สวัสดี PDPA :)

สำหรับ Blog นี้ ทางผู้เขียนขอพูดถึง PDPA เบื้องต้นละกัน คิดว่านาทีนี้จากไม่อยากรู้จัก ก็ต้องมาทำความรู้จักกันไว้บ้างแล้วแหละ !! ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาของเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด การเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ง่ายขึ้น รวมไปถึงการเข้าใช้งาน Internet แบบเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกเพศทุกวัย และมีการใช้งานที่กำลังขยายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้เกิดโลกออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่ และสิ่งต่างๆ เหล่านี้นี่แหละที่เราทุกๆ คน หากต้องการเข้าใช้งาน เราก็จะต้องแลกมาด้วยการใส่ข้อมูลเข้าไป ผลจากสิ่งต่างๆ ที่มีความทันสมัย และสะดวกสบายเหล่านั้น มันก็จะมีผลบางอย่างที่เดินตามหลังเรามาแบบติดๆ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดอย่างนึงเลยก็คือเรื่องของ “ข้อมูลส่วนบุคคล“ ที่อาจจะมีผู้ไม่หวังดีสามารถที่จะเลือกใช้ช่องโหว่ของเทคโนโลยีเหล่านั้นมาก่อปัญหา และหลายครั้งก็นำมาซึ่งความเดือดร้อน หรือสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูล เราจึงจำเป็นต้องมีกฏหมายขึ้นมา เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรการ กำกับดูแล และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว นั่นก็คือ “PDPA“ พระเอกของเราในวันนี้นั่นเอง PDPA คืออะไร ? PDPA (Personal Data Protection Act, B.E. 2562(2019)) ก็คือพระราชบัญญัติคุ้มครองส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อ วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และได้มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ไปแล้วในบางส่วน และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ถือเป็นวันที่ พ.ร.บ. ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตามกฏหมายทั้งฉบับ ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร? ถ้าว่ากันตาม PDPA ดังกล่าว จะให้ความหมายของคำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ไว้ดังนี้ “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม และข้อมูลนิติบุคคล ไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.นี้” ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ชื่อ – นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, เลขประกันสังคม, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เป็นต้น ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, วันเกิด, อีเมล, การศึกษา, เพศ, อาชีพ, รูปถ่าย ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) เช่น ข้อมูลทางการแพทย์หรือสุขภาพ, เชื้อชาติ, ความคิดเห็นทางการเมือง, ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา, พฤติกรรมทางเพศ เป็นต้น PDPA เกี่ยวกับใคร ? เอาจริงๆ ผู้เขียนมองว่าเกี่ยวกับทุกคนนะ และอย่างน้อยๆ เราควรรู้ข้อมูลเหล่านี้ไว้บ้างไม่มากก็น้อย เพื่อไว้ในการช่วยรักษาสิทธิของเราเอง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) คือ บุคคลที่ข้อมูลระบุไปถึง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ “ตัดสินใจ” เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล “ตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ทั้งนี้บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าว ต้องไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หากหน่วยงาน / องค์กรของเราต้องการใช้ข้อมูลเหล่านี้ ต้องทำอย่างไร ? กรณีที่ต้องมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยการยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) ต้องดำเนินการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนการประมวลผลข้อมูล ดังนี้ ต้องอธิบายให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลที่ขอความยินยอม ต้องระบุประเภทของข้อมูลที่นำไปใช้ ต้องมีข้อความที่เข้าถึงได้ง่าย อ่านเข้าใจ และไม่เป็นภาษาในทางกฏหมายจนเกินไป ไม่เป็นการบังคับ ต้องให้สิทธิอิสระแก่เจ้าของข้อมูลในการให้หรือไม่ให้ความยินยอม ห้ามกำหนดการให้ความยินยมเป็นเงื่อนไขในการให้บริการ กรณีเป็นผู้เยาว์อายุไม่ถึง 20 ปี คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมต้องได้จากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ด้วย บทลงโทษหากเราไม่ปฏิบัติตาม PDPA เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ในทางที่เหมาะสม ใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ การให้ข้อมูลในแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน เพราะหากไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวแล้วนั้นหน่วยงาน องค์กร หรือผู้ควบคุมข้อมูล อาจได้รับโทษ ดังนี้ ความรับผิดทางแพ่ง ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และอาจต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้นอีก โดยสูงสุดไม่เกิน 2 เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริง โทษทางอาญา จำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โทษทางปกครอง ปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท จริงๆแล้ว รายละเอียดที่เราควรรู้ หรือควรเตรียมพร้อมรับมือเกี่ยวกับ

