Author: naparat.h

  • ปรับขนาดและสีของ Mouse Cursor / Mouse Pointer บน Windows 10 /Windows 11 ให้ชัดๆ ปังๆ ตามสไตล์สายมูเตลู

    ด้วยอายุอานามของผู้เขียนที่ปาเข้าไปหลายหลักสิบ เวลามองอะไรที่เล็กๆ ก็ออกจะขัดใจและไม่สบายตาไปซะแล้ว อย่าง Mouse Cursor ก็เช่นกัน

    ผู้เขียนเลยถือโอกาสนี้มาแชร์วิธีการปรับขนาด ของ Mouse Cursor บน Windows 10 และ 11 ให้ดูง่ายขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สบายตาแล้ว สายมูเตลูอย่างผู้เขียนก็ไม่พลาดเพราะสีสันมีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา จึงขอแชร์วิธีการปรับสีของ Mouse Cursor ด้วยซะเลย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ Mouse Cursor ที่ชี้ไปชี้มา ก็พาปังและราบรื่นได้นะ อิอิ

    สำหรับสายมูเตลูอยากปรับสี Mouse Cursor ให้ปังและราบรื่น ขอเชิญเลื่อนหน้าจอไปด้านล่างสุดกันก่อนนะคะ จะได้ทราบว่าเราจะใช้สีอะไร ส่วนใครไม่ใช่สายมู ก็ดูวิธีการต่อจากนี้ได้เลยค่า ซึ่งเราจะต้องรู้ก่อนว่า Microsoft Windows ที่เราใช้งานกันอยู่นั้น เป็นเวอร์ชัน 10 หรือ 11 จะได้เข้าไปตั้งค่ากันถูกค่ะ

    การจะรู้ได้อย่างไรว่า Microsoft Windows ที่เราใช้งานกันอยู่นั้น เป็นเวอร์ชัน อะไร ?

    ให้เลือก เริ่มต้น > การตั้งค่า  > ระบบ > เกี่ยวกับ

    เท่านี้เราก็จะทราบแล้วค่ะ ว่าใช้งาน Microsoft Windows เวอร์ชัน 10 หรือ 11


    เอาละ ถ้าทราบกันแล้วว่าเราใช้งาน Microsoft Windows เวอร์ชัน 10 หรือ 11 ก็มาดูวิธีการปรับขนาดและสีของ Mouse Cursor ตามแต่ละ Windows กันเลยค่า

    การตั้งค่าขนาดและสีของ Mouse Cursor / Mouse Pointer บน Window 10 /Windows 11 มีวิธีการดังนี้

    ขั้นที่ 1 : คลิกไอคอน Search ของ Window พิมพ์คำว่า Mouse แล้วเลือก Mouse Settings

    Microsoft Window 11

    Microsoft Window 10

    ขั้นที่ 2 : คลิกเลือก Adjust mouse & cursor size สำหรับ Window 10 หรือเลือก Mouse Pointer สำหรับ Window 11 เพื่อเข้าไปปรับขนาดและสีของ Mouse Cursor/Mouse Pointer กันค่า

    Microsoft Window 11

    Microsoft Window 10

    ขั้นที่ 3 : ตั้งค่า Mouse Cursor /Mouse Pointer โดยปรับขนาดและสีของ Mouse Cursor/Mouse Pointer ตามที่ต้องการ อธิบาย ดังนี้

    Change pointer size /size – ปรับขนาดของ Mouse Cursor ให้ใหญ่-เล็ก โดยให้คลิกลากแถบขนาดเพื่อปรับขนาดของ Mouse Cursor

    ส่วนสายมูเตลูอยากปรับสีด้วย ในส่วนของ Change pointer colors /Mouse poitter Style ซึ่งเป็นการปรับสีของ Mouse Cursor ก็คลิกคลิกเลือก icon ชาร์ทสี/Mouse สีเขียว และคลิกเลือกสีตามปีเกิดที่ต้องการได้เลยค่ะ

    แต่หากต้องการเลือกสีอื่นหรือสีปังๆ ตามปีเกิดซึ่งไม่มีในสีที่แนะนำ ให้คลิกเลือก Pick a custom pointer color /Choose another color แล้วทำการเลือกสีที่ต้องการ เมื่อเลือกสีที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม Done คร่าาาา

    Microsoft Window 11

    Microsoft Window 10

    > เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ได้ Mouse Cursor ชิคๆ  ชัดๆ สีสวยๆ ตามที่ต้องแล้วละค่า แถมความปังก็เกิดขึ้นในทันที



    ดูสีมงคลประจำปี 2566 ตามปีเกิดที่ทำให้ชีวิตของเราปังและราบรื่นกันก่อน จะได้เอาไปใช้ปรับสีของ Mouse Cursor กันค่า (Ref : เช็กสีมงคล 2566 เสริมดวง 12 นักษัตร ให้ชีวิตราบรื่นตลอดทั้งปี)

    ได้สีเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมไปเปลี่ยนสี Mouse Cursor กันนะค่า ได้เรื่องอย่างไรมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ ^^

