Category: chrome

  • ฝึกภาษาด้วย Mate Translate

    สวัสดี หนีห่าวววว ท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ทางผู้เขียนมี extension ดีๆ ที่ลงตัว มาแนะนำให้ได้รู้จักกันอีกแล้วเน้อ ไม่ต้องเกริ่นมาก ไปดูกันเลยดีกว่า

    จริงๆ แล้ว ณ ปัจจุบัน ถ้าจะพูดถึงการแปลภาษา extension หรือเว็บที่เราคุ้นชินกันมาก ถึงมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น google translate กันใช่มั้ย ซึ่งการทำงานของ เจ้าตัว google translate เนี่ยก็ถือว่าดีอยู่แล้วเช่นเดียวกัน แต่ก็นะ ชีวิตนี้จะรู้จักแค่อันนี้อันเดียวก็คงจะดูโลกแคบไปหน่อยนึง วันนี้ผู้เขียนเลยอยากจะลองนำเสนอ extension แปลภาษาดีๆ อีกสักตัวนึง ให้ทุกคนได้รู้จัก เจ้าตัวนี้มีชื่อว่า “Mate Translate” นั่นเอง

    Mate Translate จะเหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นอ่านบทความต่างประเทศ ฝึกภาษา และที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สำหรับใครที่ชื่นชอบการดู Netflix และฝึกภาษาจากการดูหนังดูซีรีย์ เชื่อเถอะเจ้า Mate Translate จะช่วยให้การแปลภาษาในระหว่างการดูหนังง่ายขึ้นไปอี๊กกกก เพียงแค่ คลิกบนคำศัพท์ หรือข้อความในส่วน subtitles ที่ขึ้นบนหน้าจอ ตัว extension Mate ก็จะแปลความหมายของคำนั้นขึ้นมาให้เราอ่าน ง่ายม๊ากกก เพียงแค่คลิกเดียวจริงๆ นะเออ

    ไม่ใช่แค่เพียงภาษาอังกฤษนะ ตัวช่วยตัวนี้สามารถแปลภาษา คำ วลี ประโยค ได้ถึง 103 ภาษา แถมยังสามารถฟังการออกเสียงอย่างถูกต้องได้ด้วย ปะ ติดตั้งกันเลย

    1. เข้าไปที่ webstore ของ google chrome ได้เลย หรือ ตามนี้นะ https://chrome.google.com/webstore/category/extensions จากนั้นค้นหาคำว่า Mate Translate (ตัวที่หน้าตาสีเขียวๆ นั่นแหละ)

    2. คลิกปุ่ม “เพิ่มใน Chrome” หรือ “Add to Chrome” ได้เลย

    3. ระบบก็จะถามซ้ำอีกครั้ง เราก็เลือกปุ่ม “เพิ่มส่วนขยาย” เพื่อยืนยันการติดตั้งไปอีกครั้ง

    4. เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะปรากฏ icon เล็กๆ ตรงมุมบนด้านขวาของหน้าจอ

    เมื่อคลิกครั้งแรกก็จะปรากฏหน้าต่างให้เรายอมรับเงื่อนไข จากนั้นก็คลิก Continue ต่อได้เลย

    5. เรามาทดลองตั้งค่าก่อนการใช้งานกันก่อนเลยละกัน คลิกบน icon จากนั้นเลือก “ตั้งค่า” (ตรงสัญลักษณ์ฟันเฟืองนะ) เมื่อเราคลิกแล้วก็จะได้หน้าตาประมาณนี้

    ปล..ระดับเราๆแล้ว ไม่ต้อง upgrade หรอก ใช้ version ฟรีนั่นแหละ 55+

    หลักๆ ก็จะมาดูในส่วนของ on-page ละกัน ตัวอย่างเช่น

    • double click translation ก็เปิด on ได้เลย เวลาเราเจอคำที่ต้องการแปลก็แค่ double click ไปบนคำนั้น ตัวช่วยก็จะแปลความหมายขึ้นมาให้เราเองทันที ไม่ต้อง copy แล้วว่าง
    • tooltip size ก็สามารถเลือกได้ว่าหน้าจอที่แสดงคำแปลเนี่ย จะเอาขนาดไหน
    • translate Netflix subtities ก็คือเมื่อเราคลิกบนคำใน subtitles บนหนัง หรือ วีดีโอที่ดูใน Netflix มันก็จะแปลความหมายขึ้นมาให้เราเลย ***เหมาะมากสำหรับคนที่ฝึกภาษาด้วยซีรีย์เนี่ยยย !!