Read More »

Notebook Tips – ประหยัด ยืดอายุแบตเตอรี่

มีคำถามมากมายเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ, แบตเสื่อม ประหยัดแบต โน๊ตบุ๊คและอีกมากมาย เนื่องด้วยในบรรดาอุปกรณ์ภายในโน๊ตบุ๊คของเราส่วนมาก สิ่งที่จะมีปัญหาอันดันแรก นั้นก็คือแบตเตอรี่ ซึ่งหากใช้งานไม่ถูกต้อง ซื้อมาเพียงไม่กี่เดือนแบตก็เสื่อมแล้ว ทำให้เป็นปัญหาเวลาใช้นอกสถานที่เป็นอย่างมาก 1.ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดก่อนแล้วค่อยชาร์จ เรื่องความร้อนนั้นเป็นของคู่กับโน้ตบุ๊คด้วยเลยก็ว่าได้ ส่วนสำหรับแบตเตอรี่นั้นหากได้รับความร้อนนานๆ อายุก็จะสั้นลงแน่นอน แต่เอ๊ะ!! แล้วจะให้ทำยังไงหละในเมื่อการชาร์จทุกเครื่องมันก็ร้อนนิหน่า ถูกไหม? แต่มีวิธีแนะนำ นั้นก็คือ อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่อยู่ต่ำกว่าประมาณ 20% ซึ่งถ้าจะให้ดีควรอยู่ในระดับ 20-30% หรืออาจจะ 40% ก็ได้ แต่ก็อย่าเกินนี้ เพราะยิ่งแบตเหลือน้อยมากๆ การชาร์จมันก็จะนาน ทำให้เกิดความร้อนมากกว่านั้นเอง และที่สำคัญอย่าให้แบตเตอรี่หรือตัวเครื่องโน้ตบุ๊คเราอยู่ใกล้กับสิ่งของร้อนๆ ด้วย 2.ถอดแบตเตอรี่ออกขณะเล่นเกมหรือเวลาอยู่บ้าน ถามกันว่าต้องถอดแบตเตอรี่หรือเปล่า? ต้องใส่ไว้ตลอดไหม? วันนี้ก็มีคำตอบให้ หากเราถอดไว้แล้ว แต่เกิดปัญหา ไฟดับ ไฟกระชาก มันก็อาจจะทำให้อุปกรณ์หรือโน้คบุ๊คของเราเสียหายได้ครับ ซึ่งอันที่จริงหากเราถอดแบตเตอรี่ออกมามันจะช่วยให้ยืดอายุการใช้งานได้จริง แต่มันก็เพียงเล็กน้อย แล้วมันจะคุ้ม? กับสิ่งที่เราอาจจะเสียไป ดูแล้วมันก็คงได้ไม่คุ้มเสีย 3.ถอดแบตเตอรี่เก็บไว้ ไม่ต้องใช้ ไม่เสื่อม ปกติแบตเตอรี่ อายุประมาณ 1 ปีหรืออาจจะน้อยหรือมากกว่า ตามลักษณะการใช้งาน เราก็เริ่มเห็นปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมแล้ว ใช้งาน 1 ปีเต็มพอดี แบตก็ใช้งานได้สั้นลง 30 นาที จากปกติใช้ได้ 3 ชั่วโมง ตอนนี้ก็เหลือ 2 ชั่วโมง 30 นาทีโดยประมาณ ใช้ถูกหลักบ้างไม่ถูกหลักบ้างตามสถานะการ และแต่ส่วนใหญ่แล้วแบตเตอรี่มักจะสิ้นใจก่อนโน้ตบุ๊คของเราอยู่แล้ว โดยปกติก็ โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง กับ แบตเตอรี่ 2 ลูก ก็ถือว่ากำลังดี ก็คือใช้ตัวที่แถมมา และเราก็เปลี่ยนหนึ่งครั้ง มันก็จะสิ้นอายุไขของมัน หรือบางท่านก็อาจจะใช้แบตเตอรี่ลูกเดียวแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก เพิ่มชั่วโมงการทำงานของโน้ตบุ๊ตบนแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องเสียสตางค์ วิธีพื้นฐานคลาสสิคยิ่งนัก โดยเจ้า Windows Power Manager นั้นจะมีติดตั้งมาให้บนโน้ตบุ๊คทุกตัว(ที่ใช้ Windows) โดยวิธีที่ง่ายที่สุดที่ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลยก็คือเลือกปรับให้มันเป็น Power Saver นั่นเอง แต่ระดับสมาชิก NBS คงไม่ทำอะไรง่ายๆ  ซึ่งมันก็มีวิธีแอดวานซ์กว่านั้น ก็คือให้สังเกตเครื่องหมายรูปถ่านที่ Task Bar > คลิกซ้าย เลือก More Power Option > Change Plan Setting > Change Advance Power Option ที่นี้มันก็จะขึ้นหน้าต่าง Power Option หัวข้อที่แนะนำให้ปรับถ้าต้องการใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คนานๆ ก็จะ Processor ให้ Maximize อยู่ที่ราวๆ 50% ก็จะช่วยประหยัดไฟได้พอสมควร โดยที่ประสิทธิภาพของเครื่องไม่ตกลงมากนัก การบล๊อกแฟลชโฆษณาต่างๆ และปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นหรือปิด (Disable) Wireless / Bluetooth รวมถึง การลดความสว่างของหน้าจอ ก็ล้วนแต่มีส่วนช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น การ Calibrate Battery เพื่อเพิ่มอายุการใช้งาน เมื่อแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กเสื่อมทำไงดี ? สำหรับผู้ที่ใช้โน้ตบุ๊คมาสักปี 2 ปีปัญหาหนึ่งที่มักจะเจอกันก็คือแบตเตอรี่เสื่อม?