    ปีกุนสีมงคล : สีน้ำเงิน สีแดง
    ด้วยชาวกุนเป็นคนชอบเก็บเงินเก็บทอง หมายปองเรื่องเงินเป็นสำคัญ ควรมีสีน้ำเงินในชีวิตให้มากเพื่อรับทรัพย์ และสีแห่งความมั่งคั่งอย่างสีแดง ซึ่งนอกจากจะแสดงถึงความรักแล้ว ยังเป็นสีแห่งความเฮงที่เหมาะสมกับชาวกุนเช่นกัน
    ปีชวดสีมงคล : สีม่วง สีส้ม
    เพราะชาวชวดมีอุปนิสัยเขินอาย ขี้กลัว และกังวลเป็นอย่างมาก ควรมีสีส้มแห่งความโชคดี เสริมให้คุณเจอแต่เรื่องที่ดี ให้คุณพร้อมมั่นใจไม่วิตกกังวล และสีม่วงจะคอยเสริมเรื่องทรัพย์ให้คุณมีกินมีใช้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
    ปีฉลูสีมงคล : สีเขียว สีแดง
    โดยภาพรวมชาวฉลูเป็นคนที่อดทน อดกลั้นได้ดี ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าจริง ๆ แล้ว คุณนั้นรู็สึกอย่างไร ดังนั้นควรเสริมด้วยสีแดง สีแห่งความรัก ความเมตตาให้คนได้มองเห็นใจของชาวฉลูบ้าง และสีเขียวแห่งความอุดมสมบูรณ์ อบอุ่น ผ่อนคลาย จะช่วยขจัดความกดดันที่มีให้สบายใจขึ้น
    ปีขาลสีมงคล : สีน้ำเงิน สีส้ม
    เพราะชาวขาลมีความเป็นผู้นำ มีความเอาแต่ใจสูง ต้องได้ในสิ่งที่ปรารถนา ดังนั้นสีส้มจะนำพาความสุขสมหวังดั่งใจมา มอบให้คุณ และสีน้ำเงิน เป็นเจ้าแห่งทรัพย์ เป็นสิ่งที่ชาวขาลปรารถนาควรค่าแก่การได้ครอบครอง
    ปีเถาะสีมงคล : สีเขียว สีส้ม
    เพราะชาวปีเถาะเป็นคนขี้เหงา ต้องการเป็นผู้ที่ได้รับความสนใจ สีเขียวจะช่วยเติมเต็มความสุขสมบูรณ์ของชีวิต สีส้มจะนำพาความโชคดีให้ชีวิตไม่ขาดมีแต่คนรักคนเมตตา
    ปีมะโรงสีมงคล : สีแดง สีน้ำเงิน
    เพราะมะโรงเป็นคนใจกว้าง ชอบช่วยเหลืองานบุญ งานกุศลควรได้รับสีแดง สีแห่งพลังความรักจากผู้อื่นและความมั่งคั่งจากสีน้ำเงินเสริมบุญบารมีแก่ตัวเองอย่างสมควร
    ปีมะเส็งสีมงคล : สีเขียว สีน้ำเงิน
    ชาวมะเส็งเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบอะไรที่จำเจ บางครั้งก็เลิกทำเอาดื้อ ๆ ดังนั้นควรเติมด้วยสีเขียวที่มีความหมายถึงการให้ความอบอุ่นสมบูรณ์แก่คนรอบข้างเพื่อโน้มน้าวใจให้ชาวมะเส็งอยากทำสิ่งต่าง ๆ และเสริมด้วยสีแห่งทรัพย์ คือ สีน้ำเงิน ให้ชาวมะเส็งมีแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนทำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดผลลัพธ์ที่ดี
    ปีมะเมียสีมงคล : สีแดง สีม่วง
    ชาวมะเมียเป็นคนขี้สงสาร มีความเมตตาและเอ็นดูผู้อื่นอยู่เสมอมักจะมอบสิ่งที่คนอื่นร้องขอ โดยเฉพาะเรื่องเงินทอง ดังนั้นสีแดง จะเสริมให้ชาวมะเมียได้รับความรัก ความเมตตา  และความเห็นใจจากผู้อื่นเป็นการตอบแทนมากขึ้น ส่วนสีม่วงจะช่วยดึงดูดทรัพย์ ส่งเสริมให้ชาวมะเมียมั่งมี เงินทองเพิ่มพูน
    ปีมะแมสีมงคล : สีม่วง สีเขียว
    โดยรวมแล้วชาวมะแมเป็นนักวางแผนที่ดี มีความคิดแน่วแน่ มีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ต้องเสริมด้วยสีเขียว เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับชาวมะแมที่ชอบใฝ่หาความสำเร็จ และสีม่วงจะเสริมเรื่องโชคลาภให้มั่งคั่งมากยิ่งขึ้น
    ปีวอกสีมงคล : สีส้ม สีน้ำเงิน
    เพราะชาววอกเป็นคนอยู่ไม่สุข ชอบทำนู่นทำนี่แล้วไม่ค่อยระวังนัก ต้องเสริมด้วยสีแห่งความโชคดีอย่างสีส้ม เพื่อช่วยลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ส่วนสีน้ำเงินจะช่วยเติมเต็มความสุขสมบูรณ์ทางการเงินให้ชีวิตและต่อยอดสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาหาตัวเอง
    ปีระกา
    สีมงคล : สีแดง สีส้ม
    เพราะชาวระกาเป็นคนช่างพูด มีวาทศิลป์ที่ดี จึงควรได้รับพลังแห่งความรักจากสีแดงจะช่วยเสริมความเมตตาจากคนรอบกาย  และเสริมด้วยสีส้มให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต ทำให้หมดทุกข์ หมดโศก หมดเรื่องร้าย ๆ
    ปีจอ
    สีมงคล : สีเขียว สีม่วง
    ชาวจอเป็นคนขี้บ่น ขี้หงุดหงิดรำคาญใจ หากเสริมด้วยสีเขียว จะทำให้มีพลังงานที่ช่วยลดความใจร้อน คอยเติมความสมบูรณ์และความสงบทางใจมากขึ้น ส่วนสีม่วง เสริมเรื่องการดึงดูดสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาในชีวิต จะทำให้คุณใจเย็นกับทุก ๆ เรื่อง
  • วิธีใช้งานเว็บไซต์เก่าๆ ที่รองรับแค่ IE ด้วยโหมด Internet Explorer Compatibility บน Microsoft Edge