    จริงๆ แล้วอยากให้ลองดูกันนะ ตัวช่วยแปลดีๆเนี่ย ไม่ได้มีแค่ google translate นะจ๊ะทุกคนนนนน อย่างไรก็ตามทางผู้เขียนหวังว่า blog นี้จะช่วยเหลือ หรือมีประโยชน์กับผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยแหละนะ พบกันใหม่ครั้งหน้า สำหรับวันนี้ บ๊ายยยยย !!

    ขอบคุณแหล่งอ้างอิงดีๆ มา ณ ที่นี้ด้วยแง๊บ
    – https://www.9tana.com/node/5-chrome-extensions/

  • bit.ly สั้น ๆ สวย ๆ ง่ายนิดเดียว

    ต่อจาก bitly สายย่อ ซึ่งสะดวกมากแล้ว มีอีกขั้นตอนนึง ที่หลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อน

    ถ้าใช้ bitly สร้าง Short URL นั้นเราจะได้ URL แบบสุ่ม อย่างนี้

    http://bit.ly/2N3Tut7

    ซึ่ง จะเป็น Case Sensitive ซึ่งต้องพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก ให้ถูกต้อง และบางทีอาจจะสับสนระหว่าง l (L – lower case) กับ เลข 1 หรือ I (I capital letter) ได้

    ถ้าอยากกำหนด สิ่งที่ตามมาข้างหลัง bit.ly/ ได้ เช่น

    http://bit.ly/psu-gafe

    สามารถทำต่อจากขั้นตอน bitly สายย่อ ใน Step 7 อีกนิดเดียวคือ

    ตรง Customize ด้านล่าง

    ใส่คำได้ตามใจชอบ แต่ต้องประกอบด้วย

    • ตัวอักษรภาษาอังกฤษ
    • ตัวเลขอาราบิก
    • เครื่องหมาย – และ _

    เท่านั้น

    จากนั้น คลิก Save ด้านล่าง ถ้าไม่ซ้ำกับใครที่เคยสร้างไว้ ก็สามารถใช้งานได้ครับ

    หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ

  • Bitly สายย่อ

    ย่อ ย่อ ย่อ (เอ๊ะ เค้ามีกันแต่ โย่ว โย่ว โย่ว รึเปล่าหว่า) ย่อในความหมายของผู้เขียนรอบนี้นี่คือ ย่อลิงค์ที่มันย๊าว ยาววววววว ให้สั้นลง เพื่อที่เวลาจะส่งใน chat หรือแปะในหน้าเว็บ หรือเอาไปใช้งานต่อ มันจะได้ดูง่ายๆ ไง๊

    ตัวช่วยที่ว่านี้ก็คือ Bitly extension บน google chrome นั่นเอง แน่ะ … อยากรู้กันแล้วใช่มั้ย ปะ ไปกันเลย

    ปกติแล้วมันก็จะมีวิธีที่เราแปลงลิงค์ให้สั้นกันอยู่แล้วไง ใช่มั้ย ทุกคนน่าจะคิดกันแบบนี้น่ะ แต่ที่ว่าปกติที่เราทำกันเนี่ย มันหลายขั้นตอนไงละ ต้อง copy ลิงค์ เปิดหน้าเว็บช่วยแปลง วางลิงค์ กดแปลงลิงค์ให้สั้น กว่าจะได้ เห็นมั้ย หลายขั้นตอน !! มาใช้วิธีติดตั้ง Bitly extension กันเถอะ เหลือแค่ 2 คลิก เท่านั้นเอง !!! โอยยยย ชีวิตดีขึ้นมาทันทีเลย

    ขั้นตอนแรกนะ ติดตั้งกันก่อนเลย

    Step 1 เข้าไปดาวน์โหลด Bitly ผ่าน chrome webstore กันได้เลย เมื่อเจอแล้วให้คลิก “Add to Chrome” เลยน๊าาาา

    Step 2 เมื่อเราติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้สังเกตุมุมบนด้านขวาของหน้าจอนะ เห็นมั้ย สัญลักษณ์สีแดงเล็กๆ นั่นน่ะแหละ คลิกลงไป 1 ครั้ง

    Step 3 หลังจากคลิกปุ๊บ ก็จะปรากฏหน้าจอขึ้นมาตามรูป ก็ให้เราเลือก Sign in ได้เลย ว่าจะเข้าใช้งานด้วย Account ใด

    Step 4 เมื่อ Sign in เรียบร้อยแล้วก็จะเห็นหน้าจอแบบนี้นะ bitly ยินดีต้อนรับเราแล้วววว!!