ซึ่งถ้าใช้เครื่องมาระดับนี้การเสื่อมของแบตเตอรี่ถือเป็นเรื่องปรกติ แม้ท่านจะทำวิธีใดก็ตามแบตเตอรี่ที่ท่านใช้ๆอยู่ก็ย่อมต้องเสื่อมไปตามการเวลาเป็นปรกติ หลายๆท่านอาจจะเลือกที่จะต่อ Adapter ตลอดเวลา หรือไม่ก็ซื้อเครื่องใหม่ไปเลย แต่อีกหลายๆท่านก็ยังจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่อยู่ (และก็ไม่มีตังซื้อเครื่องใหม่) การซื้อแบตเตอรี่ใหม่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะราคาถูกกว่าซื้อเครื่องใหม่ และก็ทำให้โน้ตบุกใช้งานแบตเตอรี่ได้เหมือนเดิมปัจจุบันแบตเทียบก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่งบประมาณจำกัด แต่อยากเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนเก่าที่เสื่อมแล้วเป็นแบตตัวใหม่ใสปิ้ง อีกทั้งปัจจุบันผู้ผลิตแบตเตอรี่เทียบหลายๆเจ้าก็พยายามพัฒนาคุณภาพให้เทียบเท่าแบตแท้จากผู้ผลิตโน้ตบุ๊ก โอกาสที่แบตเทียบจะมีปัญหาใช้งานได้ไม่เต็มที่หรือแบตเตอรี่ระเบิดก็มีโอกาสน้อย เพียงแต่ว่าเราต้องดูชื่อผู้ผลิตหรือนำเข้าให้มันใจ ยิ่งถ้าเป้นแบรนด์ที่ขายมานานหรือเป็นที่รู้จักก็จะช่วยให้เรามั่นใจขึ้น วิธีการประหยัดพลังงานให้แบตเตอร์รี่โน้ตบุ๊ก เครื่องโน้ตบุ๊กตัวโปรดของคุณจะกลายเป็นภาระอันใหญ่หลวงทันที ถ้าหากเราต้องมัวแต่วิ่งหาปลั้กไฟเพราะว่าแบตหมดก่อนเวลาอันควรเอาซะดื้อๆ ต่อไปนี้จะเป็น  วิธีการที่เราอยากจะแนะนำ เพื่อจะทำให้เครื่องโน้ตบุ๊กของคุณสามารถประหยัดพลังงาน และใช้งานแบตเตอร์รี่ของคุณเพิ่มเติมได้อีกหลายนาที 1.จัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์อย่างสม่ำเสมอ ฮาร์ดดิสก์เป็นจุดที่ทำงานช้าและใช้พลังงานมากที่สุดจุดหนึ่งของเครื่องโน้ตบุ๊ก ยิ่งเราสามารถทำให้ฮาร์ดดิสก์ของเราทำงานได้ไวมากขึ้นเท่าไร ความต้องการที่จะใช้พลังงานก็จะน้อยลงเท่านั้น วิธีการหนึ่งที่ทำให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ ก็คือการ Defragment หรือจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้นเอง 2.ปิดโปรแกรมที่ทำงานอยู่ด้านหลังออกไปบ้าง หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจอะไรเวลาลงโปรแกรมล่ะก็ คุณจะได้โปรแกรมที่แอบทำงานอยู่เงียบๆ อยู่ข้างหลังตามมาเป็นว่าเล่น โปรแกรมพวกนี้ชอบถูกสั่งให้เปิดขึ้นมารอการใช้งานพร้อมกับ Windows ตั้งแต่แรก นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณบูตช้าลงทุกวันๆ 3.ดึงอุปกรณ์ภายนอกที่ไม่ได้ใช้ออก อุปกรณ์ USB ทั้งหลายแหล่ที่คุณเสียบทิ้งไว้กับเครื่อง จะดึงพลังงานออกไปจากแบตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม แม้แต่เม้าส์และตัว WiFi ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้งานก็ควรจะปิด เพื่อให้เครื่องตัดกระแสไฟออกไป4.เพิ่มหน่วยความจำให้พอต่อการใช้งาน ยิ่งเครื่องมีแรมมากพอจะให้โปรแกรมใช้เท่าไร โอกาสที่โปรแกรมจะไปใช้ Virtual