    หลักจากที่ทาง Microsoft ได้ประกาศหยุดบริการ Internet Explorer (IE) อย่างถาวร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ก็ทำให้กระทบกับการใช้งานบางเว็บไซต์ (เก่าๆ) หลายเว็บไซต์ ที่ออกแบบหรือพัฒนาให้ใช้งานได้ดีบน IE แต่ต้องหันไปใช้งานบราวเซอร์อื่น เช่น กดเมนูไม่ได้บ้าง กดปุ่มแล้วไม่ทำงานบ้าง เป็นต้น

    ซึ่งเราจะหันไปใช้บราวเซอร์อื่นแทนก็ไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ที่เก่าๆ นั้นได้อย่างราบรื่นหรือสมบูรณ์อยู่ดี พอจะใช้ Microsoft edge ก็พบปัญหาแบบเดียวกัน ก็….เว็บไซต์มันเก่าแล้วอ่ะเธอออออ

    แต่ Microsoft ก็ไม่ทอดทิ้งอะไรที่ว่าเก่าๆ แบบไม่ใยดีผู้ใช้ขนาดนั้นนะคะ เพราะจริงๆ เรายังสามารถเปิดใช้งานเว็บไซต์ที่ว่าเก่าๆ นั้น (ย้ำจังเลย) ใน IE Compatibility View เพื่อให้ใช้งานในมุมมองดังกล่าวได้ผ่าน Microsoft Edge แต่ฟีเจอร์นี้สามารถใช้ได้อีก 7 ปี (ถึงปี 2029) เท่านั้นนะคะ

    ซึ่งวันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมขั้นตอนเพื่อให้สามารถใช้งานเว็บไซต์ในโหมด IE Compatibility View บน Microsoft Edge มาแนะนำกันค่า

    ก่อนอื่นเลย ตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ให้กับ Microsoft Edge กันก่อน
    1. เปิด Microsoft Edge ขึ้นมาแล้ว กดคีย์ลัด Alt + F แล้วเลือก เมนู Settings ดังรูป
    (หรือไป ที่ edge://settings/defaultbrowser)

    2. ในหน้าจอ Settings ที่แถบด้ายนซ้ายให้เลือกเมนู “Default browser” จะแสดงส่วนของการตั้งค่า Internet Explorer Compatibility ให้กดเลือก Allow ในหัวข้อ “Allow sites to be reloaded in Internet Explorer mode (IE mode)” เพื่ออนุญาตให้สามารถโหลดเว็บไซต์ในโหมด Internet Explorer Compatibility ตอนใช้งานได้
    หลังจากที่ได้ตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ****อย่าลืมปิดและเปิดบราวเซอร์ขึ้นมาใหม่นะคะ


    มาดูวิธีการโหลดใช้งานเว็บไซต์ในโหมด Internet Explorer Compatibility กันค่า
    เมื่อเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา ให้กดคีย์ลัด Alt + F แล้วเลือก “Reload in Internet Explorer mode” โลดดด

    ถ้าไม่เจอ Reload …. อนุญาตให้ตกใจนิดหน่อย แต่ ไม่เห็นไม่เจอใช่ว่าจะม่ายยยยมีน่ะ เพราะถ้าหากใช้ Microsoft Edge เวอร์ชั่น 92 หรือเก่ากว่านี้ ก็ให้เลือก More tools   ก็จะพบกับ Reload in Internet Explorer Mode คร่าาา

    เท่านี้ก็ใช้งานเว็บไซต์ในโหมด Internet Explorer Compatibility ได้แล้วละค่า (หากต้องการปิดการใช้งานในโหมดนี้ ก็กดคีย์ลัด Alt + F แล้วเลือก Exit in Internet Explorer mode ) โดย

    • จะพบ Icon โลโก้ IE ที่ website address ดังรูป แสดงว่าเรากำลังใช้งานเว็บไซต์นี้ในโหมด Internet Explorer Compatibility อยู่
    • จะมี  dialog box ขึ้นมาให้จัดการ

    เป็นยังไงกันบ้างค่า เว็บไซต์เก่าๆ ที่รองรับการใช้งานด้วย IE นั้น เราก็ไม่ต้องกังวลกันจะใช้งานกันไม่ได้ เพียงแค่ทำตามวิธีข้างต้นค่ะ 🙂

    บางอย่างเก่าแต่ยังเก๋าอยู่น่ะ
    (ลาก่อนและขอบคุณน่ะ Internet Explorer)

    ขอขอบคุณ : https://www.addictivetips.com/windows-tips/compatibility-view-settings-edge/
    https://droidsans.com/how-to-use-ie-mode-on-microsoft-edge/
    Internet Explorer mode in Microsoft Edge

  • เพิ่มสีสันให้กับ Picklist Field ของ Work item บน Azure DevOps ด้วย Color picklist control

    สำหรับบล๊อกนี้ เราจะมาเพิ่มสีสันให้กับ ฟิลด์รายการ (Picklist Field) ของ Work item บน Azure DevOps กันค่า เพราะสีสันเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเรา (และ “มิตรภาพที่ดีก็เหมือนสีที่ติดแน่น ไม่จางหาย” อ่ะไปนั่นนน >,<)

    Color picklist control ที่นำมาใช้นั้น จะช่วย

    • ระบุความสำคัญของไอเท็ม
    • สร้าง visual language (ภาษาภาพ หรือสิ่งที่มองเห็น) ให้กับ ฟิลด์ (field) เพื่อแทนความหมายที่ต้องการจะสื่อสาร