    Step 5 จากนั้นให้คลิกที่ icon bitly ที่มุมบนด้านขวาอีกครั้งนึง ก็จะแสดงหน้าจอให้เรา allow การเข้าถึงข้อมูลของเรา หน้าตาประมาณนี้นะ เมื่อเห็นก็คลิก “Allow” ได้เลย

    Step 6 มาลองใช้งานกันดีกว่า จากตัวอย่างผู้เขียนจะทดสอบเปิดหน้าเว็บที่มีลิงค์ย๊าววว ยาว ขึ้นมาในหน้าต่าง (ตามรูปเล้ย) จากนั้น คลิก icon bitly บน browser ตรงมุมบนด้านขวานั่นเลย

    Step 7 ให้สังเกตุนะ พอเรากด icon bitly ปุ๊บ ก็จะแสดงหน้าต่างด้านขวาขึ้นมา ซึ่งจะขึ้น short link ที่แปลงจากลิงค์ย๊าววว ยาว ตะกี้ให้สั้นลง เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้งานต่อได้ง่ายขึ้น ถ้าจะเอาไปส่งในแชท หรือเอาไปใช้ต่อ คลิก “copy” เพื่อคัดลอกลิงค์ได้เลย

    เป็นยังไงกันบ้างทุกคน ง่ายขึ้นมั้ย มันช่วยให้การทำงานของเราเร็วขึ้นจริงๆ นะ ติดตั้งเถอะ ! แนะนำ แนะนำ แนะนำ นี่แนะนำ 3 times เลยนะ ดีจริง จริ๊ง จึงนำมาบอกเล่าเก้าสิบกันต่อ

    หวังว่าทุกคนจะไปลองใช้กันดูนะ วันนี้ก็ขอจบ Blog ที่ 3 ไปเพียงเท่านี้เน้ออออออ

    อ้างอิง : http://bit.ly/2N3Tut7

  • จับภาพหน้าเว็บไซต์ ง่าย ๆ ฟรี ๆ ฟิน ๆ ด้วย FireShot Lite – Capture Page (ดูปากณัชชานะคะ แค็พ-เฉอะ)

    บทความนี้ว่ากันด้วยเรื่องของ Extension บน Chrome กันอีกซักตัวนะคะ คราวนี้นำเสนอ Extension ที่จะช่วยในการ capture หน้าเว็บ ซึ่ง Easy to use มาก ๆ และ Free forever กันไปเลยค่า นั่นก็ คือ FireShot Version Lite นั่นเองงงงง เย่ ๆ เอ้า ปรบบบมือรัว ๆ สิคะ รออัลลลลไล

    แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ (หยุดรัวแทบไม่ทัน) สำหรับ Version Lite ที่เราจะติดตั้งใช้งานกันวันนี้นั้น อาจไม่ได้มี feature ต่าง ๆ ที่จะดำเนินการกับภาพที่เรา capture มาได้มากมาย เช่น Custom watermarks Advanced Editor: Undo/Redo, Resize, Crop and Save features หรือ Microsoft OneNote support และบลา ๆ นะคะ ซึ่งหากเราต้องการใช้ feature ที่มีอีกมากมายเหล่านี้ได้นั้น ก็ต้อง Pay ให้กับ FireShot Version Pro กันค่ะ ตอนนี้มีโปรโมชั่น 1 แถม 1 (เอ้ย ไม่ใช่ Watsons Boots หรือ TOPS น่ะจ๊ะ) โปรโมชั่นลดราคาเหลือ US$ 39.95 อยู่ค่ะ

    ช้าก่อน !! อย่าเพ่งรีบสอย เพราะผู้เขียนคิดว่า Version Lite ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่ว ๆ ไปแล้วละค่ะ อย่าง User ท่านไหนใช้งานเว็บไซต์แล้วเกิดเจอ error ครั้นจะโทรมาแจ้ง Support แล้วแจ้งรายละเอียด error ที่ยาว (มาก) นั้นว่าอย่างไร ก็คงลำบากไม่น้อย หรือเมื่อโทรมาแจ้ง Support ว่าใช้งานแล้ว error ส่วนใหญ่ Support ก็จะแนะนำให้ส่งภาพหน้าจอที่ว่า error นั้นมาเพื่อจะได้ตรวจสอบให้

