทราบอยู่แล้ว ถือว่าเป็นการทบทวนแล้วกันนะคะ มาดูกันเลย

    การสร้าง Logo ให้กับทุกหน้าใน slide

    ปัญหา : ถ้าเราต้องมาจัดวางโลโก้อยู่เองทีละหน้าก็ต้องใช้เวลาในการจัดตำแหน่ง ถึงแม้จะ Copy ได้ก็เถอะ Slide master ช่วยได้ค่ะ

    1.ไปที่แท็บเมนู View –> Slide Master คลิกขวาที่แท็บด้านซ้ายเลือก Insert Layout

    2.ไปที่แท็บเมนู Insert –> Picture เลือกรูปที่ต้องการ

    3.จากนั้นเลื่อนกล่อง Picture มาบริเวณที่เราต้องการแสดงโลโก้ ในที่นี้เลื่อนมาบริเวณมุมขวาบน

    4.คลิกขวาที่ Slide ที่กำลังจัดทำ Rename Layout เพื่อแก้ไขชื่อ Layout

    5.ไปที่แท็บ Slide Master –> Close Master View

    6.ที่แท็บ Home –> New Slide –> Custom Logo Layout

     

    7.คลิกขวา New Slide ก็จะได้ Layout ที่มีโลโก้ตามต้องการ

    การสร้างหน้าสำหรับแนะนำตัว

    1.ไปที่แท็บเมนู View –> Slide Master คลิกขวาที่แท็บด้านซ้ายเลือก Insert Layout

    2.ไปที่แท็บ Slide Master –> Insert Placeholder –> Picture

    3.ไปที่แท็บ Format –> Edit Shape –> Change Shape –> Oval เพื่อเปลี่ยน Shape ตามต้องการ

    4.ไปที่แท็บ Insert –> Shapes –> Line เพื่อสร้างเส้นแบ่งระหว่างรูปภาพและเนื้อหา

    5.ไปที่แท็บ Slide Master –> Insert Placeholder –> Text เพื่อใส่เนื้อหา

    6.คลิกขวาที่ Slide ที่กำลังจัดทำ Rename Layout เพื่อแก้ไขชื่อ Layout

    7.ไปที่แท็บ Slide Master –> Close Master View

    8.ที่แท็บ Home –> New Slide –> Custom Layout

    1. สามารถเพิ่มรูปภาพและพิมพ์ข้อความเนื้อหาเข้าไปตามต้องการ โดยมีรูปแบบตาม Custom Layout ที่ได้ออกแบบไว้

    การนำเสนอรูปภาพจำนวนหลาย ๆ รูปใน 1 slide ให้น่าสนใจ

    1.ไปที่แท็บเมนู View –> Slide Master คลิกขวาที่แท็บด้านซ้ายเลือก Insert Layout แล้วลบ Label ต่าง ๆ ออกให้หมด

    2.ไปที่แท็บ Slide Master –> Insert Placeholder –> Picture

    3.ลากวางในตำแหน่งตามต้องการ

    4.คัดลอก Picture อันที่ทำเรียบร้อยแล้วมาวางต่อ ๆ กันแล้วปรับขนาด ดังรูป

    5.ไปที่แท็บ Slide Master –> Close Master View

    6.ที่แท็บ Home –> New Slide –> Custom Layout

    7.สามารถเพิ่มรูปตามต้องการได้ และสามารถเพิ่มรูปโดยไม่ตรง Resize ขนาด ไม่ต้องปรับอะไร

    วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ

  • เปลี่ยน font หัว column ใน Excel ง่ายๆ

    วันนี้ทางผู้เขียนขอเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ ด้วยบทความอันแสนสั้น และเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

    ซึ่งสามารถทำตามได้ง่ายๆ เกี่ยวกับเจ้าตัว Microsoft Excel นี่แหละ ปะ! … เรามาเริ่มเลยละกัน

    สำหรับคนที่ใช้ Excel กันอยู่แล้ว หลายๆ คนอาจจะเคยสงสัยเหมือนผู้เขียน ว่ารูปแบบตัวอักษร

    ที่อยู่บนหัวตารางเนี่ย เราสามารถเปลี่ยนมันได้มั้ย เปลี่ยนเป็นตามแบบที่เราชอบได้รึเปล่า ???

     

    จริงๆ แล้วรูปแบบของหัวตาราง มันคือรูปแบบที่เรียกว่า Normal Style นั่นเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่า

    ถ้าเราไปเปลี่ยนเจ้า Normal Style ตัวนี้ รูปแบบหัวตารางของเราก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย…จริงมั้ย

     

    คำถามถัดมาละ … แล้วเราจะไปเปลี่ยนเจ้า Normal Style ตัวนี้ได้ยังไง ไปตรงไหน เลือกอะไร ???