    มาเริ่มกันเลยค่า

    1. ไปที่ Work Item (ที่ต้องการปรับแต่ง Picklist Field) โดยคลิกเพิ่มเติม … แล้วเลือก “Cuztomize” ดังรูป

    2. หน้าจอการปรับแต่ง Work item จะแสดงขึ้นมา ให้กดเลือก “Add custom control” ดังรูป

    3. หน้าต่าง Add a custom control จะแสดงขึ้นมา ให้กดเลือก Control ชื่อ Color picklist control (Microsoft DevLabs) (ซึ่งเราได้ Add ไว้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว) แล้วก็กดปุ่ม “OK” Let’s it goooo ดังรูป

    4. เมื่อเลือก control เรียบร้อยแล้ว ไปที่แท๊ป Option เพื่อเข้าไปกำหนดสี และ Label ให้กับค่าต่างๆ ของ filed โดยให้ทำการเลือก Picklist Filed ที่ต้องการ แล้วระบุ label แล้วทำการกำหนดสี ให้กับแต่ละค่าของรายการใน filed ดังรูป
    –> ในตัวอย่าง ผู้เขียนได้กำหนดสี และ Label ให้กับ filed > State ซึ่งมีทั้งหมด 4 ค่า คือ Active;Closed;Proposed ;Resovled และกำหนดสีดังนี้ Blue;Green;Grey;Orange (ในการกำหนดค่าให้ใช้ ; คั้นระหว่างค่าข้อมูล)

    5. ไปที่แท๊ป Label กันซักหน่อย เพื่อกำหนด Label ของ Field ที่ต้องการให้แสดง ดังรูป ตัวอย่าง ผู้เขียนตั้งชื่อว่า State แล้วกดปุ่ม “OK” ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วละค่า

    มาดูหน้าตาหลังดำเนินการกันเรียบร้อยแล้วค่ะ

    และในส่วนของหน้าจอกรอกข้อมูล … พอมีสีสันขึ้นมา อู้วววว ดีงามมากเลยค่า 🙂

    อ้างอิง : https://marketplace.visualstudio.com/items?itemName=ms-devlabs.color-form-control&ssr=false#overview
    https://azure.microsoft.com/en-us/services/devops/#overview
    https://www.altv.tv/content/altv-news/623742784e62cb7e583a80a3

  • Figma: Scrolling  with overflow behavior (Horizontal Scrolling)

    บล๊อกนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำวิธีการตั้งค่า Mobile App Prototype ที่เราได้พัฒนาขึ้นมา (ด้วย figma) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลื่อน (Scrolling) ส่วนของเนื้อหาที่มีมากจนเกินขนาดของอุปกรณ์ได้ โดยใน figma นั้น สามารถทำ Scrolling เพื่อให้รองรับกับพฤติกรรมของผู้ใช้ได้ 3 แบบ ดังนี้ค่ะ

    แบบที่ 1 Horizontal Scrolling  คือ การเลื่อนในแนวนอน ซ้ายและขวาภายในเฟรม โดยยังคงตำแหน่งแนวตั้งไว้ เช่น ภาพสินค้า , แกลอรี่ภาพ

    แบบที่ 2 Vertical Scrolling คือ การเลื่อนในแนวตั้ง ขึ้นและลงภายในเฟรม เช่น เลื่อนดูเว็บไซต์ที่มีขนาดยาว หรือเนื้อหาที่อยู่ภายในแอป

    แบบที่ 3 Horizontal & Vertical Scrolling คือ การเลื่อนในแนวนอนและแนวตั้ง ผู้ใช้สามารถเลื่อนไปในทิศทางใดก็ได้ภายในเฟรม เช่น การดูแผนที่

    สำหรับบล๊อกนี้นั้น ผู้เขียนขอยกเอา Horizontal Scrolling มาแนะนำกันก่อนนะคะ

    ขั้นตอนหลักๆของการทำ Scrolling ก็มีตามนี้ค่าาาาา

    1. กดเลือก frame ที่ต้องการทำ Scrolling (ต้องเป็น Frame นะคะ จึงจะกำหนด Scrolling ได้)
    2. เปิด panel Prototype ที่แถบด้านขวา
    3. เลือก overflow behavior ตามที่ต้องการ ซึ่งมี 4 ตัวเลือกนะคะ คือ
      • No Scrolling
      • Horizontal Scrolling **
      • Vertical Scrolling
      • Horizontal & Vertical Scrolling

    Horizontal Scrolling ผู้ใช้เลื่อน content ซ้ายและขวาภายใน frame

    วิธีการดูในคลิปได้เลยค่า

    ในคลิป
    วินาทีที่ 0:00:11 ทำ Group ให้เป็น frame (คลิกขวาบน Group แล้วเลือก Frame Selection) อย่างที่บอกกันข้างต้น เนื่องจากหากไม่ใช่ frame จะกำหนด Scrolling ไม่ได้
    วินาทีที่ 0:00:11 ปรับขนาดของ frame และ ซ่อนเนื้อหาที่เกินกรอบ โดยติ๊กถูกที่ Clip Content
    วินาทีที่ 0:00:25 ไปที่ prototype panel แล้วกำหนด Overflow scrolling แบบ Horizontal scrolling
    วินาทีที่ 0:00:34 กด Present ลองดูผลลัพธ์กัน 😉

    Ref : https://help.figma.com/hc/en-us/articles/360039818734-Prototype-scrolling-with-overflow-behavior

  • คูล ๆ รู้ค่าสีด้วย ColorPick Eyedropper

    วันนี้เราจะมารู้จักและใช้งานส่วนขยายของบราวเซอร์เพิ่มกันอีกซักตัวนะคะ โดยส่วนขยายที่จะมานำเสนอในวันนี้นั้น เป็นส่วนขยายที่จะช่วยให้สายออกแบบ/กราฟฟิก สวย ๆ คูล ๆ อย่างพวกคุณ รู้ได้อย่างง่ายดายเลยว่าสีที่สนใจบนเว็บนั้น มีค่าสีอะไร