    บางทีก็ทำม่ายโถ๊กกกก แต่บางคนก็สบายมากจ้า กดปุ่ม Print Screen หรือไม่ก็ใช้ Snipping Tool ที่มาพร้อมกับ Windows จับภาพ แต่ก็ต้องเสียเวลาในการวางภาพ แนบไฟล์ ส่งเมล กันอี๊กกก

    แต่ต่อจากนี้หากใช้งาน FireShot อะไรก็ง่ายๆ ก็สะดวกสบายมากขึ้นแล้วละค่า เพราะสามารถ capture หน้าเว็บปั๊บ ก็ส่ง Email ได้เลย (Account ผู้ส่งต้องเป็น Gmail) หลังจากนั้นโทรแจ้ง Support นิดหน่อย “ส่งภาพหน้าจอ error มาแล้วน่ะคะ/น่ะครับ” จบปิ๊ง สวย ๆ ทั้ง User และ Support พอคุยกันเข้าใจ อะไรๆ ก็ดีไปโหม๊ดดด 555+

    ของฟรีที่ดีก็มีในโลกนะเออ เอ้า ปรบมือรัว (ต่อ) สิคะ รออัลลลลไล และขอขอบคุณผู้พัฒนานะคะ ฮี่ ๆ

    ปล. ส่วนใครที่อยากทราบข้อมูลของ Version Pro กับ Lite ว่ามี Features อะไร แตกต่างกันบ้าง มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ลองเข้าไปดูข้อมูลเปรียบเทียบที่ลิงก์นี้ได้เลยค่ะ https://getfireshot.com/features.php

    เกริ่นกันซะยาวยืด ลิงหลับทั้งฝูงแย้ว มา ๆ ค่ะ สาระมีอยู่จริง มารู้จัก FireShot กันก่อนที่จะเริ่มใช้งานค่ะ เริ่มจากความสามารถในการจับภาพหน้าเว็บไซต์ก่อน ซึ่ง FireShot นั้นสามารถจับภาพหน้าเว็บได้ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ entire page ,visible part และ selection ค่ะ อธิบายแต่ล่ะรูปแบบสั้นๆ ง่าย ๆ (ขอให้สั้นจริงๆ เห๊อะ) ดังนี้

    Capture entire page จับภาพเว็บไซต์แบบยาวทั้งหน้า

    Capture visible part จับภาพเว็บไซต์เฉพาะส่วนที่เรามองเห็นอยู่บนหน้าจอ เหมือนกับการกดปุ่ม Print Screen นั่นแหละค่ะ แต่แตกต่างกันที่ภาพที่ได้จากการใช้ FireShot นั้นจะเป็นแค่หน้าเว็บล้วน ๆ ไม่มีส่วนอื่นบนหน้าจอ (Browser /OS) ปนในภาพเลย

    Capture Selection จับภาพเว็บไซต์เฉพาะส่วนที่เราต้องการ เหมือนกันการใช้ Snipping Tool ของ Window แต่ต่างกันที่ FireShot จะจับภาพได้เฉพาะหน้าเว็บไซต์เท่านั้นค่ะ

    ส่วนการดำเนินการกับภาพหน้าเว็บที่ได้จากการ capture ด้วย FireShot Version Lite นั้น มีดังนี้ ค่ะ

    Save as Image บันทึกเป็นไฟล์รูปภาพชนิด PNG

    Save to PDF บันทึกเป็นไฟล์ PDF

    Email ส่งภาพหน้าเว็บที่ capture ไปยังอีเมลที่ต้องการจาก Account Gmail ของเรา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้แนบเป็น PDF file หรือแนบเป็นรูปภาพชนิด PNG / JPG

    Copy to clipboard copy ภาพหน้าเว็บที่ capture เพื่อใช้ในโปรแกรมอื่นต่อ ด้วยการคลิกขวาบนรูป แล้วเลือก copy image ค่ะ และสุดท้าย