Read More »

แชร์หน้าจอมือถือขณะ VDO Call ด้วย LINE

สำหรับ Blog ในวันนี้จะมาขอแชร์เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน (ถึงแม้จะใช้ LINE กันอยู่ทุกวันก็เถอะ) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง LINE ได้มีการ update version ล่าสุด คือ10.6.5 ซึ่งใน version นี้จะเน้นไปที่การเพิ่มคุณสมบัติขณะวิดีโอคอล เช่น สามารถดู YouTube ร่วมกันได้ หรือสามารถแชร์หน้าจอตัวเองได้ เป็นต้น จริงๆแล้ว เรื่องของการแชร์หน้าจอขณะ VDO Call เนี่ย เดิมบนคอมพิวเตอร์ก็ทำได้อยู่ก่อนแล้วนะ แต่ตอนนี้ update ให้สามารถแชร์ผ่าน application บน smart phone ได้ด้วย วิธีการก็ไม่ยากเลย ปะ ไปดูกันว่าเค้าทำกันยังไง !! Step1 : เริ่มจากเปิด LINE และเลือก VDO Call หาคนที่เราต้องการ Step2 : เมื่อเริ่มการ VDO Call เรียบร้อยแล้ว แตะหน้าจอเบาๆ 1 ครั้ง จากนั้นให้สังเกตุมุมบนด้านขวาของหน้าจอ จะปรากฏicon เล็กๆ ให้กดเลือกตรงจุด3จุด Step3 : หน้าจอจะแสดงเมนูให้เราเลือก ให้เลือก “Share screen” Step4 : เมื่อกดเลือกเรียบร้อยแล้วหน้าจอก็จะถามเราว่า “LINE will start capturing everything that’s displayed on your screen.” ให้เลือกว่าจะ cancel หรือ start now เลือกแบบไหนก็เลือกเลย หากไม่ต้องการให้รอบหน้าแสดงข้อความนี้อีกก็สามารถ Checkbox ด้านหน้าคำว่า Don’t show again ได้เลย Step5 : เมื่อเราเริ่มต้นการ Share screen เรียบร้อยแล้ว หน้าจอเราเปิดอะไรอยู่ เพื่อนที่เรา VDO Call ด้วยก็จะเห็นเหมือนกัน ตัวอย่างก็จะได้ดังรูป ^^ จะว่าไปก็มีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลยนะ ยิ่งช่วงนี้อะไรๆก็ออนไลน์ ทั้งเรียน ทั้งประชุม ทั้งพูดคุย ตัวคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาอันนี้ตอบรับนโยบาย social distancing ได้ดีมากๆ อย่างไรก็ตามผู้เขียนอยากให้ทุกคนไปลองเล่นดูนะ ความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้ รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม จริงมั้ย !! อ้างอิงhttps://www.rainmaker.in.th/line-update-video-call/

Read More »