    เพียงแค่ชี้ไปบริเวณที่ต้องการ ค่าสีก็จะโผล่ขึ้นมาให้ทราบเลยค่า โดยระบบสีได้ที่มาจะเป็นแบบ RGB นะคะ ซึ่งเป็นระบบสีที่เค้าศึกษากันมาแล้วว่าเหมาะสมกับการใช้แสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และสื่อดิจิตอลต่าง ๆ ค่ะ

    RGB คืออะไร RGB ย่อมาจากสีพื้นฐาน ได้แก่ สีแดง (Red) เขียว (Green) และน้ำเงิน (Blue)  พอผสมสีทั้งสามในสัดส่วนต่างๆ จะได้เฉดสีอีกมากมายที่มีความสวยสดใสบนหน้าจอถึงประมาณ 16.8 ล้านเฉดกันเลยทีเดียว

    อ่ะ ไปติดตั้ง ColorPick Eyedropper ให้กับ Google Chrome ของเรากันดีกว่าค่ะ ซึ่ง Blog นี้ขอรวบรัดวิธีการติดตั้งกันเลยนะคะ

    ไปที่ https://chrome.google.com/webstore/detail/colorpick-eyedropper/ohcpnigalekghcmgcdcenkpelffpdolg แล้วกดปุ่ม “เพิ่มใน Chrome” ค่ะ เท่านี้ ต้าวก้อนสี โผล่ขึ้นมาแบบนี้ก็เป็นอันติดตั้งเรียบร้อยแล้วละค่า

    วิธีการใช้งาน ก็คลิกบน ต้าวก้อนนนสี แล้วก็ นำเมาส์ไปจิ้มตรงบริเวณที่ต้องการ เท่านี้ ค่าสีก็จะโผล่มาให้เราทราบค่ะ

    ขอบคุณความรู้ดีดีจาก :
    https://www.octopus.co.th/blogs/how-to/rgb-vs-cmyk
    https://www.nupress.grad.nu.ac.th/cmyk-and-rgb/

  • บันทึกภาพจากเว็บไปยัง Google Drive ของเราโดยตรง ด้วยส่วนขยาย “Save to Google Drive”

    วันนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำส่วนขยายของบราวเซอร์ (Extension) ที่น่าใช้กันอีกซักตัวนะคะ นั่นก็คือ “Save to Google Drive” ซึ่งเป็นส่วนขยายที่จะช่วยให้เราสามารถบันทึกภาพที่มีอยู่บนเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราต้องการไปยัง Google Drive ของเราโดยตรงได้ทันทีค่ะ

    เริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ เพิ่มส่วนขยายนี้ให้กับ Google Chrome ของเรากันก่อน กด URL นี้ https://chrome.google.com/webstore/detail/save-to-google-drive/gmbmikajjgmnabiglmofipeabaddhgne?hl=th แล้วกดปุ่ม “เพิ่มใน Chrome” ค่ะ

    รอจนติดตั้งเรียบร้อย ก็จะพบ ICON นี้โผล่ขึ้นมา ซึ่งการเพิ่มส่วนขยาย Save to Google Drive ให้กับ Chrome ของเราก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้งานแล้วละค่า

    าใช้งานกันค่ะ

    เพียงแค่คลิกขวาบนภาพที่เราต้องการบันทึกไปยัง Google Drive แล้วเลือก “บันทึกภาพไปที่ Google ไดรฟ์” เท่านี้ภาพที่เราต้องการก็จะจัดเก็บลงไปยัง Google Drive ของเราค่ะ (เข้าใช้งานบัญชี Google ไว้แล้ว)

    โดยเริ่มต้นภาพนั้นจะถูกบันทึกไปยัง “ไดรฟ์ของฉัน” นะคะ

    แต่หากเราต้องการจัดเก็บไปยังโฟลเดอร์อื่นบน Google Drive ก็ให้สร้างโฟลเดอร์ที่ต้องการให้เรียบร้อยก่อนค่ะ
    โดยการเปลี่ยนโฟลเดอร์ปลายทางที่เราจะเก็บภาพนั้น ก็ให้กด (เปลี่ยน) ในกล่องบันทึกไปยัง Google Drive ซึ่งจะมีหน้าจอให้เราตั้งค่าต่างๆ ขึ้นมาให้ ให้คลิกที่ “เปลี่ยนโฟลเดอร์ปลายทาง” นะคะ

    ก็จะมีหน้าจอให้เราเลือกโฟลเดอร์ปลายทางที่เราต้องการบันทึกภาพ ให้เราเลือกโฟลเดอร์บน Google Drive ที่เราได้สร้างไว้แล้ว และต้องการจัดเก็บภาพ แล้วกดปุ่ม “Select” ได้เลยค่ะ

    สำหรับครั้งต่อๆไป การบันทึกภาพก็ไม่ต้องเลือกโฟลเดอร์ใหม่แล้วนะคะ จะตั้งต้นโฟลเดอร์ที่เราเลือกไว้ให้เลยค่ะ (ยกเว้นว่า อยากจะเก็บโฟลเดอร์อื่น ก็ต้องเปลี่ยนกันใหม่ค่ะ)

    ส่วนใครที่ต้องการแก้ไขชื่อไฟล์ ให้คลิก “เปลี่ยนชื่อ” แล้วแก้ไขชื่อไฟล์ กดปุ่ม “ใช้” ได้เลยนะคะ ชื่อไฟล์ก็จะถูกเปลี่ยนให้เราตามที่ต้องการค่ะ