    Print สั่งพิมพ์ภาพหน้าเว็บที่ capture ไปยัง Printer ของเรานั่นเองงงงค่า

    เป็นยังไงละคะ FireShot นี้เจ๋งใช่เล่น ทั้งความสามารถที่มี แถมการันตีด้วยยอดผู้ใช้งานที่มีกว่า 2 ล้านราย หรูหราหมาเห่ามาก ๆ (อ่ะ น้องณัชชาม่ะพอ เนสตี้ สไปร์ทซี่ ก็มาเอี่ยวววว) 555+ เริ่มการติดตั้ง FireShot กันดีกว่านะคะ

    ติดตั้ง FireShot ให้กับ Chrome

    1.ไปที่ลิงก์ https://chrome.google.com/webstore/category/extensions ค้นหาส่วนขยาย FireShot และกดปุ่ม Add to Chrome เพื่อเริ่มการติดตั้ง FireShot ให้กับ Chrome

    2.Chrome แสดงกล่องยืนยันการติดตั้ง FireShot กดปุ่ม Add extension เพื่อยืนยันการติดตั้ง และรอจนกว่าจะสิ้นสุดการติดตั้ง

    เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว จะมีปุ่ม FireShot ที่มุมขวาบนของ Chrome โผล่ขึ้นมาเพื่อให้กดใช้งานค่ะ เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย (จบปิ๊ง!)

    ใช้งาน FireShot กัน

    หากเราไปยังเว็บไซต์ใดแล้วอยากจะ capture หน้าจอเว็บไซต์นั้น ๆ ให้กดปุ่ม FireShot ที่มุมขวาบนของ Chrome เมื่อกดปุ่มแล้ว จะพบกับเมนูย่อยต่าง ๆ ซึ่งก็คือรูปแบบการ capture ทั้ง 3 รูปแบบของ FireShot ที่ได้อธิบายไปแล้วในตอนต้นนั่นเองค่ะ

    หรือจะคลิกขวาบนหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการ capture ก็ได้นะคะ แล้วกดลือก “Take Webpage Screenshots Entirely – FireShot” ต่อด้วยเลือกเมนูย่อย ตามรูปแบบการ Capture ที่เราต้องการค่ะ

    เรามาลอง capture แต่ละรูปแบบกันดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร เริ่มจากจับภาพเว็บไซต์แบบยาวทั้งหน้า โดยคลิก “Capture entire page” นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาพหน้าเว็บไซต์ยาว ๆ ทั้งหน้าแบบนี้เลยค่า

    มาต่อกันที่จับภาพเว็บไซต์เฉพาะส่วนที่เรามองเห็นอยู่บนหน้าจอ ให้คลิก “Capture visible part” นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นภาพของเว็บไซต์เฉพาะส่วนที่เราเห็นบนหน้าจอของเราค่ะ

    แต่ถ้าหากเราต้องการจับภาพเว็บไซต์เฉพาะส่วนที่เราต้องการ นั้น ให้คลิก “Capture Selection” นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นภาพของเว็บไซต์เฉพาะส่วนที่เราได้เลือกตัดมาค่า

    เมื่อเรา capture เว็บไซต์แล้ว รอแว๊บนึง FireShot ก็จะแสดงหน้า Save Screenshot ขึ้นมา เพื่อให้เราดำเนินการกับภาพนั้น ๆ ต่อได้ โดยในหน้านี้ผู้เขียนขออธิบายแยกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆนะคะ

    อธิบายดังนี้ค่ะ

    • ส่วนแสดงภาพเว็บไซต์ เป็นส่วนที่จะแสดงภาพของเว็บไซต์ที่ได้จากการ capture ตามรูปแบบที่เราเลือก capture มานั่นเอง และ
    • ส่วนการดำเนินการกับภาพ เป็นส่วนที่ให้เราดำเนินการต่อกับภาพเว็บไซต์ที่ capture มา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร  สำหรับ FireShot Version Lite สามารถดำเนินต่อกับภาพอย่างไรได้บ้างนั้น ก็ตามที่ผู้เขียนได้อธิบายไปแล้วตอนต้นนั่นแหละค่ะ (Save as Image, Save to PDF, Email, Copy to Clipboard และ Print)

    สำหรับวันนี้ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างการดำเนินการกับภาพแบบที่ capture มาปุ๊บ ก็แนบส่ง Email เลยนะคะ ส่วนแบบอื่น ๆ นั้น ให้ลองใช้งานกันดูนะคะ ง่ายมาก ๆ สบายบรื๋ออแน่นวลค่ะ

    มาเริ่มกันเลย!