    วันนี้ขอเขียนขั้นตอนการเปลี่ยน Normal Style แบบง่ายๆ กลั้นหายใจไม่ถึง 10 วิ ก็เสร็จละ ปะ ลุยยย !

     

    Step 1. ขาดไม่ได้เลยนะขั้นตอนนี้ …. เปิด Excel ก่อนเลย แหะๆ พอเปิดแล้วก็จะได้มาประมาณนี้

    (สังเกตจากที่จากรูป แบบ Normal Style ตัวอักษรหน้าตาก็จะพื้นๆ เรียบๆ นิดหน่อย)

     

     

     

     

     

     

     

     

    Step 2. ให้คลิกขวา ตรงรูปแบบที่ชื่อว่า Normal จากนั้น ให้เลือก Modify… ตัวอย่างตามรูปที่ 2 เลยนะ

     

     

     

     

     

     

     

     

    Step 3. จะปรากฏหน้าต่างเล็กที่ชื่อว่า Style ขึ้นมา ให้เราคลิกเลือกปุ่ม Format… ไปได้เลย

     

     

     

     

     

     

     

     

    Step 4. หลังจากเลือก Format… แล้ว Excel ก็จะแสดงหน้าต่าง Format Cells ขึ้นมา ให้เราเลือกรูปแบบ

    ของ Font, Style, Size หรืออื่นๆ ตัวอย่างตามรูปด้านล่างเลยนะทุกคน เมื่อเราเลือกเรียบร้อยแล้วก็กด OK และ OK

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Step 5. เมื่อกด OK จนครบแล้วก็จะเห็นรูปแบบ Font ตัวอักษรตรงหัว Column เปลี่ยนไป ตัวอย่างตามรูปเลยจ๊ะ

    แท่น แท่น แท๊นนนนนนนน …. เย้ Font เปลี่ยนแล้ววววว !!

     

     

     

     

     

     

     

     

    เป็นยังไงกันบ้าง ง่ายมั้ย ง่ายเนอะ คลิกไปคลิกมา ปุบปับๆ ก็เสร็จละ ซึ่งเจ้าตัว Normal Style ตัวนี้ที่เราเปลี่ยน

    เมื่อไหร่ที่เราเปิดไฟล์ใหม่ Style เหล่านี้ก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเช่นเดิมน๊าาาาา สบายใจได้ สำหรับครั้งนี้

    ผู้เขียนขอขอบคุณทุกคนที่เผลอคลิกเข้ามาอ่านนะ 55+ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะมีประโยชน์ให้กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย

    ***************************************************************************************************************

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง

    –> http://www.inwexcel.com/10-excel-secrets/

  • วิธีแก้ไข Excel เปิดไฟล์ CSV แล้วอ่านภาษาไทยไม่ออก

    ผู้ใช้จะใช้คำประมาณว่า “เป็นภาษาต่างดาว” เอ่อ … ภาษาต่างดาวเนี่ยเป็นไงครับ ? อย่างคนเขียนคำว่า “私はあなたを愛している” ทำไมเราถึงรู้ว่า นี่คือภาษาญี่ปุ่น หรือ “我愛你”  ทำไมเราถึงรู้ว่า นี่เป็นภาษาจีน หรือ “Я люблю тебя” เป็นภาษารัสเซีย

    เปลี่ยนเป็นคำว่า “เป็นภาษาที่อ่านไม่ออก” หรือ “ไม่ออกมาเป็นภาษาไทย” จะถูกต้องกว่านะครับ

    ปัญหา

    ผู้ใช้เปิดไฟล์ที่แน่ใจได้ว่า Export จากระบบมาเป็น Unicode/UTF-8 แน่นอน

    สังเกต Column F

    เหตุ

    Microsoft Excel เค้าจะ Default ใช้ Charset เป็น Windows-874

    วิธีการแก้ไข

    สร้างไฟล์ Excel ใหม่

    คลิกเมนู Data -> From Text/CSV
    (ของใครเมนูภาษาไทย เทียบเคียงเอาเองนะครับ)

    เลือกไฟล์ CSV ที่ต้องการ เบื้องต้นตอนจะ Import จะได้เห็นสิ่งที่ Excel ทำ คือ Default เป็น Windows-874

    ต่อไป เปลี่ยนที่ File Origin เป็น Unicode/UTF-8
    หรือ แล้วแต่ที่ต้นทาง Export มา