    เท่านี้ไฟล์ภาพที่เราต้องการก็ถูกบันทึกด้วยชื่อ และไปยังโฟลเดอร์บน Google Drvie ที่เราต้องการค่า

    เป็นไงกันบ้างค่ะ ผู้เขียนคิดว่าเป็นส่วนขยายที่ดีงามมากเลยทีเดียว

    https://chrome.google.com/webstore/detail/save-to-google-drive/gmbmikajjgmnabiglmofipeabaddhgne?hl=en

  • สนุกๆ กับการกำหนดรูปแบบให้กับ Column ของ SharePoint List : Choice/Text Column

    Blog นี้เราจะมากำหนดรูปแบบการแสดงผล Column ของ SharePoint List กันนะคะ ซึ่งทำได้ง่าย ๆ สบาย ๆ อีกแล้วค่า โดยการกำหนดรูปแบบให้กับ Column ของ SharePoint List นั้น จะใช้  JSON text format นะคะ

    ไม่รู้จัก JSON มาก่อนจะทำได้หรือป่าว ? ได้สิคะ เพราะมีตัวอย่าง JSON ที่เราสามารถหยิบเอามาใช้และแก้ไขให้ตรงกันกับข้อมูลของเราได้ โดยที่ไม่ต้องเข้าใจ JSON ให้มากมายก็ได้ เหมือนกับผู้เขียน (แฮ่ ๆ) ถึงได้บอกไงละคะว่า ง่าย ๆ สบาย ๆ อีกแล้ว ส่วนใครที่เข้าใจและใช้ JSON อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องพูดมากให้เจ็บคอ สบายบรื๋อออ แน่นอน

    Blog นี้ ผู้เขียนขอรวบรวมเอาการกำหนดรูปแบบให้กับ Column ที่มีชนิดฟิลด์ข้อมูลเป็น Choice หรือ Text กันก่อนนะคะ

    Column formatting เป็นการกำหนดรูปแบบของ Column ไม่ได้มีผลกับข้อมูลใน Column นะคะ

    Let’s Play –

    ก่อนอื่นไปที่ Column ของ List ที่เราต้องการจัดรูปแบบ แล้วคลิกหัวของ column นั้น แล้วเลือกเมนู “Column Settings” และเลือก “Formatting this column” ดังรูป อย่างตัวอย่าง ผู้เขียนอยากจัดรูปแบบของ column สถานะ

    ส่วนของ Format columns Panel ก็จะโผล่ขึ้นมา ดังรูป เอา JSON มาวาง แก้ไขตามข้อมูลของเรา แล้ว บันทึก (Save) เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ สมหวังดั่งตั้งใจ

    มาลองทำกันซัก 2 ตัวอย่างนะคะ

    ตัวอย่างแรก สีจะมาจาก Class ส่วน ICON เปลี่ยนได้ ก็หยิบมาใช้ได้จากที่นี้นะคะ Fluent UI Icons

    {
    "$schema": "https://developer.microsoft.com/json-schemas/sp/v2/column-formatting.schema.json",
    "elmType": "div",
    "attributes": {
    "class": "=if(@currentField == 'เสร็จสิ้น', 'sp-field-severity--good', if(@currentField == 'รอดำเนินการ', 'sp-field-severity--low', if(@currentField == 'ดำเนินการแล้วรอทดสอบ', 'sp-field-severity--warning', if(@currentField == 'รอเปิดโครงการ', 'sp-field-severity--severeWarning', 'sp-field-severity--blocked')))) + ' ms-fontColor-neutralSecondary'"
    },
    "children": [
    {
    "elmType": "span",
    "style": {
    "display": "inline-block",
    "padding": "0 2px"
    },
    "attributes": {
    "iconName": "=if(@currentField == 'เสร็จสิ้น', 'CheckMark', if(@currentField == 'รอดำเนินการ', 'Forward', if(@currentField == 'ดำเนินการแล้วรอทดสอบ', 'Error', if(@currentField == 'รอเปิดโครงการ', 'Warning', 'ErrorBadge'))))"
    }
    },
    {
    "elmType": "span",
    "txtContent": "@currentField"
    }
    ]
    }

    มากันที่ตัวอย่างที่ 2 JSON ตามด้านล่าง ตัวอย่างนี้สำหรับใครอยากเปลี่ยนสี ก็แก้ไขโค้ดสีกันได้เลยค่ะ ส่วนใครอยากจะใช้ ICON อื่น ก็หยิบมาใช้ได้จากที่นี้ Fluent UI Icons เช่นเดิมนะคะ

    {
    "elmType": "div",
    "style": {
    "background-color": "=if(@currentField == 'ดีมาก', '#7ed9a1', if(@currentField == 'ดี','#eded6b', '#f27ce0'))",
    "color": "#0d0101",
    "white-space": "nowrap"
    },
    "children": [
    {
    "elmType": "span",
    "txtContent": "@currentField",
    "style": {
    "font-size": "1em",
    "display": "inline-block",
    "padding": "0 3px"
    },
    "attributes": {
    "iconName": "=if(@currentField == 'ดีมาก', 'Emoji', if(@currentField == 'ดี','Emoji2', 'EmojiNeutral'))"
    }
    }
    ]
    }

    สำหรับ Blog นี้ ก็ฝากกันเอาไว้เท่านี้ก่อนนะคะ ขอให้สนุกกับ SharePoint List กันนะค่า 🙂 สำหรับ Blog หน้า มากำหนดรูปแบบฟิลด์ชนิดอื่นกันอีกนะคะ

    Ref:

    https://pnp.github.io/sp-dev-list-formatting/

    https://docs.microsoft.com/en-us/sharepoint/dev/declarative-customization/column-formatting

    https://docs.microsoft.com/en-us/sharepoint/dev/declarative-customization/column-formatting#predefined-classes