    ที่หัวขัว Email (Account ผู้ส่งต้องเป็น Gmail นะคะ) ให้เลือกว่าเราจะแนบภาพเป็นไฟล์ชนิดอะไรไปใน Email ค่ะ ผู้เขียนต้องการแนบเป็น PDF file ก็คลิกเลือก “PDF” ค่ะ

    เมื่อคลิกเลือกแล้ว ครั้งแรกที่เราใช้งาน FireShot นั้น FireShot จะแสดงหน้าจอ FireShot – please allow the access to Gmail เพื่อเราขอสิทธิ์ให้กับ FireShot อนุญาตให้ FireShot จับภาพ และเปิดใช้งาน Gmail API  เราก็ Allow ให้เรียบร้อยนะคะ

    เมื่ออนุญาตเรียบร้อยแล้ว เราก็จะพบกับหน้าจอของ Gmail ของเราโผล่ขึ้นมา พร้อมหน้าต่างให้เราส่ง Email ค่า (Sign in ไว้ก่อนแล้ว) สิ่งที่เราต้องทำต่อก็แค่ ป้อนชื่อ Email ของผู้รับที่เราจะส่ง Email ไป ป้อน Subject และเนื้อหาของ Email แล้วก็กดปุ่มเพื่อส่ง Email ได้เลยค่า

    อ๊ะ !! เดี๋ยวก่อน แล้วไฟล์รูปภาพของเว็บที่จะแนบใน Email ละ ? ไม่ต้องแนบเองแล้วละค่ะ ก็เพราะว่า FireShot เค้าแนบมาให้เราเรียบร้อยแล้วค่า ฟิน ๆ  

    และผู้รับก็ได้รับ Email พร้อมไฟล์แนบแบบนี้ เรียบร้อยแล้วค่า Awesome!!

    อ้าว ปรบมือรัวๆ กันอีกซักรอบนะคะ ก่อนจะ Say Good Bye แยกย้ายกันไปทำงานที่เรารัก (มาก) และลากันไปก่อนสำหรับบทความนี้นะคะ บุยยยย

    อ้อ สำหรับ Browser อื่น ๆ – Edge, Opera, Firefox นั้น ก็สามารถติดตั้ง FireShot ได้เช่นกันนะคะ

    (ดูปากณัชชานะคะ อ๊อ-เซิม)

    ขอขอบพระคุณ :

    https://getfireshot.com
    https://dictionary.sanook.com/search/dict-computer/capture
    https://ภาษาอังกฤษออนไลน์.com/awesome-translate-pronunciation/
    https://www.beartai.com/beartai-tips/176323

  • จัดระเบียบ Tab บน Chrome ด้วยเทเลทับบี้ เอ้ย Toby (โทบี้) กันดีกว่า

    วันนี้จะมาแนะนำส่วนขยาย (Extensions – เครื่องมือเสริมบราวเซอร์) บน Chrome ที่มีชื่อว่า Toby ค่ะ ใช้งานฟรี กับวลีเด็ดที่เจ้า Toby นำเสนอตัวเองได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว คือ Better than Bookmarks หลังจากที่ผู้เขียนได้ลองใช้งาน (Account แบบ Guest) ก็พบว่าการทำงานของเจ้า Toby นั้น ช่างเหมาะสมกับวลีดังกล่าวเสียจริง ๆ

    โดยเจ้า Toby จะช่วยเราจัดเก็บเว็บไซต์ที่เราใช้งานเป็นประจำทุกวัน บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ หรือที่ถูกใจอยากจะเก็บเอาไว้ (ก็เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เรา Bookmark เอาไว้นั้นแหละค่ะ) แยกตามหมวดหมู่ (Collections) ที่เราได้สร้างไว้อย่างมีระเบียบ โดยหากใช้งานเจ้า Toby เมื่อเราเปิด Chrome ขึ้นมา เจ้า Toby จะเปลี่ยนหน้าเริ่มต้นของ Chrome ให้เป็นรูปแบบรายการของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราได้บันทึกจัดเก็บไว้ แน่นอน มันช่วยให้การเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านั้นสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเราไม่ต้องเสียเวลาในการหา หรือป้อนชื่อเว็บไซต์นั้น ๆ ใหม่ทุกครั้ง แต่สามารถคลิกเลือกเว็บไซต์จากรายการเพื่อไปยังเว็บไซต์นั้นได้เลยทันที

