วิธีการคำนวณหาอายุด้วย Oracle Datetime Functions

อายุเป็นเพียงตัวเลข มีคนพูดไว้แบบนี้ แล้วถ้าเราอยากจะรู้ล่ะว่าไอ้ตัวเลข จำนวนปี จำนวนเดือน และจำนวนวัน ของอายุเรามันเป็นตัวเลขอะไร ถ้าไม่อะไรมากใช้เครื่องคิดเลข หรือนับเอาก็ได้อยู่ แต่ถ้าต้องคำนวณของทุกคนในองค์กรล่ะจะนับเอง หรือเครื่องคิดเลขก็คงไม่ไหวแล้ว ดังนั้นวันนี้จึงจะขอแนะนำ Oracle Datetime Functions ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อคำนวณหาอายุของเรากันค่ะ

Oracle Datetime Functions ที่จะแนะนำในวันนี้คือ ฟังก์ชัน TRUNC (date), ADD_MONTHS และฟังก์ชัน MONTHS_BETWEEN โดยมีรายละเอียดของฟังก์ชันดังนี้

ฟังก์ชันคำอธิบาย
ADD_MONTHSเพิ่มจำนวนเดือนลงในวันที่ที่ระบุ
MONTHS_BETWEEN หาจำนวนเดือนระหว่าง 2 วันที่ที่ระบุ
TRUNC (date)คืนค่าวันที่พร้อมส่วนเวลาของวันที่ตัดให้เป็นหน่วยที่ระบุ

ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน ADD_MONTHS
Syntax :
ADD_MONTHS(date, integer)

รูปแสดงตัวอย่างการเขียน query และผลลัพธ์ที่ได้ของฟังก์ชัน ADD_MONTHS

ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน MONTHS_BETWEEN
Syntax :
MONTHS_BETWEEN(date1, date2)

รูปแสดงตัวอย่างการเขียน query และผลลัพธ์ที่ได้ของฟังก์ชัน MONTHS_BETWEEN

ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน TRUNC (date)
Syntax :
TRUNC ( date [, format ] )

โดยที่ format ไม่ต้องระบุก็ได้ กรณีไม่ระบุวันที่จะถูกตัดเป็นวันที่ใกล้ที่สุด สามารถแสดงตัวอย่างของ format ได้ดังต่อไปนี้

รูปแบบ Formatหน่วยปัดเศษ
SYYYY, YYYY, YEAR. SYEAR, YYY, YY, Y ปี
MONTH, MON, MM, RM เดือน
DDD, DD, J วัน
DAY, DY, D วันเริ่มต้นของสัปดาห์
HH, HH12, HH24 ชั่วโมง
MIนาที

รูปแสดงตัวอย่างการเขียน query และผลลัพธ์ที่ได้ของฟังก์ชัน TRUNC (date)

จากตัวอย่าง query การใช้งานทั้ง 3 ฟังก์ชันข้างต้น เราสามารถประยุกต์ใช้เพื่อคำนวณหาจำนวนปี จำนวนเดือน และจำนวนวันของอายุได้ดังนี้

รูปแสดงตัวอย่าง query การหาจำนวนปี จำนวนเดือน และจำนวนวันของอายุ

คิดว่านอกเหนือจากการคำนวณหาอายุแล้วก็ยังไปประยุกต์ใช้สำหรับการหาช่วงเวลาอื่นๆ ได้อีกเช่น ระยะเวลาในการปฏิบัติงานเป็นต้น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.