  • Print หน้าเว็บ Clean Clean ด้วย Print Friendly & PDF

    บทความนี้จะมาแนะนำ Extension กันอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้ขอนำเสนอ Print Friendly & PDF ค่ะ

    Extension ที่จะทำให้เรา Print หน้าเว็บที่สนใจได้แบบ Clean Clean และยังสามารถจัดการรูปแบบได้ตามที่ต้องการก่อนพิมพ์ได้ด้วย
    ภาพโฆษณาต่างๆ จะไม่มีให้รก และเรายังสามารถลบข้อความหรือรูปภาพที่ไม่ต้องการออกไปได้ก่อนที่จะพิมพ์ ซึ่งต่างการจาก Print หน้าเว็บแบบเดิมที่เราไม่สามารถจัดการหน้าเว็บก่อนที่จะพิมพ์ได้

    Extension ตัวนี้จึงช่วยทำให้เราประหยัดน้ำหมึกและกระดาษที่จะใช้ Print ค่ะ (งานรักษ์โลกก็มา) การใช้งานก็ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ ^^

    Features มีอะไรบ้าง

    • Print Preview -> ปรับและแสดงเนื้อหาของการพิมพ์ให้เหมาะสมที่สุด
    • Edit Before Printing  – >ปรับแต่งขนาดของรูปภาพ และข้อความ หรือจะลบรูปภาพ ข้อความที่ไม่ต้องการออกไปได้ (เลือกพิมพ์เฉพาะสิ่งที่เราต้องการ)
    • Print or Save as PDF -> Print ทันที หรือจะบันทึกเป็น PDF ไว้ก็ได้ หรือจะส่งอีเมลก็ได้ (น่าจะเพิ่มมาตอนหลังมั้ง)

    เร่ิ่มจากติดตั้ง Extension ตัวนี้ให้กับ ฺBrowser ของเรากันก่อนนะคะ โดยเมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเราก็จะพบว่ามี icon ของ Print Friendly & PDF เขียว ๆ ขึ้นมา ก็เป็นอันติดตั้งส่วนขยายให้กับ Browser ของเราเรียบร้อยแล้วละค่า

    มาเริ่มใช้งานกันดีกว่าค่ะ วันนี้ผู้เขียนอยากจะ print นิทานไปฝากเด็ก ๆ ค่ะ เจอนิทานบนเว็บ kapook ที่สนใจแล้วค่ะ เรื่อง นิทานดาวลูกไก่ https://baby.kapook.com/view227107.html

    ไปที่หน้าเว็บที่สนใจจะ Print (หรือใครจะส่ง Email หรือจัดเก็บเป็น PDF ก่อนก็ได้) แล้วก็กด icon ของ Print Friendly & PDF ได้เลยค่ะ

    เมื่อกด Print Friendly & PDF แล้ว เอกสารจะแสดงขึ้นมาให้ ซึ่งจะเห็นว่า ภาพโฆษณาไม่มีติดมาเลย และได้มีการปรับและแสดงเนื้อหาของการพิมพ์ให้เหมาะสม ซึ่งเราก็ยังสามารถที่จะจัดการเนื้อหาและรูปภาพก่อนที่จะ Print ได้ตามต้องการอีก ดังนี้

    • ปรับขนาดของตัวอักษร และขนาดของรูปภาพ
    • ลบข้อความ หรือรูปภาพที่ไม่ต้องการออไป

    หลังจากปรับแต่งตามที่ต้องการ (ผู้เขียนลดขนาดภาพลงหน่อย และลบข้อความบางส่วนออกไป) แล้วก็เป็นอันเสร็จ เราจะสั่ง Print เอกสารเลย หรือจะส่งเป็น Email หรือจะ บันทึกเป็น PDF ก็ได้นะคะ

    เดีี่ยวลองสั่ง Print นะคะ ผลลัพธ์ก้จะได้ออกมาแบบ นี้ดีงามมาก ๆ เลยละค่า ฮรี่ๆๆ

    ในส่วนของการส่ง Email และบันทึก PDF ก็ลองไปใช้งานกันดูนะคะ สำหรับบทความนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ จุ๊บบายยย

    Ref : https://www.printfriendly.com/about

  • เก่งจริงจริงเลยนะ ตัวแค่เนี้ยะ – บันทึกข้อมูลด้วย Noteblock กล่องจิ๋วแต่แจ๋ว

    กลับมาพบกันอีกแล้วค่า หลังจากที่ห่างหายไปอันเนื่องมาจากเทศกาลที่มีมากมายซะเหลือเกินค่ะ ไหนจะปีใหม่เอย ตรุษจีนเอย อีกทั้งงานราช งานหลวงก็มะรุมมะตู้มเข้ามาแบบพร้อมใจกันให้ผู้เขียนหายใจแบบหืดขึ้นคอจนไม่ได้มีเวลามาขีด ๆ เขียน ๆ เลยละค่ะ

    บทความนี้ว่ากันด้วยเรื่องของ Extension บน Chrome กันอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้ขอนำเสนอ Extension ที่มีชื่อว่า Noteblock ค่ะ

    เจ้าตัว Extension ตัวนี้เป็น Extension ขนาดเล็ก (จิ๋ว) แต่ความสามารถไม่ได้เล็ก ๆ ตามขนาดนะคะ (แต่แจ๋ว) เพราะเจ้า Noteblock นั้น เป็นกล่องบนบราวเซอร์ที่จะมาช่วยให้เรา note ข้อมูลที่เราต้องการแบบที่ว่ามี idea อะไร อยากจะเก็บข้อมูลอะไร ก็พิมพ์พิมพ์ไว้ก่อน ได้แบบรวดเร็วเลยละค่า