    ก็จะได้ ภาษาไทยสวยงาม

    เมื่อคลิก Load ก็จะได้ข้อมูลที่เป็น “ภาษาไทย” อ่านออกแล้ว

    หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ

  • การสร้างฟอร์มกรอกข้อมูลใน Word

    เราอาจจะสร้างฟอร์มเพื่อส่งให้ผู้อื่นกรอกเอกสาร ตามฟอร์มที่เราออกแบบไว้ โดยจะต้องไปเรียกใช้ Develper ที่แถบ Ribbon โดยไปที่เมนู File –> Options –> Customize Ribbon เลือก Develper ดังรูป

    จะเห็นว่ามีแถบ Developer ปรากฏอยู่

    เรามาเริ่มสร้างฟอร์มกัน ในที่นี้จะสร้างฟอร์มเล็ก ๆ ดังรูป

    จากนั้นคลิกแถบ Developer แต่ละ Control ที่จะนำมาใช้ แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้าง

    • หมายเลข 1 เป็นข้อความที่สามารถจัดรูปแบบได้
    • หมายเลข 2 เป็นข้อความที่กรอกอิสระ
    • หมายเลข 3 เป็นการแทรกรูปภาพ
    • หมายเลข 4 เป็นฟิลด์รายการที่มีตัวเลือก สามารถเลือกได้
    • หมายเลข 5 เป็นการแทรกฟิลด์แบบมีตัวเลือก เช่นเดียวกับหมายเลข 4
    • หมายเลข 6 เป็นรูปแบบวันที่ให้เลือก

     

    จากนั้นเมื่อเรารู้จักหน้าที่ของแต่ละ Control แล้ว เราก็เลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการ โดยในส่วนของตำแหน่ง เราจะใช้ Combo box เมื่อคลิก Combo box  1 ครั้งให้ไปเลือกที่ Properties จากนั้นจะปรากฏดังรูป

    เมื่อเรียบร้อยแล้วจะได้ดังรูป

    เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อความหัวข้อ คือให้กรอกได้เฉพาะข้อมูลที่มีช่องให้กรอกเท่านั้น โดยไปที่แถบ Developer –> Restrict Editing จะแสดงดังรูป

    จากนั้นที่ข้อ 2 ให้ติ๊กเลือกและกำหนดเป็น Filling in forms เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อความ แล้วคลิกปุ่ม “Yes, Start Enforcing Protection” จะแสดง Dialog ดังรูป

    ระบุ Password ที่จะใช้ป้องกันการแก้ไขข้อความ จากนั้นคลกปุ่ม “OK” จากนั้นลองไปคลิกที่หัวข้อจะไม่สามารถแก้ไขข้อความได้ จะแก้ไข/กรอกได้เฉพาะที่ให้กรอกข้อมูลนั้น

     

     

     

     

     

     

  • เทคนิคการใช้ Word ในการทำบรรณานุกรม

    ในการทำเอกสารงานวิชาการ/งานวิจัย เมื่อเราอ่านเอกสารจากบทความหรือหนังสือต่าง ๆ แล้วมาเขียนในงานของเราจะต้องมีการอ้างอิงที่มาของเนื้อหาดังกล่าว โดยไปที่ References คลิก Insert Citation  คลิก Add New Source จะแสดง Dialog ดังรูป

    • Type of Source ให้เลือกประเภทของแหล่งข้อมูลเนื้อหาตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ, เอกสารวิชาการ, Conference Proceeding, รายงาน, เอกสารอิเล็กทรอนิกส์, จาก Website ต่าง ๆ ก็สามารถทำอ้างอิงได้ ในที่นี้ขอเลือก Book
    • Author ระบุชื่อผู้แต่ง
    • Title ระบุชื่อหนังสือ
    • Year ระบุปีที่พิมพ์
    • City ระบุชื่อเมืองที่พิมพ์
    • Publisher ระบุสำนักพิมพ์
      จากนั้นคลิก OK ก็จะได้อ้างอิง ดังรูป

      พอเราทำเอกสารเสร็จทั้งหมดไปถึงหน้าสุดท้ายแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องทำบรรณานุกรมแล้ว ไปที่ References ที่ Style เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้มาตรฐานการอ้างอิงแบบไหน ส่วนใหญ่ก็จะเป็น APA จากนั้นคลิกที่ Bibliography คลิกเลือก Bibliography ก็จะได้บรรณานุกรม ดังรูปโดยที่เราสามารถปรับแต่งขนาดตัวอักษร จัดรูปแบบ และยังสามารถอัพเดตอ้างอิงและบรรณานุกรมได้ด้วยค่ะ อาจจะเป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คิดว่าคงมีประโยชน์กับผู้ที่ทำเอกสารงานวิชาการ/งานวิจัยนะคะ