    อย่างผู้เขียนทำหน้าที่เป็น Customer Support ซึ่งต้องดูแลหลาย ๆ ระบบ (Web Application)  จากแต่ก่อน Bookmark ไว้ แต่พอมาใช้เจ้า Toby ก็สบายเลยละคะ User โทรมาสอบถามปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ดูแลอยู่เมื่อไหร่ล่ะก็ พร้อมเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านั้น (ซึ่งต้องเข้าออกทู๊กกกกกวันนนนน) เพื่อทดสอบ ตอบ แก้ไขปัญหาให้กับ User ได้อย่างทันทีเลยล่ะค่าาาา

    หรือ User ท่านไหนที่ชอบลืมชื่อเว็บไซต์ที่เราเข้าใช้งานเป็นประจำ ก็แนะนำให้ลองเอาไปใช้ดูนะคะ

    น่าสนใจมากเลยใช่มั้ยยยยล๊าาา งั้นเรามาติดตั้ง Toby ให้กับ Chrome ของเรากันดีกว่า พร้อมแล้ว ! ลุยยยกันเลยยยยค่ะ!

    ติดตั้ง Toby ให้ Chrome กันก่อน

    1.ไปที่ลิงก์ https://chrome.google.com/webstore/category/extensions ค้นหา Toby และกดปุ่ม Add to Chrome เพื่อเริ่มการติดตั้ง Toby ให้กับ Chrome ค่ะ

    2.Chrome จะแสดงกล่องยืนยันการติดตั้ง Toby กดปุ่ม Add extension เพื่อยืนยันการติดตั้ง รอจนกว่าจะสิ้นสุดการติดตั้งนะคะ

    เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้เจอกับเจ้า Toby  เสียที หน้าตาก็จะหวานแหวว สีชมพู๊วว ชมพู และจะพบปุ่ม Toby ที่มุมขวาของ Chrome โผล่ขึ้นมาด้วย

    โดยเจ้า Toby จะ guide การใช้งานให้กับเราซึ่งมี 3 ขั้นตอนที่ง่ายมาก ๆ ดังนี้ค่ะ

    Create Your First collection. > Give your collection a name. > Drag the tab to the collection.

    เริ่มใช้งาน Toby กันเลย

    Create Your First collection สร้างหมวดหมู่ (collection) ที่จะใช้บันทึกจัดเก็บเว็บไซต์ โดยคลิก ปุ่มเครื่องหมายบวก

    + Add Collection

    Give your collection a name คลิก  เลือก Edit tittle แล้วทำการแก้ไขชื่อของ Collection ตามที่ต้องการ

    Drag the tab to the collection ลาก Tab เว็บไซต์ที่เราต้องการ (รายการเว็บไซต์จะมาจากที่เราเข้าใช้งาน) มาใน collection แล้ววาง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อบแล้ว

    หากเราต้องการสร้าง collection อื่น ๆ อีก ก็คลิกปุ่มเครื่องหมาย + สีชมพู Add collection  แล้วก็ทำตามขั้นตอนข้างต้นได้เลยค่ะ

    นอกจากนี้ เรายังสามารถแก้ไข tittle ของ Tab เว็บไซต์ที่จะให้แสดงได้อีกด้วย โดยการคลิกเครื่องหมายดินสอ (edit)  ที่ Tab นั้น ๆ แล้วทำการแก้ไขค่ะ
    ส่วนการลบ Tab ออกจาก collection ให้คลิกเครื่องหมายผิด X  นะคะ

    หากต้องการลบทั้ง collection ให้คลิก x Remove collection  ที่ collection นั้น ๆ นะคะ เท่านี้ collection ก็จะถูกลบออกไปจากหน้าจอแล้วละค่า

    เพิ่ม และเพิ่ม และเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนพอใจ ก็จะได้หน้าตาประมาณนี้ค่า

    ส่วนใครอยากใช้ตัวเต็ม ๆ ของเจ้า Toby ซึ่งมีลูกเล่นอื่น ๆ อีก เช่น add notes เป็นต้น ก็ลงทะเบียนกับเจ้า Toby กันได้นะคะ
    ตัวอย่าง Add note แบบเกร๋ ๆ ค่ะ หลังจากที่ลงทะเบียนกับ Toby เรียบร้อยแล้ว ก็ลองใช้ซะเลยยย

    สำหรับบทความนี้ก็มีเท่านี้ค่ะ หมดเวลาสนุกแล้วซิ ! หมดเวลาสนุกแล้วซิ !