    อย่างผู้เขียนเนี่ย จะใช้ Noteblock เป็น Tool อีกตัวนึง ด้วยความที่ต้องรับเรื่อง/รับปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานระบบต่าง ๆ จาก User ในแต่ละวัน จากแต่ก่อนก็ใช้ Notepad note ข้อมูล (ด้วยภาษาที่เราเข้าใจแบบคนเดียว &743%@^&%$@) ไว้ก่อนบันทึกเข้าระบบเก็บสถิติบริการถาม-ตอบ ซึ่งต้องเสียเวลาในการ save เก็บไว้ในเครื่อง บวกกับนิสัย (ไม่น่ารัก) ที่จะชอบเก็บอะไร ๆ (โยนปึ้ง !) ไว้ก่อนบน Desktop เสมอ ก็จะรกหน้าจอเต็มไปหมดเลย

    และด้วยความที่ต้องเข้าออก Web App อยู่แล้ว ก็เลยหยิบเอา Noteblock มาใช้ซะเลย พอใช้ Noteblock แทน Note ของเราจะไม่ถูกแปะเอาไว้บน Desktop ให้รกแล้ว แถมยังไม่ต้องเสียเวลาในการ save ด้วย เพราะว่า Noteblock นั่นจะบันทึก Note ของเราบนเว็บบราวเซอร์ด้วยวิธี local storage แบบถาวรเอาไว้ โดยข้อมูลจะหายไปก็ต่อเมื่อเราไป clear เท่านั้นค่ะ
    แถมการเก็บข้อมูลที่แบ่งออกเป็น tab ได้นั้น ยังช่วยให้ง่ายต่อการจัดการข้อมูลอีกด้วยนะคะ

    ไม่เพียงเท่านี้ Noteblock นั้นยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกนะคะ ดังนี้

    • ส่ง Note ที่เราบันทึกไว้ไปยังอีเมลได้
    • ดาวน์โหลด Note ที่บันทึกไว้ ออกมาเป็น ไฟล์ .txt ได้
    • จัดการ Note ของเราแยกเป็น tab และตั้งชื่อ tab เหล่านั้นได้ ซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการจัดการ Note ของเราค่ะ
    • ปรับเปลี่ยนขนาดของกล่อง Note ได้

    รู้จัก Noteblock กันพอประมาณแล้ว ใครที่สนใจอยากจะลองใช้งานดู เรามาเริ่มจาก ติดตั้งเจ้า Noteblock กันก่อนค่ะ

    ติดตั้ง Noteblock ให้ Chrome

    1. ไปที่ลิงก์ https://chrome.google.com/webstore/category/extensions ค้นหาส่วนขยาย Noteblock และกดปุ่ม Add to Chrome เพื่อเริ่มการติดตั้ง Noteblock ให้กับ Chrome

    2. Chrome แสดงกล่องยืนยันการติดตั้ง Noteblock กดปุ่ม Add extension เพื่อยืนยันการติดตั้ง และรอจนกว่าจะสิ้นสุดการติดตั้ง

    เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว จะมี icon Noteblock ที่มุมขวาบนของ Chrome โผล่ขึ้นมาเพื่อให้กดใช้งานค่ะ

    เริ่มใช้งาน Noteblock กัน!

    วิธีการใช้งาน Noteblock ง่าย ๆ ก็คือ คลิก icon Noteblock ก็จะมีกล่อง Noteblock โผล่ขึ้นมาบนบราวเซอร์ให้เราได้บันทึกข้อมูล ใครที่เป็นห่วงว่าเมื่อปิดบราวเซอร์ไปข้อมูลที่บันทึกไว้จะหายไปนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ข้อมูลก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมค่ะ อย่างที่บอกไว้ว่า Noteblock จะจัดเก็บข้อมูลของเราด้วยวิธี local Storage ข้อมูลจะถูก clear เมื่อเราลบออกไปเองค่ะ

    • หากต้องการเพิ่ม tab ข้อมูล tab ใหม่ ให้คลิกเครื่องหมาย + ก็จะมี tab Document พร้อมพื้นที่ว่าง ๆ ขึ้นมาให้เราค่ะ
    • หากต้องการเปลี่ยนชื่อ tab ก็ Double Click บน tab นั้น ๆ จะมีกล่องขึ้นมาให้ป้อนชื่อ tab ตามที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม SAVE เท่านี้ก็เป็นอันเปลี่ยนชื่อ tab เรียบร้อยแล้วล่ะคะ
    • ส่วนใครอยากส่ง note ที่เราได้บันทึกไว้ ไปทางอีเมล ก็คลิกปุ่ม Email แล้วก็ดำเนินการส่งได้เลยนะคะ
    • และหากต้องการดาวน์โหลดออกมาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ก็คลิกปุ่ม Download จะได้ไฟล์ชื่อตามชื่อ tab ที่ตั้งไว้ (แก้ไขชื่อไฟล์ได้) นามสกุล .txt มาเก็บไว้ในเครื่องของเราค่ะ
    • หากต้องการลบข้อมูลใน tab ไหนออกไป ก็คลิกเลือก tab นั้น ๆ แล้วกดปุ่มเครื่องหมาย x ก็เป็นอันลบเรียบร้อยแล้วแล้วละคะ

    เป็นอย่างไรบ้างคะ ใช้งานง่ายมาก ๆ เลยใช่มั้ยคะ ลองนำไปปรับใช้ดูนะคะ น่าจะเป็น Extension อีกตัวหนึ่งที่มีประโยชน์กับเราค่ะ ใครจะ Note อะไรก็ได้ตามใจชอบ

    แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