รวมคลิปเทคนิค OBS+Live+Video+Zoom

ค้นหาวิธีการใช้ OBS ในการทำ Video เก็บไว้ ก็พบว่ามี link ที่น่าสนใจมาบอกเล่ากันครับลองเข้าไปดูกันเองเลยนะ ช่วงนี้ (เมษายน พ.ศ. 2563) ความรู้แบบนี้น่าสนใจนะ OBS Green Screen | ทำ Live สดเปลี่ยนฉากได้ดั่งใจ | Probookhttps://www.youtube.com/watch?v=3GZg_DzIOS4Posted Dec 25, 2018 ทำคลิปสอนจาก powerpoint แบบเห็นหน้าผู้สอนhttps://www.youtube.com/watch?v=fYn2J2EOJT8Posted Apr 1, 2020 ใช้ Zoom ร่วมกับ OBS Studio เพื่อเพิ่มลูกเล่นในการใช้งานhttps://www.youtube.com/watch?v=Qc_pStYU8AgPosted Mar 30, 2020 วิธีใช้โปรแกรม OBS “สอนออนไลน์” ได้ดูโปร! ทั้ง Facebook LIVE & อัด Video | Teach from homehttps://www.youtube.com/watch?v=Sh0qTLB48CsPosted Apr 3, 2020 ส่วนอันล่างนี้ สำหรับสาวก Appleใช้ Macbook, iPad และ Mac Pen เขียนด้วยลายมือในขณะนำเสนอโปรแกรมสำหรับใช้ “สอนออนไลน์” ที่ฟรี และดีเวอร์! | OBS, Skype, IDroohttps://www.youtube.com/watch?v=puMoJuEJYusPosted Nov 6, 2019 จึงมาบันทึกไว้ ไม่ได้โฆษณาใด ๆ ครับ

Read More »

[สภากาแฟ] ว่าด้วยเรื่องสายงานคนไอที 2020

อยากทดลองเขียนบทความแนวแชร์ความคิดเห็นส่วนตัวแบบนั่งพูดคุยง่ายๆสบายๆ โดยไม่มีรูปแบบอะไรดูบ้าง ขอเริ่มจากเรื่องนี้ล่ะกันว่าด้วยเรื่องสายงานของคนไอทีที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หรือชัดมานานแล้วผมพึงเข้าใจมัน  ด้วยความที่เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะสายโปรแกรมเมอร์ จนเกิดอาการซ๊อคตามไม่ทันไม่รู้จะจับอะไรก่อนดี มันดูสับสนวุ่นวายไปหมด จนกระทั่ง 2-3 ปี มานี้เริ่มจับทางถูกพอทำให้ไม่ตกขบวนบ้าง ได้รับอีเมล์จากไมโครซอฟท์ หัวข้อ “Join our Apps & Infrastructure sessions at the Open Source Virtual Summit” ลองเข้าไปอ่านรายเอียดดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง พบว่าหัวข้อการอบรมแบ่ง 3 track ใหญ่ๆ ได้แก่ Apps & Infrastructure Developer Data & AI เห็นได้ชัดว่าสายงานคนไอที 2020 ถ้าแบ่งแบบหยาบน่าจะเป็น 3 ลู่วิ่งนี้… ลู่วื่งที่ 1. Apps & Infrastructure เป็นของสาย System Admin หรือ SysAdmin เกี่ยวกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ออกแบบ วางระบบ แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับ Cloud ทำยังไงให้มีโครงสร้างระบบพื้นฐานที่ดีสามารถี่รันแอพที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ และต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ เช่น Docker Kubernetes ฯลฯ …สังเกตว่าสายไอที Network เพียวๆ ที่เป็นฮาร์แวร์จะถูกแยกลู่ออกไปเลย คงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านๆ นั้น ได้แก้ Data Center คอนฟิก Switch ซึ่งไม่มาแตะซอฟแวร์มากนัก   ลู่วื่งที่ 2 Developer อันนี้สายโปรแกรมเมอร์ล้วนๆ รักไม่มุ่งแต่มุ่งโฟกัสที่พัฒนาแอพอย่างเดียว โค้ดคือชีวิตอย่าไปให้เค้าแตะเรื่อง Infrastructure มากนัก เทรนก็เลยมาแนว Serverless แบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เน้นการพัฒนาแอพให้ดี เรื่องวุ่นวายปล่อยให้ Cloud จัดการให้ ลู่วิ่งที่ 3 Data & AI ยุดสมัยนี้ของมันต้องมี… แยกมากันชัดๆโฟกัสไปเลยว่าจะเอาดีทางสายนี้ สำหรับผมความคิดเห็นที่จะพูดถึงลู่นี้ไม่มีเพราะไม่รู้ 555 เพราะไม่เคยแตะเลย แต่ใครมาเอาดีสายนี้รับรองว่าอนาคตสดใสแน่นอนครับ สุดท้ายฝากลิงค์งานสามารถเข้าคลิกดู agenda ได้ : https://info.microsoft.com/AP-AzureMig-WBNR-FY20-03Mar-18-OpenSourceVirtualSummit-4491_01Registration-ForminBody.html

Read More »