    แล้วพบกันใหม่นะคะ บ๊าย บายยย 🙂 เทเล ทั๊บบบบี้ ก็มาาาา 555+

    ขอบพระคุณ : http://www.gettoby.com/

  • StayFocusd ~ Extension

    สำหรับ Blog ที่2 ในรอบปีงบนี้ จะขอว่าด้วยเรื่อง Extension บน Chrome ที่เรียกว่า StayFocusd !!

    StayFocusd คืออะไร แล้วเจ้าตัวนี้เนี่ยมันทำอะไรได้บ้าง ? มา ไม่ต้องเกริ่นไปเกริ่นมามากมาย เรามาเริ่มทำความรู้จักกันเลยดีกว่า

    StayFocusd เป็น Extension อีกตัวนึงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเราด้วยการ “บังคับ” และ “จำกัด” เวลาที่ตัวเราเองใช้ไปกับเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทำให้เราเสียเวลา เว็บที่หัวหน้าเรามองว่าไม่มีประโยชน์ (แต่มันมีประโยชน์ทางจิตใจกับเราไง หัวหน้าไม่เข้าใจหนูหรอกกกกกก T T)

    extension อันนี้เหมาะมาก สำหรับใครที่ติด Social Network เปิด youtube อัพเดทสถานะบน facebook ดูซีรีย์เกาหลีออนไลน์ ดูละครย้อนหลังผ่าน line tv เข้า shopee lazada บลาๆ จนถึงระดับที่ทำให้เสียการเสียงาน ลองมาใช้ StayFocusd กันดูเถอะ

    เบื้องต้นมันจะให้เรานำเว็บไซต์ที่เรามองละ ว่ามีแนวโน้มที่จะสูบเวลาของเราไปโดยเปล่าประโยชน์ ไปใส่ไว้ใน List แล้วก็ให้ตั้งเวลาในการที่เราจะไม่สามารถเข้าเว็บนั้นๆ ไม่ได้ชั่วคราว (ตามเวลาที่เราระบุไว้) เพื่อให้ ณ ห้วงเวลาดังกล่าว เราสามารถกลับมามีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานได้ 100% แทน

    *** ลองมาดูการติดตั้ง และใช้งานแบบคร่าวๆ กันเถอะ

    ขั้นตอนที่ 1. เข้า Chrome web store และค้นหาเลย StayFocusd หรือคลิกที่นี่ เพื่อติดตั้ง

    ขั้นตอนที่ 2. เมื่อ Add to Chrome เรียบร้อยแล้ว มุมซ้ายของ Browser ก็จะมีสัญลักษณ์กลมๆ สีฟ้าๆ แสดงขึ้นมา ตามรูปเลย

    ขั้นตอนที่ 3. เข้าไปตั้งค่าการใช้งาน โดยคลิกเลือก Settings

    ขั้นตอนที่ 4. ตั้งค่าการใช้งานตามต้องการ เช่น Active Days, Active Hours, Blocked Site, Option ว่าเราต้องการให้การตั้งค่าที่ระบุไว้ทำงานในวันไหน ช่วงเวลาใด และสิ้นสุดเมื่อไหร่ รวมถึง site ที่ต้องการ Block หรือแม้กระทั้งการ customize ข้อความที่จะแสดงเมื่อเราเข้าใช้ในช่วงเวลาที่เว็บดังกล่าวโดน Block เป็นต้น

    ขั้นตอนที่ 5. เมื่อเราทดลองกำหนดตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว และลองเข้าใช้งานดูก็จะพบกับหน้าจอประมาณนี้

    สำหรับครั้งนี้ทางผู้เขียนก็ขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ หวังว่า Blog สั้นๆ อันนี้จะมีประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้อ่าน แต่ก็นะ ไม่ใช่ว่า block ผ่านคอมพิวเตอร์ แต่หยิบมือถือขึ้นมาเปิด app ช้อปปิ้งออนไลน์ เล่น facebook แทนนะ แบบนั้นมันก็ …….. เอาเป็นว่า ตั้งใจทำงานกันเถิดพี่น้องชาวไทยยยยย ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้าเน้อ 🙂